สิ่งที่ผมประทับใจในการไปเรียนรู้เรื่องข้าวครั้งนี้ ก็คือการได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เพื่อนใหม่ และได้เรียนในสิ่งที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาที่เขายังอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันโดยที่ไม่ต้องใช้เงินเสมอไป

                          เรื่อง ห้องเรียนท้องนาที่แสนสนุก

 

     เมื่อวานนี้เอง คือวันที่16 พ.ย. 2551เป็นวันที่ผมรู้สึกสนุกกับธรรมชาติ เพราะ ผมได้ไปเรียนรู้ในสิ่งที่ผมเคยเห็นแต่ในหนังสือ ก็คือการทำนาจริงๆ  กับครูชาวนาตัวจริง ห้องเรียนท้องนาของผมอยู่ที่ จ.พัทลุง อ.บางแก้ว ต.บางปะขอ  ผมมีครูชื่อ ป้าแดง ป้าขำ ป้าขินและพี่สาว พวกเราไปกัน15คน นำทีมโดย พี่โต้งและพี่โตครับ  พวกเราออกเดินทางโดยรถไฟตอน 6.30น.และถึงที่หมายประมาณ 8.30น. 

หิวข้าวแล้วครับ ข้าวเหนียวหมูปิ้งแสนอร่อยบนรถไฟ

สถานีรถไฟบางแก้ว จ.พัทลุง ที่หมายของเรา

          คุณครูป้าแดง คุณครูป้าขำ พี่โต น้องเตย และผมเอง(ใส่แว่น)

 

จากนั้นเราก็ไปที่นาของครูทั้ง4   เริ่มต้นผมได้เรียนรู้จักส่วนประกอบของต้นข้าว  ความจริงแล้วต้นข้าว คือ ต้นหญ้าชนิดหนึ่งที่เราสามารถนำเมล็ดของมันมากินได้ ส่วนประกอบของต้นกล้ามีดังนี้ ส่วนของราก  มีรากฝอย รากโจทย์และส่วนของใบ

 ตรงส่วนของใบมีส่วนหนึ่งมีขนๆเรียกว่าสะดือ  สะดือข้าวมีความสำคัญยังไงรู้ไม้ครับ ? มันมีหน้าที่คือเป็นเหมือนตัวช่วยวัดระดับน้ำที่จำเป็นต่อข้าว ถ้าน้ำเกินขึ้นมาพ้นสะดือข้าว ข้าวก็จะตายครับ

ผมกำลังหาสะดือข้าวกับสไปร์ทเพื่อนใหม่ของผม

 และแล้วผมก็ได้ปลูกข้าวจริงๆเริ่มจากถอนกล้า  ตอนที่ผมลงไปในนาครั้งแรก ตอนแรกก็รู้สึกกลัวๆอยู่บ้าง  เพราะกลัวปลิงแต่ป้าเขาบอกว่าไม่มีปลิง ผมจึงลงไปในนาเพื่อถอนต้นกล้า  เวลาถอนกล้าให้ดึงทีละต้น(สำหรับมือใหม่)และอย่าให้รากขาด

เมื่อถอนเสร็จก็มัดกล้า  และแช่กล้าที่มัดไว้เป็นเวลา 1คืนเพื่ออะไรรู้ไหมครับ? เพื่อให้กล้าแข็งแรงและฟื้นจากการบอบช้ำก่อนนำไปดำ

กำลังถอนต้นกล้าครับ

 นี่ไงต้นกล้าข้าวที่ถอนขึ้นมาเตรียมเอาไปดำ

 เดินแบกต้นกล้าไปดำนา

 เดินตามหลังคุณครูป้าขำไปดำนา

 

การดำนา คือ การนำกล้าไปปักไว้ในนาในระยะที่เท่าๆกันเพื่อไม่ให้มันแย่งอาหารกันนั่นเองครับ   

คุณครูป้าแดงแจกต้นกล้าครับ

 กำลังดำนา

    ปักให้เป็นแนว

 ปักให้เป็นแนว

 ทุ่งนาที่ ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว

 

ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวขั้นตอนนี้ผมไม่ได้ทำเองครับป้าเขานำรวงข้าวมาให้เรานวด   -การนวด คือ การนำข้าวมาเหยียบเพื่อให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากรวงข้าวโดยใช้เท้าเหยียบบนรวงข้าว จากนั้นเราก็ได้ข้าวเปลือก ขั้นตอนต่อไป คือ การสีข้าว

       -การสีข้าวที่ผมสี  สีด้วยมือโดยใช้ครกสีข้าวซึ่งเป็นตอนที่รู้สึกสนุกและชอบมากครับ เพราะ  มันคล้ายๆเครื่องออกกำลังกายชนิดหนึ่ง

กำลังสีข้าว

 

         การฝัด คือ การนำข้าวจากการสีนำมาใส่กระด้งแล้วกระดกกระด้งเพื่อให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากข้าวเปลือกข้าวซึ่งผมว่าผมไม่ชอบตอนนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเวลาฝัดมันจะหนักมากทำให้ผมเจ็บแขนและรู้สึกถึงความยากลำบากของชาวนา

 กรรมวิธีจากข้าวกล้องไปเป็นข้าวซ้อมมือ มี

1.การซ้อม คือ การนำข้าวไปซ้อม(ตำ)โดยใช้ครกและไม้ตำข้าวซ้อมข้าวกล้องให้เยื่อ(เจี๊ยะ)ข้าวกล้องหลุดออกจากออกจากตัวข้าวเพื่อทำให้ข้าวนิ่มขึ้นเวลาหุง รวมไปถึงจมูกข้าวที่พลอยหลุดออกไปด้วยซึ่งส่วนนั้นเป็นส่วนที่มีประโยชน์มากเพราะ ฉะนั้นผมจึงรู้ว่าข้าวกล้องมีประโยชน์กว่าข้าวซ้อมมือ

 2.การไทข้าว คือ การนำข้าวที่ซ้อมแล้วใส่ในกระด้งอีกทีแล้วจับกระด้งแล้วหมุนไปทางเดียวกันเพื่อให้ข้าวเปลือกที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระด้งมาอยู่ด้านบนแล้วเก็บออกมาสีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนที่หมุนแล้วข้าวเปลือกมันมารวมกันอยู่ด้านบนเกือบทั้งหมดนั้น ผมว่าเหมือนป้าเขาเล่นกลเลยครับ

      3.การทกข้าว ก็คือการแยก จมูกข้าวออกจากตัวข้าวที่ซ้อมแล้ว ซึ่งก็เหมือนเล่นกลอีกแหละครับ ผมก็บรรยายไม่ถูกครับ ไว้เพื่อนๆลองไปทำเองดีกว่านะครับ

        สิ่งที่ผมประทับใจในการไปเรียนรู้เรื่องข้าวครั้งนี้ ก็คือการได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เพื่อนใหม่ และได้เรียนในสิ่งที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาที่เขายังอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันโดยที่ไม่ต้องใช้เงินเสมอไป เช่นเวลาดำนาก็จะมาช่วยกันทำเมื่อทำนาของใครเสร็จคนนั้นก็ต้องไปช่วยทำนาของเพื่อนด้วยเช่นกัน

       ผมขอขอบคุณ คุณแม่ที่พยายามพาผมไปทั้งทั้งที่ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอยากไปแต่เมื่อไปแล้วก็รู้สึกว่า มันเป็นประสบการณที่มีค่ามากครับ  และขอขอบคุณ พี่โต้ง พี่โต ที่จัดทัศนศึกษาครั้งนี้ คราวหน้าถ้าพี่จัดอีกผมขอไปด้วยคนนะครับ ขอบคุณคุณครูทั้ง 4

ครับ สำหรับความรู้และอาหารอร่อยอร่อย  และสุดท้ายดีใจที่ได้เจอเพื่อนใหม่ (สไปรท์) ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้สนุกยิ่งขึ้น

           แล้วเจอกันใหม่กับการเดินทางครั้งหน้านะสไปร์ท

พี่โต้งใจดีด้านขวามือและสไปร์ทเพื่อนใหม่ด้านซ้ายมือ

 กำลังอาบน้ำหลังจากไปดำนามาครับ

ดช.ชญานนท์ อมรางกูร (น้องนนท์)

ชั้น ป.๕ อายุ ๑๑ ปี โรงเรียนธำรงวัฒนา พัฒนาเยาวชน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา