การจัดการกลุ่มผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย ให้กลายเป็นพลังกลุ่มเรียนรู้ จะเป็นแนวหนึ่งของการจัดองค์กรแบบพลวัตร และเป็นการนำเอาความเป็นชุมชนมาบูรณาการกับวิธีขององค์กรจัดการแบบสมัยใหม่
ชุมชนเรียนู้และการจัดองค์กรเรียนรู้
รูปแบบอย่างนี้ การทำงานในแนวประชาคม และประชาสังคม จัดว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของชุมชนแห่งการเรียนรู้ และองค์กรแห่งการเรียนรู้ สมาชิกของกลุ่มก้อนมีโครงสร้างการรวมตัวกัน ด้วยการปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมสร้างค่านิยม สำนึกความเป็นส่วนรวม และกรอบการจัดวางตนเองในกลุ่มร่วมกัน
มีมิติของจิตใจ ความละเอียดอ่อนต่อความเป็นมนุษย์ และสุนทรียภาพของการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยกัน ทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในสิ่งที่ต้องการ ได้สุขภาวะ พร้อมไปกับได้ความเติบโตและงอกงามทางจิตวิญญาณ
องค์กรที่เป็นทางการทั้งในภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในปัจจุบัน ให้ความสนใจและบูรณาการแนวดำเนินการอย่างนี้เข้าไปในองค์กรอย่างแพร่หลายพอสมควร ทำให้การงาน การดำเนินชีวิต สุขภาพและความสุข รวมไปจนถึงการมีมิติสังคมและวัฒนธรรมในองค์กร ผสมผสานและกลมกลืนอยู่ด้วยกัน ลดวิถีแยกส่วน และยกระดับความเป็นจริงของสังคมให้เข้าสู่ความซับซ้อนที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากยุคอดีต
เป็นแนวการพัฒนาองค์กรที่ส่งเสริมให้การทำงาน การดำเนินชีวิต การพัฒนามิติทางจิตวิญญาณของมนุษย์ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคม ไปด้วยกัน
ผสมผสานการมีส่วนร่วม เข้าสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
รูปแบบการประชุม การจัดการเรียนรู้ และการศึกษาอบรม เพื่อบูรณาการมิตินี้เข้าไปในงานประจำที่องค์กรต่างๆดำเนินการอยู่ ก็เป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กร ให้เกิดพัฒนาการในมิตินี้เพิ่มขึ้นมาได้
การจัดห้องประชุมและอุปกรณ์ เป็นเรื่องเชิงเทคนิคมากๆเรื่องหนึ่ง ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยและทำไปอย่างเป็นงานประจำแบบเดิมๆ แต่สามารถทำขึ้นใหม่ให้เป็นปฏิบัติการเชิงความคิดและสร้างการเรียนรู้เชิงกระบวนการให้เกิดขึ้น เพื่อทำให้การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มก้อน มีพลังการมีส่วนร่วม และเกิดมิติการเรียนรู้ทางสังคมขึ้นมาแทนโครงสร้างเชิงอำนาจภายในองค์กรจัดการเล็กๆ
ทำให้คนเกิดการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ ได้วิธีคิดและความมีจิตใหญ่ ซึ่งรูปแบบที่เป็นทางการมักลดภาวะการเรียนรู้มิติดังกล่าวลงไปมาก
ทีมจะเก่งในการทำงานและมีบทบาทร่วมกัน ซึ่งบางเรื่องที่เหมาะสมก็จะเกิดขึ้นมากกว่ารูปแบบการตั้งเป็นคณะกรรมการแบบแข็งๆ พร้อมกับเกิดมิติการได้รับการกล่อมเกลาจากกระบวนการทางสังคมซึ่งมีพลังที่สงบเย็น มากกว่ารูปแบบที่ก่อให้เกิดพลังกดดันและบีบคั้นจากกลุ่ม ทำให้มีสำนึกทางสังคม ได้ใช้วิจารณญาณ สามารถเชื่อมโยงงานขององค์กรเข้ากับจุดหมายเชิงอุดมคติของสังคม องค์กรบริการสาธารณะสะท้อนและเชื่อมโยงกับภาคสังคมมากยิ่งๆขึ้น
ผมมีโอกาสในการออกแบบและปรับปรุงห้องประชุมขนาดต่างๆ ขององค์กร ก็มักจะผสมผสานมิตินี้เข้าไป เพราะสังเกตว่า ห้องประชุม สภาพสถานที่ และการจัดอุปกรณ์ต่างๆ โดยทั่วไป มักไม่ละเอียดอ่อนกับองค์ประกอบทางด้านนี้ จึงมักเน้นการจัดแบบส่งเสริมโครงสร้างที่เป็นทางการ เต็มไปด้วยเงื่อนไขให้เกิดโครงสร้างเชิงอำนาจ คำนึงถึงการกักผู้คนให้อยู่เป็นสัดส่วน ควบคุมให้อยู่ในภาวะภายนอกเหมือนๆกัน
ผู้คนเมื่อก้าวเข้าไปก็จะรู้สึกได้ถึงพลังควบคุม และคุยกันเพื่อสร้างข้อตกลงได้ง่ายๆเร็วๆ เหมือนกับได้งาน แต่ออกไปทำในชีวิตจริงไม่ค่อยได้ สภาพห้องไม่เอื้อต่อบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมพลังการปรึกษาหารือ มีเครื่องไม้เครื่องมือมากมายอย่างที่ควรจะมี แต่ก็มีเพื่อเรียกว่ามีอย่างทันสมัยไปอย่างนั้น ไม่มีพลังต่อการใช้เพื่อการเรียนรู้ ไม่เป็นประธาน หรือปัจจัยหลักต่อกิจกรรมทางปัญญาของกลุ่มคน
