ได้อ่านบทความนี้ที่เขียนโดยคุณ บัญญัติ สุขศรีงาม แล้วเกิดความรู้สึกตื้นตันในพระอัจฉริยภาพของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเราปวงชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ในบล็อกของเราค่ะ
" นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีเมื่อ พ.ศ.2489 จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 60 ปีที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัตินั้น พระองค์ได้ทรงมีพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงมีพระราช-ปณิธานที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนจึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริ รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในทุก ๆ ด้าน โครงการพระราชดำริของพระองค์จะทรงใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานอยู่เสมอ
พระราชกรณียกิจของพระองค์ได้แพร่หลายไปสู่นานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งได้เห็นพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ดังนั้นในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ใน พ.ศ.2549 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (Lifetime Achievement in Human Development Award) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ในฐานะที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการพัฒนามนุษย์อย่างต่อเนื่องตลอดมา
นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าถวายรางวัลในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2549 ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน โดยเลขาธิการสหประชาชาติได้ประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ดังนี้
“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
สหประชาชาติมีความปลาบปลื้มยินดีในเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ที่ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” ซึ่งเป็นรางวัลชิ้นแรกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดทำขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบหกสิบปี
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชนชาวไทยอยู่เป็นนิจศีล เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงต่างกล่าวขานพระนามพระองค์ว่าทรงเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยไม่ทรงแบ่งแยกสถานะ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือหมู่เหล่า ทรงสดับรับฟังปัญหาความทุกข์ยากของราษฎรและพระราชทานแนวทางการดำรงชีวิตเพื่อให้ประชาชนของพระองค์สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
โครงการในพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชนบทมีจำนวนมากมายและมิอาจนับได้ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ความรู้และนวัตกรรมที่เอื้อต่อความก้าวหน้าในการพัฒนา ยังประโยชน์ให้แก่พสกนิกรทั่วหล้า อาทิ โครงการที่มุ่งเน้นการเกษตรขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม โครงการที่มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมและภัยแล้ง
ด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และคุณูปการต่อการพัฒนายั่งยืนทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดใหม่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่มีต่อประชาราษฎร์ ที่ได้พระราชทานปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งชี้ถึงแนวทางการพัฒนาที่เน้นความสมดุลความพอประมาณ ความมีเหตุผล สำนึกในคุณธรรมและการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จากกระแสโลกาภิวัตน์ ด้วยปรัชญาดังกล่าวนี้ สหประชาชาติจึงมุ่งเน้นเพียรพยายามและส่งเสริมการพัฒนาคน ให้ความสำคัญต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา
รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีปณิธานที่จะส่งเสริมประสบการณ์และนำแนวทางการปฏิบัติในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน มาช่วยจุดประกายแนวความคิดในปรัชญาดังกล่าวสู่นานาประเทศต่อไป ในโอกาสนี้ข้าพระพุทธเจ้ามีความปลื้มปีติและภาคภูมิใจทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดการพัฒนามนุษย์” ดังกล่าวแล้ว ได้ก่อให้เกิดความปลื้มปิติแก่ประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าภารกิจที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติมาตลอดนั้น นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยแล้ว ยังนำไปเป็นแบบอย่างของการพัฒนาของประเทศต่าง ๆ ได้อีกด้วย พระองค์จึงได้รับการเทิดพระเกียรติจากองค์การสหประชาชาติ
ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยชั่วนิรันดร