ทุกวิกฤตมีโอกาส

 

ทุกวิกฤตมีโอกาส

                ผศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาหลักสูตร สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเวลานี้กล่าวได้ว่าอยู่ในยุคที่ความน่าเชื่อถือไม่มีอีกแล้ว เพราะทั้งโลกกำลังลำบากโดยถ้วนหน้ากันหมด แต่ในแง่ของ HR ถ้ามองกลับว่าวิกฤตเป็นโอกาสก็ถือว่าไม่เลว เพราะเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ได้เก็บคนเก่งไว้กับองค์กร ส่วนคนที่ไม่เก่งก็มีแนวโน้มอาจจะเลย์ออฟออกไป

                ประเด็นของการปลดคน จากเป้าหมายควบรวมกิจการให้แข็งแกร่ง ยังคงมีให้เห็นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคนของ HR ต้องมองเป็นระยะสั้นกับระยะยาว ระยะสั้นการโละคนถือเป็นการคัดต้นทุนเท่าที่จะทำได้ ระยะยาวทิศทางธุรกิจต้องชัดในสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ อย่ามองแค่ว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้นสิ่งที่จะยังมีต่อไปคือ การรับคนเก่งๆ เข้าทำงานกับการโละคนไม่เก่งออกไป

                ขณะเดียวกันในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ ก็ต้องการผู้นำที่มีพลังสูง ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับพนักงานได้ มีการปลุกปลอบขวัญว่าถึงจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่ก็ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว "ผู้นำต้องสร้างพลังใจให้พนักงาน ต้องทำให้พนักงานแฮปปี้ถึงแม้จะไม่มีเงินจ่าย ให้อิสระในการทำงาน พนักงานมีสิทธิ์ควบคุมดูแลตัวเอง ไม่มานั่งจู้จี้ขี้บ่น เพื่อลดความกดดันจากภาวะเศรษฐกิจลง ลดความกดดันภายในองค์กร และเน้นผลลัพธ์จากการทำงานเป็นหลัก"

                อนาคตการโละคนจะมาในรูปของการแทนที่แรงงานคนด้วยเครื่องจักร และการจัดการทางด้านไอที ฉะนั้น การเป็นพนักงานในองค์กรยุคใหม่นี้จะต้องมีบุคลิกลักษณะ มีความสามารถในการยืดหยุ่นสูง มีความพร้อมทางด้านจิตใจ สามารถรับสถานการณ์หนักๆ ได้

                เวลาเศรษฐกิจไม่ดี คน HR ต้องช่วยกันสร้างขวัญกำลังใจ เน้นสื่อสารมากขึ้น ไม่ลดค่าใช้จ่ายการฝึกอบรม ส่วนประเด็นการบริหารค่าตอบแทน ในกลุ่มองค์กรที่มีประสิทธิภาพยินดีจ่ายเพิ่มให้แน่นอนสำหรับกลุ่มคนที่ต้องรักษาไว้ แต่กับบางกลุ่มคนก็ยินดีจ่ายเพื่อให้ไป

                ถือเป็นห้วงเวลาของการประเมินกำลังคนอีกรอบ ว่ามีคุณภาพดี เพียงพอและเหมาะสมกับต้นทุนบริหารจัดการหรือไม่ ระบบยังหละหลวมหรือแน่นเปรี๊ยะเพียงไร? ในองค์กรที่รัดเข็มขัดจนเอวกิ่วถ้ามองให้ดีก็อาจจะมีบางมุมที่สามารถรัดเข็มขัดสองเส้นได้อีก

                หน้าที่ของ HR เองต้องคุมค่าใช้จ่าย มีวิธีคิดแบบสร้างสรรค์ หนุนแรงจูงใจคนโดยไม่ต้องใช้เงิน อาจจะไปเล่นสวัสดิการลดค่าใช้จ่ายแทนการให้ค่าครองชีพ ทำอย่างไรก็ได้ให้พนักงานคลายกังวลและทำงานสุดความสามารถเพื่อบริษัท เป็นเรื่องของการซื้อใจกันโดยไม่ต้องใช้เงินอย่างเดียว