ต้นเหตุก็มาจาก วันนี้พอกลับมาถึงบ้านก็พบว่าแม่กำลังห่อข้าวต้มลูกโยนอยู่ ก็รู้สึกแปลกใจ ถามไปว่าแม่จะห่อไปไหน เพราะข้าวต้มลูกโยนเขาจะห่อกันช่วงวันออกพรรษา แม่บอกว่า กล้วยมันสุกเยอะ ไม่รุ้จะเอาไปทำอะไร เลยห่อข้าวต้ม และอยากห่อข้าวต้มลูกโยนก็เลยห่อ ไม่ได้เพราะจะเอาไปไหนหรอก ทิพก็เลยเก็บเอามาคุยกันหน่อย
เชื่อว่าทุกคนคงเคยทานข้าวต้มมัดกันทั้งนั้น มีขายดาดดื่น แต่ข้าวต้มลูกโยน ค่อนข้างจะหายากสักหน่อย เพราะเขามักจะทำกันในช่วงเทศกาลออกพรรษา ซึ่งตามตำนานพุทธกาล เล่ากันมาว่า พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ ผู้คนก็จะรอใส่บาตร กันแน่นขนัด ทำให้มีผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปใส่บาตรได้ จึงได้ทำข้าวต้มลูกโยนขึ้นและใช้วิธีโยน ไปใส่บาตรพระพุทธเจ้า (ทิพยังแอบคิดเลย ว่า เอ๊! แล้วไม่พลาดไปโดนพระพุทธเจ้าบ้างหรือ) แต่เขาก็เล่ากันอีกว่า ก่อนโยน เขาก็จะอธิษฐานให้ข้าวต้มไปลงในบาตร ไม่ให้ไปโดนองค์พระพุทธเจ้า อืม...ดีจังเลยนิ
ข้าวต้มลูกโยน จะห่อด้วยใบไม้ที่เป็นลักษณะทางยาวเช่นมะพร้าว ใบเตย ซึ่งแม่ ชอบใช้ใบเตยห่อ เพราะทำแบบนี้กันมาตั้งแต่ คุณทวด เพราะเข้าต้มที่ห่อด้วยใบเตยพอสุกแล้วเนื้อข้าวจะมีกลิ่นหอมใบเตยน่าทานมาก แม่บอกว่า แม่เองยังห่อได้ไม่สวย เท่าคุณทวดและคุณยาย ทิพเห็นข้าวต้มลูกโยนที่ห่อเสร็จใหม่ ๆ ใบเตยยังสด ๆ สวยดีเลยถ่ายรูปมาฝาก พอแม่ห่อเสร็จก็นำไปนึ่ง แต่ใช้เวลานานเหมือนกัน คืนนี้เลยยังไม่ได้ทาน เพราะกว่าจะเสร็จก็ดึกแล้ว ไว้พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน แล้วทิพจะทานเผื่อนะคะ แล้วก็ตั้งใจไว้อีกว่า จะหาโอกาสหัดห่อมั่ง ไม่รู้ว่าข้าวต้มของทิพจะโยนกับเขาได้บ้างหรือเปล่า เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ

ตกแต่งบล็อก
http://gotoknow.org/blog/katti/199894
ย่อรูปแต่งรูปพี่ดาวคนสวยใจดี
สวัสดีครับ
สวยจังเลยครับ ใช้ใบเตย คงหอมด้วย
หอมค่ะ อร่อยดี แล้วก็เล็ก ๆ น่ารัก ข้าวต้มมัดกินมัดเดียวก็อื่ม แต่ข้าวต้มลูกโยนกินได้ สองคำ ก็หมดแล้ว
อยากกิน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณอาจารย์ ขจิต นะคะ ที่ส่งโปแกรมจัดการภาพมาให้ทิพส่งเมล์ไปหาอาจารย์ด้วยละ
ดูรูปเหมือนหูกระต่าย?
