หลังจากได้สมาชิกครบ ก็วางแผนละเอียดยิบ อยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นวันๆ คืนๆ หนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นเกลื่อนรอบตัว ขนาดยังไปไม่ถึงญี่ปุ่นพลิกจนหนังสือหลุดเป็นชิ้นๆ แถมยังได้ข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่กรุงเทพ เขาจัดเอกสารของแต่ละเมืองจุดหมายที่เราระบุขอไป ให้อย่างเต็มใจ เอกสารสีสันสวยงามมากค่ะ

อยู่ๆผู้เขียนรู้สึกว่าอยากไปไหนไกลๆแบบไปกับเพื่อน ไปชมอะไรที่ชื่นตา ชื่นใจสักหน่อย ทีแรกว่าจะไปฝรั่งเศส ด้วยมีผู้กรุณาชวนให้ไปพักที่ปราสาทของเธอที่แคว้นนอร์มังดี ก็มีเหตุให้ไม่ได้ไป ผู้เขียนจึงคิดว่ารำคาญผู้ร่วมทางเรื่องมากเดี๋ยวอย่างโน้น เดี๋ยวอย่างนี้ เลยจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวใกล้ๆเอง ตั้งใจว่าจะสัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงอีกสักครั้ง หลังจากที่ไม่ได้เห็นมาเกือบสิบปีแล้ว เพราะหลังๆไปต่างประเทศทีไรเป็นฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนทุกครั้งไป

 

เห็นมีบริษัททัวร์คุณภาพแห่งหนึ่งลงรายละเอียดน่าสนใจมาก แต่พอมาดูราคาทั้งหมด ห้าคืน เจ็ดวัน เป็นเงินหนึ่งแสนบาท! สงสัยว่าทำไมจึงแพงเหลือเชื่อเช่นนั้น เลยไปหาซื้อหนังสือที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นทำนองเที่ยวไม่ง้อทัวร์มาศึกษาข้อมูลหลายเล่ม และเข้าไปดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ตพบข้อมูลมากมายของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น มีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ จะเอาข้อมูลด้านไหนมีหมดอย่างละเอียดเสียด้วย ขนาดบอกว่าลงรถป้ายไหน เดินไปกี่นาทีถึงจุดหมาย ผู้เขียนเลยเกิดฮึด และ ฮึกเหิมตั้งตนเป็นผู้ก่อการไปเที่ยวกันเองที่ประเทศญี่ปุ่น

ว่าแล้วก็โทรศัพท์ไปชวนเพื่อนสนิทอีกสองคนจากสมัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งยังคงติดต่อพบปะกันอยู่เสมอ โดยมีข้อกำหนดว่าจะชวนคนที่มีเวลาไปได้หลายวัน และมีทรัพย์พอ

คนหนึ่งอยู่อำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี เธอเคยทำงานแผนกผู้ลี้ภัย สถานทูตอเมริกา ที่กรุงเทพ แต่แล้วคิดว่ากลับไปทำงานกิจการของครอบครัวดีกว่า จึงมีอาชีพอิสระปลูกพืชเศรษฐกิจหลายอย่าง คนนี้แต่งงานแล้ว ขอนำสามีไปด้วย ผู้เขียนดีใจว่าจะได้มีผู้ชายสักคนในกลุ่มให้อุ่นใจ แม้ว่าจะรู้สึกว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นปลอดภัย (แต่ผู้เขียนไม่ชวนคนข้างกายตัวเองไปด้วยหรอกค่ะ)

อีกคนอยู่สุรินทร์ ค่ะ รับราชการ มีวันลาพักร้อนสะสมพอและเธอมีเงินเหลือใช้เพราะไม่มีครอบครัว

แปลกมากที่พอโทรไปชวนไม่มีใครอิดเอื้อนเลย ดีจริงๆ

หลังจากได้สมาชิกครบ ก็วางแผนละเอียดยิบ อยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นวันๆ คืนๆ หนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นเกลื่อนรอบตัว ขนาดยังไปไม่ถึงญี่ปุ่นพลิกจนหนังสือหลุดเป็นชิ้นๆ แถมยังได้ข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่กรุงเทพ เขาจัดเอกสารของแต่ละเมืองจุดหมายที่เราระบุขอไป ให้อย่างเต็มใจ เอกสารสีสันสวยงามมากค่ะ

