เรื่องเล่าจาก รพ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

สวัสดีค่ะ วันนี้พอลล่ามีเรื่องเล่าจากรพ. ตาคลี ที่ส่งเรื่องมาสถาบันฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกนำเสนอและชิงรางวัล Humanized healthcare ซึ่งเป็นเรื่องราวของชีวิตจริงของประเทศไทย ของวงการแพทย์ไทยที่มีผู้ป่วยติดเชื้อที่มีปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ ตอกย้ำความทุกข์ของเขา หากเราเอื้อมมือเข้าไปช่วย อาจจะทำให้คุณค่าของเขาได้กำเนิดขึ้นบ้าง และไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น อาจจะรวมทั้งชีวิตของคนอีกหลายคนในครอบครัวของเขาอีกด้วย มาช่วยกันทำบุญกันนะคะ ลองอ่านเรื่องของบอยดูค่ะ ...

....ชีวิตที่เลือกไม่ได้ของบอย...

โรงพยาบาลตาคลี  จ.นครสวรรค์

บอย เด็กชายผู้มีชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัสเอดส์ในร่างกายยาวนานกว่า 14 ปี  แม่ของบอยเป็นหญิงขายบริการทางเพศที่ติดเชื้อเอดส์และตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าใครคือ ... พ่อของบอย...หลังคลอดเพียง 1 วัน บอยถูกขายให้กับนายมีและนางบุญมาในราคาเพียง  500  บาท  ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า  บอยอาจรับโรคร้ายจากแม่ได้   นายมีและบุญมาอยากมีลูกมากแต่ไม่สามารถมีลูกเองได้เพราะบุญมาถูกตัดมดลูกไปแล้ว จึงตกลงใจรับบอยเป็นบุตรบุญธรรม นายมีประกอบอาชีพถีบสามล้อรับจ้าง   ส่วนบุญมาทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งสองคนเลี้ยงดูบอยด้วยความยากลำบาก

เนื่องจากฐานะยากจน จนบอยอายุ 6 ปี นายมีก็ทิ้งบุญมาและบอยไปบวชไม่สึกที่จังหวัดลำพูน  แม่บุญมาจึงไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ ทิ้งให้บอยอยู่กับคนข้างบ้าน จนอายุ  10 ปี บอยเริ่มป่วยเป็นไข้เรื้อรัง มีผื่นขึ้นตามตัว บอยมีอาการป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ คนข้างบ้านจึงพาส่งโรงพยาบาล  แพทย์ตรวจร่างกายพบว่า...บอยติดเชื้อเอดส์จากแม่ แพทย์บอกแม่บุญมาว่า บอยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์และต้องมีคนดูแลให้บอยได้กินยาอย่างต่อเนื่อง  แม่บุญมาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมาดูแลบอยที่บ้าน

       แม่บุญมาพาบอยมาพบแพทย์กินยาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทุกเดือน  บางเดือนไม่มีเงินค่ารถ แม่บุญมาจะพาบอยเดินจากบ้านมาโรงพยาบาลเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร บางครั้งบอยจะมารับยาคนเดียว ก็จะโบกรถที่ผ่านมากลางทางมาลงที่ปากทางโรงพยาบาล  ขากลับพวกเราจะฝากคนรู้จักให้ไปส่งบอยให้ลงใกล้บ้านที่สุด

