ขับรถออกจากโรงพยาบาลประมาณ 14.30 น.มาจนถึงขณะที่เขียนบันทึกนี้ อาการเจ็บปวดต่าง ๆที่เคยเป็น การเจ็บแน่นหน้าอกก็ไม่มีแล้ว ทุกอย่างหายไปเองเลย ..เพียงแค่ตรวจและยังไม่ได้ทานยาแต่งอย่างใด..ที่แท้ฉันเป็นโรคจิตป่วนนี่เอง

สิ่งที่ปรารถนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าใครจะให้ความสำคัญต่อสิ่งใดมากที่สุด และขึ้นอยู่กับกาลเวลาและวัยของแต่ละคน สุขภาพจึงนับว่าเป็นความสำคัญอย่างหนึ่ง และแต่ละคนจำเป็นต้องแสวงหาสิ่งสำคัญสำหรับตัวเอง สังเกตจากคำกล่าวและการส่งความปรารถนาดีต่อกันด้วยคำว่า "ดูแลตัวเองนะ รักษาสุขภาพนะ อย่าเจ็บอย่าไข้นะ สุขภาพแข็งแรงนะ"
จากการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ การบำบัด การป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากโรคภัยต่าง ๆ ..ฉันต้องสำรวจตัวเองทุกครั้งว่า..มีอาการเช่นนั้นหรือไม่ ไม่นานมานี้ได้เรียนรู้เกี่ยวอาการของโรคหัวใจ
มีบางอย่างคล้าย ๆ กับอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายของฉัน และคล้าย ๆ กับมีอาการเพิ่มขึ้นซ้ำ ๆ กัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เล่าให้เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนฟังว่ามีอาการเจ็บรอบ ๆ หัวใจและรักแร้ แต่หลายคนลงความเห็นว่า..น่าจะมาจากการตีแบด เพราะนาน ๆ ตีครั้งหนึ่งทำให้แขนอีกข้างไม่ได้ออกกำลัง หรือบางคนให้ความเห็นว่าอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ
ทั้งนี้ฉันตั้งใจว่าจะต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี แต่รอเวลาที่เหมาะสมการงานทุเลาเบาบางลง ตัดสินใจว่าจะไปตรวจสุขภาพในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2551 เป็นที่แน่นอน แต่...เมื่อคืนวันที่ 14 ที่ผ่านมา ฉันรู้สึกอึดอัดตรงบริเวณนั้น ตื่นขึ้นมากลางดึกก็นอนไม่หลับ เพราะความอึดอัดและเจ็บแปล๊บ ๆ ลูบคลำก็รู้สึกเจ็บ ได้ถามตัวเองว่า..พร้อมตายหรือยัง และตอบเองตอบว่าพร้อม
ตื่นนอนในวันนี้จึงรีบไปโรงพยาบาล ขณะที่ขับรถไปก็รู้สึกเจ็บแน่นที่หน้าอก ไปแจ้งว่าจะมาตรวจสุขภาพประจำปี ผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีจึงอยู่ในโปรแกรมที่ 4 เริ่มจากการวัดความดันโลหิต การตรวจเลือด(ตรวจนำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ความสมบูรณ์ของเลือด กรดยูริคในเลือด) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การเอ๊กซเรย์ทรวงอก ตรวจอุลต้าซาวน์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่างทั้งหมด (การทำงานของตับ ไต ปอดและเกี่ยวกับมดลูก) ตรวจหาไวรัสตับอักเสบ และตรวจปัสสาวะ นัดทำเมมโมแกรมเต้านม (หมอพูดให้กำลังใจว่าประวัติญาติพี่น้องไม่เป็นก็ไม่เป็น เพื่ออยากสบายใจก็ควรทำได้)
ประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ จึงได้ทานข้าว (แต่ภายหลังที่เอ๊กซเรย์ หมออนุญาตให้ดื่มน้ำได้เพื่อรออุลตราซาวน์ ) นั่งรอผลตรวจ คุณหมอหนุ่ม ๆ หน้าตาทางทางเป็นคนจิตใจดี น่าจะสนใจคนไข้เป็นพิเศษ เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน คุณหมอบอกว่าดีใจด้วยนะครับสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกอย่าง จากการตรวจไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
แต่ฉันก็พยายามเล่าอาการที่ฉันเป็นมาก่อนหน้านี้ให้คุณหมอฟัง คุณหมอยิ้มอย่างเยือกเย็น คุณหมอเห็นที่อยู่ของฉันในประวัติคนไข้..คุณหมอบอกว่าอยู่ใกล้ ๆ กัน และอธิบายต่าง ๆ แฝงด้วยหลักธรรม (ซึ่งวัยของคุณหมอไม่น่าเกิน 30 ปี) และคุยด้วยอารมณ์ขัน..หมอบอกว่า "ไม่เป็นจะให้เป็นได้อย่างไรครับ" คุณหมอได้สั่งยาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อมาให้จำนวนหนึ่ง ถ้าทานแล้วอาการดีขึ้นไม่จำเป็นต้องทานอีก ....ถ้าเป็นอะไรให้ไปหาที่บ้านก็ได้ อยู่ใกล้ ๆ กัน... "ผมเป็นลูกคนโน้นคนนี้ บ้านผมอยู่ตรงนั้นเอง"
