วิจัยในงานส่งเสริมการเกษตร ตอนที่1 จะเป็นการสร้างและพัฒนาทีมงานนักวิจัย
นับว่าเป็นความโชคดีที่ทีมงานวิจัยของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร คือ ผมและอ.สิงห์ป่าสัก ได้เข้าไปร่วมประชุมกับทีมวิจัยของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ซึ่งประกอบด้วย ผศ.ชาลี ตระกูล ( หัวหน้าโครงการ ) ผศ.ราตรี สิทธิพงษ์ ผศ.ธารทิพย์ ธรรมสอน อ.วรภรณ์ โพธิ์เงินและอ.พัตราภรณ์ อารีรัตน์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551เวลา 16.45 น. ณ.ห้องปฏิบัติการ ชั้น3 อาคารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร

ประเด็นในการปรึกษาหารือของทีมวิจัยในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในโครงร่างการวิจัย การทบทวนและสร้างความเข้าใจร่วมกันในกรอบแนวคิดการวิจัย ซักซ้อมความเข้าใจแผนปฏิบัติการวิจัยร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาดำเนินการวิจัย ( พย.51- กย.52 ) ซึ่งเป็นการพัฒนาทีมงานวิจัยนั่นเอง

ในการดำเนินการตามโครงการวิจัยชุมชน เราได้แบ่งขั้นตอนของการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ 1.ระยะก่อนการดำเนินการวิจัย 2.ระยะดำเนินการวิจัย 3.ระยะหลังดำเนินการวิจัย นอกจากนี้ทีมผู้วิจัย ยังได้มีการซักซ้อมความเข้าใจร่วมกัน ก่อนที่จะลง Action ในชุมชนเป้าหมายในการวิจัยร่วมกัน โดยมีการศึกษา วิธีการของ PAP (Participatory Assessment and planning ) ซึ่งเป็นเทคนิค ที่จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนสามารถที่จะเรียนรู้ร่วมกันในข้อจำกัด และโอกาสของสภาพทรัพยากรธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ การผลิตที่มีผลต่ออาชีพและความเป็นอยู่ สามรถจัดทำแผนได้บนพื้นฐานของการเรียนรู้นั่นเองครับ หากจะมองลงลึกไปถึงการประยุกต์ใช้เครื่องถือในการลงชุมชน ก็จะประกอบไปด้วยขั้นตอนหลัก คือ การสำรวจทรัพยากรชุม/ประเมินชุมชน ระบบการผลิตของชุมชน ระบบเศรษฐกิจของชุมชน การวิเคราะห์ประเมินปัญหาและการสร้างวิสัยทัศน์ แผนชุมชน

นับได้ว่าเป็นการดำเนินการวิจัยชุมชน หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการวิจัยในงานส่งเสริมการเกษตรนั่นเอง ที่มีการประยุกต์ของเครื่องมือที่จะใช้ประกอบในการเก็บข้อมูลในเวทีจริงร่วมกัน แต่เมื่อมีการลงAction ในชุมชนก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของชุมชน ในช่วงระยะเวลานั้น หากนักส่งเสริมการเกษตรที่เคยใช้วิธีการ PAP จะรู้และเข้าใจครับ....
สวัสดีครับพี่เขียว
อย่าลืมนำมาเล่าต่อนะครับ
หวัดดีครับพี่เขียวฯ