เราแวะไปเยี่ยมบอยที่บ้าน ที่บ้านเราพบบอยอยู่กับแม่บุญมา  บ้านบอยเป็นบ้านเช่าเล็กๆ ราคาถูก ในบ้านเป็นห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีขยะที่เก็บไปขายกองอยู่เต็มบ้าน มองดูรกเลอะเทอะ ไม่มีน้ำประปาไม่มีไฟฟ้า ทุกๆวันบอยต้องช่วยแม่บุญมาหิ้วน้ำจากวัดใกล้บ้านมาใช้อาบและใช้สอยในบ้าน  แม้ว่า บอยและแม่จะรับเงินเบี้ยยังชีพรายเดือนๆละ 500 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในบ้านและค่าเรียนหนังสือของบอย  ทุกวันหลังจากกลับโรงเรียน บอยต้องช่วยแม่บุญมาเข็นรถเก่าๆไปเก็บขยะเพื่อนำมาขายเลี้ยงชีพ   บอยไม่ได้ไปโรงเรียนหลายวัน  บอยเล่าว่า  ไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเรียนหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่องบอยอยู่ชั้น ม.1 แต่ยังเขียนชื่อตนเองไม่ถูกและอ่านหนังสือไม่ค่อยออก ที่บ้านไม่มีไฟฟ้าทำให้ทำการบ้านไม่ได้  เวลาไปโรงเรียนเพื่อนๆในห้องชอบล้อเลียนและเรียกบอยว่า ไอ้โง่  ไอ้ควาย บอยรู้สึกอายจึงไม่อยากไปโรงเรียนอีก  เราเข้าใจถึงปัญหาอุปสรรคในการเรียนหนังสือของบอย  จึงแวะไปคุยกับครูประจำชั้นที่โรงเรียนและพูดคุยให้ครูเข้าใจถึงสภาพบ้านละปัญหาการเรียนของบอย ครูเริ่มเข้าใจและบอกให้บอยมาโรงเรียนตามปกติ บอยจึงยอมไปโรงเรียนอีกครั้ง 

       ช่วงหลังบอยไม่ค่อยมารับยาตามนัด  เราจึงไปเยี่ยมบอยที่บ้าน  พบบอยนั่งอยู่ที่บ้าน ท่าทาง เหงาๆ ซึมๆ  ถามคำตอบคำ ไม่ค่อยพูด ไม่สบตา  เราจึงชวนบอยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้บ้าน บอยนั่งเหม่อลอยบอกกับเราว่า  จะเลิกเรียนหนังสือแล้ว จะออกไปช่วยแม่บุญมารับจ้างหักข้าวโพดจะได้มีเงินใช้  แม่บุญมาเป็นหนี้ค่าข้าวและของใช้ที่ร้านค้าแถวบ้านหลายร้อยบาท  บอยอยากช่วยแม่หาเงิน อยากตอบแทนพระคุณแม่  ช่วงนี้แม่บุญมาเจ็บขาบ่อย เดินไม่ค่อยสะดวก  ออกไปทำงานไม่ค่อยได้  พวกเรารู้สึกชื่นชมในความเป็นเด็กกตัญญูของบอย  เราจึงถามเรื่องการกินยาต้านไวรัส  บอยบอกว่า  อาจจะไม่มารับยาอีก เพราะเดินทางมาลำบาก  เราให้กำลังใจและบอกบอยว่า  หากบอย อยากมีชีวิตที่แข็งแรงและอยู่ดูแลแม่บุญมานานๆ บอยต้องหมั่นกินยาทุกวันอย่างต่อเนื่อง ขณะกำลังจะกลับ เราเหลือบไปเห็นรถจักรยานเก่าๆคันหนึ่งจอดอยู่ข้างบ้านบอย ทำให้เกิดความคิดขึ้นว่า  หากนำจักรยานคันนี้มาซ่อม  บอยคงจะใช้เป็นพาหนะขี่มารับยาที่โรงพยาบาลได้ต่อเนื่อง      บอยพยักหน้าเห็นด้วย  สีหน้าดูมีความหวังขึ้น  เราจึงนำรถจักรยานเก่าๆคันนั้นมาให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลช่วยซ่อมให้ และนำกลับไปมอบให้บอย  สีหน้าบอยบ่งบอกถึงดีใจและยิ้มกว้างอย่างมีความสุข รอยยิ้มของบอยทำให้เราและทีมงานหลายรู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจที่อย่างน้อยได้มีโอกาสช่วยให้บอยมีความสุขและมีพลังที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิตที่ไม่มีโอกาสเลือกเกิดได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์...เราจะเห็นบอยขี่รถจักรยานคันนั้นมารับยาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องทุกเดือนจนถึงปัจจุบัน..

                

สู้เขา...น้องบอย........พี่พอลล่าเป็นกำลังใจให้จ้า