บางที่เขาก็ทำอีกแบนะคะ แต่ที่บ้านทิพทำแบบนี้ แล้วยังไม่สุกด้วย สุกแล้วใบเตยสีไม่สวยเลยถ่ายรูปตอนยังไม่สุก
โหลดไปแล้วค่ะอาจารย์กำลังหัดทำอยู่เหมือนกัน
สวัสดีครับ ทิพ~~natadee~~ น่าทานจัง นี่คือ วิถีชีวิตของความเป็นไทย การประดิษฐ์ประดอย ด้วยความตั้งอกตั้งใจด้วยความสุขความภาคภูมิใจ ที่สอดใส่ลงไปพร้อมๆกับการปรุง กำลังหิวเลย นี่ถ้าหยิบทานกันได้ในบล็อกคงไม่เหลือถึงผมแน่......อิอิ.อิ ขอบคุณที่นำสิ่งดีดี มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้(ลปรร.) ขอให้โชคดี มีความสุขครับ
บ้านอาจารประจักษ์ มีตลาดร้อยปี คงหาทานไม่ยากมังคะ จะหาโอกาสไปเที่ยวสักครั้งยังไม่ได้ไปเลย ไม่ได้ไปเยี่ยมพี่สาวที่สุพรรณนานแล้ว คงต้องไปให้ได้แล้วละ
สวัสดีค่ะพี่ ทิพ~~natadee~~ น่าทานจังเลยค่ะ
แวะมาทักทาย พี่ทิพสบายดีนะค่ะ
มาชิมๆๆๆๆๆๆ
แวะมาชื่นชมค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
หาทานยากค่ะ อยากทานๆ
ทานข้าวเช้ากันค่ะ น้องทิพจ๋า (^___^)
สวัสดีค่ะพี่ทิพ... อิอิ น่าทานจังเลย ของไทยๆ อร่อยค่ะ
เป็นกำลังใจให้พี่แต่งรูปได้สวยๆ นะคะ สนุกๆค่ะ พี่ทำได้แน่นอนค่ะ
อยากทำเป็นมั่งค่ะ ^^
คุณแม่คุณทิพน่ารักจังเลย วันหลังจะขอไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนทำขนมไทยจะได้มั้ยคะ ข้าวต้มลูกโยนนั้นแทบหาคนห่อเป็นไม่ได้แล้วค่ะ
แถวนครหลวงมีคนแก่คนหนึ่งชื่อยายพอแกทำขนมถ้วยตะไลอร่อยที่สุด อร่อยกว่าเจ้าอร่อยที่สุดของคนกรุงเทพอีก พี่ไปพบด้วยความบังเอิญ หลังจากนั้นพอมีแขกจะมาทานข้าวที่บ้านหลายคน พี่ก็จะสั่งขนมถ้วยแกทีละสองสามร้อย เรียกว่าสั่งมาเลี้ยงคนงานเราด้วยซะเลย ปรากฎว่าหลังจากสั่งได้ไม่กี่ครั้งลูกหลานแกบอกให้เลิกทำเพราะแกแก่แล้ว แต่ลูกหลานก็ไม่มีใครสืบทอดวิชาเลยนะคะ เข้าระบบทำงานในโรงงานกันหมด เสียดายมาก อยากไปเรียน เคยให้คนไปทาบทาม แกหัวเราะ คงไม่อยากสอน อดทานขนมถ้วยตะไลอร่อยๆ แล้วแถมเศร้าที่ความรู้จะสูญหายไปอีก ทำให้ทุกวันนี้พี่ไม่ทานขนมถ้วยตะไลอีกเลยค่ะ เพราะมันเป็นขนมที่ทานแล้วอ้วน หากอร่อยแล้วอ้วนยังยอมได้ แต่ไม่อร่อยแล้วอ้วนอีก จะไปทานทำไม ใช่มั้ยคะ