บางบทเรียน ขององค์กรจัดการเรียนรู้นานาชาติ
หลายคนที่ได้ใช้ห้องประชุมที่ทำงานผม รวมทั้งคนในองค์กร มักให้การประเมินกลับที่ดี แต่เบื้องหลังการถ่ายทำนั้น เรื่องพวกนี้เราทำกันอย่างมีที่มา มิใช่เรื่องบังเอิญ และปล่อยให้เป็นเรื่องเล็กๆน้อย ไปตามยถากรรม โดยใช้การคิดสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม (Creative Group) เหมือนกลุ่มทำงานสร้างสรรค์สื่อ ศิลปะ และงานจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ชอบใช้
- บอร์ดและแหล่งดิสเพลย์ มีบอร์ดเยอะๆ หลากหลาย และทำให้ผนัง มีสภาพที่ดิสเพลย์งาน เพื่อทำงานระดมความคิดได้ง่ายๆ ห้องประชุมและอบรมส่วนมาก มักคำนึงถึงการตบแต่งให้หรูหรา ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดึงอารมณ์ความหรูหราฟุ่มเฟือยและให้ความสะดวกสบาย มาเป็นประธาน ไม่ออกแบบโดยคำนึงถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์กันของผู้คนที่แตกต่างและเน้นกระบวนการเรียนรู้ ให้เป็นประธาน
- รูปแบบการกระจายเสียงในห้อง มีระบบเสียงที่กระจายเสียงโดยใช้ระดับเสียงที่ไม่ดังและใช้ลำโพงเข้าใกล้ผู้คน ซึ่งจะเพิ่มพลังความเป็นธรรมชาติ แทนการลดจำนวนลำโพงให้เหลือไม่กี่คู่และใช้การเร่งความดังให้ครอบคลุมกลุ่มทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดภาษาความห่างเหิน และผู้คนตระหนักถึงกระแสสังคมรวมๆ ทำให้ปัจเจกกลายเป็นตัวเล็กจิ๊บจ้อย ไม่ต้องมีตัวตน ไม่มีพลัง ไม่มีความหมาย มีส่วนร่วมแบบคนที่ว่างเปล่าแบบสุญญากาศ
- อุปกรณ์ส่งเสริมการลุกขึ้นมีส่วนร่วมในนามตนเอง มีและใช้ไมโครโฟน ที่กระจายเข้าถึงกลุ่มคนหลากหลาย หากเป็นกลุ่มจำนวน 40-50 คนขึ้นไป การมีไมโครโฟนน้อย จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของการเข้าถึง การจับไมโครโฟนและพูดสื่อสารกับผู้คนผ่านอุปกรณ์ได้ จะมีภาษาของอำนาจ ที่เหนือกว่ากลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงไมโครโฟนและพูดในที่ชุมชนไม่ได้
- เสื่อ ฟลิปชาร์ต และโน๊ตบุ๊ค พร้อม ในเชิงวิธีคิดก็คือ ต้องผสมผสานเทคโนโลยีและอุปกรณ์ ที่เกื้อหนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้คนในสถานการณ์ของการทำงานและเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่จำกัดวิธีการที่เป็นสูตรสำเร็จ และมีแนวคิดที่แยบคายกำกับ เช่น มีวิธีคิดและรู้ว่าโน๊ตบุ๊คกับเครื่องฉายภาพขึ้นจอขนาดใหญ่ เข้าถึงผู้คนได้ทั้งหมดในระยะเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับการพูดคุยชี้แจงและสร้างวาระร่วมกัน (Common Agenda) หรือสร้างกระแสตามกันให้เกิดขึ้นในกลุ่ม ถ่ายทอดข้อมูลแบบทางเดียวและทีเดียวได้ แต่จะขาดมิติการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม บางเรื่องจึงต้องใช้การนั่งคุยบนเสื่อ และการทำงานเป็นกลุ่มบนฟลิปชาร์ต แต่ละอย่างและแต่ละกระบวนการ มีนัยต่อการทำงานและเป็นกลวิธีการจัดการชุมชนเรียนรู้ และสร้างองค์กรเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ ไม่เหมือนกัน
ส่งเสริมความเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการองค์กรและชุมชนเรียนรู้
มองในด้านการพัฒนาการเรียนรู้และมิติการศึกษาเรียนรู้เพื่อการพัฒนา เรื่องห้องประชุมและอุปกรณ์ ก็จัดว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่สามารถดำเนินการให้สื่อสะท้อนการมุ่งเน้นความเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : LO) และการขับเคลื่อน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning Community : LC) ซึ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับระบบและโครงสร้างทางกายภาพเล็กๆน้อยๆนี้ไปด้วย
ในภาคประชาชนและในการทำงานชุมชน ก็มีความสำคัญไม่น้อย ทุกหนแห่งไม่ควรลืมที่จะถ่ายทอดเรื่องราวพวกนี้ให้ชาวบ้านและชุมชน ไม่อย่างนั้นสังคมทั่วไปจะตามความเปลี่ยนแปลงต่างๆได้ทันเฉพาะความทันสมัยทางรูปแบบ แต่มิติทางวัฒนธรรมและกระบวนการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งไปจนถึงการได้วิธีคิด จะไม่ไปด้วยกันครับ.