ระหว่างนั้นเพื่อน ๆ และคณะครูที่โรงเรียนโทรมาเยี่ยมอาการมากมาย ทุกคนดีใจที่ทราบว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรเหมือนที่คิดกังวล ขับรถออกจากโรงพยาบาลประมาณ 14.30 น.มาจนถึงขณะที่เขียนบันทึกนี้ อาการเจ็บปวดต่าง ๆที่เคยเป็น การเจ็บแน่นหน้าอกก็ไม่มีแล้ว ทุกอย่างหายไปเองเลย ..เพียงแค่ตรวจและยังไม่ได้ทานยาแต่อย่างใด..ที่แท้ฉันเป็นโรคจิตป่วน จิตวิตกนี่เอง และอยากจะประกาศเกียรติคุณว่า "คุณหมอท่านนี้จิตใจดีมีเมตตาสูง"
00000
เจริญพร โยมครูคิม
ทางพุทธศาสนาเรียกว่า โรคอุปาทาน
เจ็บอยู่ที่หัว กลัวอยู่ที่ใจ
เจริญพร
ยินดีด้วยกับคนไม่มีโรคภัย..แต่ก็เป็นข้อดีของจิตวิตกแบบนี้..จะได้รีบหาหมอ..ถ้าคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก..อาจเป็นมากภายหลัง..รักษาสุขภาพค่ะ
สวัสดีค่ะป้าคิมจ๋า
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใจค่ะ...ใจเข้มแข็ง กายก็แข็งแรง....
ดีใจเช่นกันค่ะ...
ป้าคิมจ้ะ.."ดูแลตัวเองนะค่ะ รักษาสุขภาพนะ อย่าเจ็บอย่าไข้นะ สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ" มีความสุขมากๆๆนะค่ะ
ด้วยความคิดถึงมากมายค่ะ
สวัสดีคะ ครูคิม
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม... มาให้กำลังใจค่ะพี่ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปค่ะ อาการที่มีอาจจะขึ้นอยู่กับควมเครียด..อิอิ... แต่อย่างไรห็ขอให้พี่หมั่นตรวจร่างกายเสมอๆ นะคะ รัก คิดถึง เป็นห่วงอย่างจริงใจค่ะ คุณหมอใจดี..มีอีกแล้วค่ะ
ต้องไปตรวจให้ละเอียดนะคะ อย่าปล่อยไว้เรื้อรัง
ครูอ้อยเป็นห่วงค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ พี่ครูคิม
สุขภาพแข็งแรงนะคะ
พักผ่อน บ้างนะคะ
เอากล้วยไม้สวยๆ มาฝากค่ะ
สวัสดีคะครูคิม เด็กโข่งรายงานตัวนะคะ
การระมัดระวังสุขภาพตนเอง และคอยใส่ใจก่อนที่จะมีอาการรุนแรงนั้น ยังไม่ถือว่าจิตป่วนนะคะ
ตอนที่สมัยเรียนนั้นเคยเรียนเรื่องความเจ็บปวดคะ เขาบอกว่าว่าความเจ็บปวดเป็นเรื่องส่วนบุคคลคะ ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครเจ็บจริงเจ็บหลอกหรือเจ็บจากสาเหตุอะไรคะ เพราะเจ็บคือเจ็บปวดคือปวดคะ ตราบใดที่เรายังไม่ได้เป็นคนปวดเราจะไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกปวดอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกปวดต้องเชื่อไว้ก่อนคะ แล้วหาทางช่วยเหลือให้หายจากอาการปวด
แต่ก็ดีแล้วนะคะที่ครูคิมไม่ได้เป็นอะไร ดีใจด้วยคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
รักและคิดถึงคะ
สวัสดีค่ะป้าคิม
กายพร้อม ใจพร้อม สูๆค่ะ อิอิ...คิดถึงนะค่ะ จุ๊บๆๆ กอดๆๆๆ
สวัสดีค่ะครูคิม
นมัสการเจ้าค่ะพระคุณเจ้าพระปลัด
สวัสดีค่ะคุณครูน้อง ครูแอน
สวัสดีค่ะน้อง kittyjump~เลขา~natadee
เคยมีคนกล่าวว่า "ทุกสิ่งทุกอย่าง วำเร็จที่ใจ" แสดงว่าใจสำคัญกว่าอื่นใด เคยได้ฟังพระเทศน์ ท่านว่า "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว" นี่ก็แสดงว่า ใจอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น การเตรียมกำลังใจให้พร้อมอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญ การต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บก็เช่นเดียวกัน นอกจากยาแล้ว กำลังใจก็เป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้
ขอเป็นกำลังใจให้ปราศจากโรคภัย ตลอดไป
เป็นห่วงพี่คิมครับ