แค่หย่อมความกดอากาศ ก็เสียหายขนาดนี้

 ไม่ได้เข้ามาดูนาน เพราะมีภาระกิจต่อเนื่อง จากภาวะธรรมชาติ  เหมือนคนละฟ้า ต้นปีนำมี  กลางปี แล้งจัดจนเกือบจะไม่ได้ทำนา  พอมาเดือนกันยายน  แค่หย่อมความกดอากาศ สามารถมีพิษสงทำให้น้ำท่วมนาข้าวเสียหายมากมาย  ซึ่งในความเป็นจริงไม่น่าจะเสียหายขนาดนี้  แต่ในช่วง 3  สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านนายอำเภอได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการออกตรวจสอบประเมินพื้นที่ความเสียหาย ได้ลงไปประชาคมหมู่บ้านและลงตรวจสอบพื้นที่จริง  จึงพบความเป็นจริงว่า  ที่พื้นที่เสียหายมากทั้งที่ปริมาณนำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเพราะ  พี่น้องเกษตรกรทำนาล่าช้า  เนื่องจาก ต้นฤดูฝนมามากทำไม่ได้   กลางปีฝนทิ้งช่วงนาน 2 เดือน ครึ่ง  พอกันยายนฝนมา ลงทำนา เริ่มปักดำ  พระพิรุณ  มาไม่หยุด  น้ำท่วมโดยต้นข้าวยังไม่มีโอกาสตั้งตัว  จึงทำให้เน่าเสียหายมาก ในทุกตำบล พื้นที่กว่า  8,432  ไร่ เกษตรกร  กว่า 800 ครัวเรือน มูลค่าความเสียหายกว่า  50  ล้านบาท ....อนิจจา  เกษตรกรไทย  เมื่อไหร่..จะพ้นกรรม....หรือเราถูกลิขิตไว้แล้วว่า.....ต้องใช้กรรมตลอดไป...น่าจะมีประกันภัย ประกันความเสี่ยงให้เน้าะ..