ตัวอย่างแหล่งข้อมูลในเว็บ

·       http://www.jnto.go.jp/

         (Japan National Tourist Organization)

·       http://www.itcj.jp/ International Tourism of Japan

         (Welcome Inn Reservation Center –WIRC)

·       http://www.yokosojapan.org/about/accomodation.htm

·        http://www.yokosojapan.org/ (ภาษาไทย)

ในที่สุดก็ตัดสินใจ เลือกเมือง สถานที่ สิ่งที่อยากไปชม วางเส้นทางให้ได้ประโยชน์จากการนั่งรถไฟให้คุ้มที่สุด และกำหนดวัน พอดีพบข้อมูลว่า วันที่ 16 และ 17 ตุลาคม มีงานเทศกาลที่เมืองนิกโก้ เลยกำหนดว่า เราจะไปให้ได้ชมเทศกาลด้วย ได้วันเดินทางคือ 14-26 ตุลาคม รวม 11 คืน 12 วัน

 

·         ชมใบไม้เปลี่ยนสีภูมิภาคญี่ปุ่นตะวันออก (เขตโทโฮคุ) + ภูเขาไฟฟูจิ

เส้นทางขึ้น : โตเกียว  àนิกโก้à อุทซึโนมิยะà  ฮาจิโนเฮะà อาโอโมริ (เขาฮัคโคดะ + ทะเลสาปโทวาดะ +โออิระเซะ)

เส้นทางล่อง: ฮิโรซากิ à อาโอโมริ à เซนไดà  มัทซึชิมา à เซนได àโตเกียว

เส้นทางรอบนอกโตเกียว: โตเกียว à คาวากูจิโกะ (ภูเขาไฟฟูจิ เขต ยามานิชิ)

                                       โตเกียว à คามาคุระ (พระไดบุทสึ)

                            

   Ø Package ค่าตั๋วบินชั้นประหยัด +ค่ารถไฟเหมา 7 วัน

 JR Pass (upgrade เป็นชั้น 1) จากJALPAK ที่กรุงเทพ     37,115 .                                                                                    

(หากไปชั้นธรรมดาถูกลง 3,400 บาท)

Ø ค่าโรงแรม 11 คืน เฉลี่ยคนละ                                  24,700 บ.

(ค่าโรงแรมค่อนข้างสูง เพราะเพื่อนคุณนายคนหนึ่งเรื่องมาก กำหนดว่า โรงแรมต้องอยู่ใกล้สถานีรถไฟแบบเดินจิ๊ดเดียว และ ต้องมีห้องน้ำในตัว ไม่เอาแบบวัยรุ่นประหยัด ซึ่งนิยมที่พักขนาดไม่ใหญ่โต มักบริหารโดยครอบครัวซึ่งต้องใช้ห้องน้ำ(Bathroom &Toilet)รวม ราคาจะถูกมาก ที่จริงญี่ปุ่นมีที่พักหลายแบบ สามารถหาถูกลงได้กว่านี้เยอะหากไม่เรื่องมาก)

Ø ค่าประกันชีวิต/สุขภาพ คนละ                                      810 บ.

Ø  นอกนั้นเป็นค่ากิน เราตั้งงบค่ากินไว้คนละ 12,000 บาท ยังเหลือเลยค่ะ (เพราะไม่คิดไปกินเมนูเซ็ทขาปู ซูชิจานเวียน เน้นกินแบบคนญี่ปุ่นธรรมดาๆ)

Ø  ค่ารถไฟพิเศษบางเส้นทางที่ JR Pass ไม่ครอบคลุม    ราว 3,000 บ.

Ø  และค่าช้อปปิ้ง ซึ่งไม่เน้นเลย เพราะนอกจากจะของแพงแล้ว ยังต้องเป็นภาระแบกอีกด้วย

เป็นทริปที่คุ้มค่าที่สุด ได้เห็น ได้สัมผัสกับหลายสิ่งที่ไม่คาดคิด รวมทั้ง รู้จักทำใจกับสิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นแล้วไม่ได้เห็น และตั้งความหวังว่า …..แล้วจะกลับมาเยือนอีก เพราะรู้แล้วว่า ญี่ปุ่นนั้นเที่ยวได้ทุกฤดู

เอาล่ะค่ะ เกริ่นกันแค่นี้ ตอนหน้าขึ้นเครื่องบินไปลงโตเกียวด้วยกันเลยนะคะ