ครอบครัวเราเกือบครบหนึ่งรอบแล้ว

 

           และแล้วการไปโรงเรียนของเจ้าจ้าก็เริ่มมีภาวะแทรกซ้อนครับ จากเด็กที่ถูกเลี้ยงอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปดมลมหายใจเพื่อน ไม่ต้องไปกินน้ำมูกเพื่อนๆที่โรงเรียน มาวันนี้จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามารายงานว่าลูกสาวตัวเล็กไข้ขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า

            ที่จริงแล้ววันนี้เป็นวันที่ดีของบ้านผมอีกวันหนึ่ง

            วันนี้เมื่อปีพ.ศ. 2540 ถ้าใครยังจำได้ เป็นวันที่พายุลินดาเข้าบ้านเราในภาคใต้ เป็นวันที่ผมต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ เพื่ออาบน้ำแต่งตัว ยืนที่หน้าต่างในโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในปากพนัง มองดูท้องฟ้าที่ฝนตกพรำๆตั้งแต่ตอนกลางคืนของคืนก่อนหน้านี้ พ่อแม่ของผมก็คงมีสีหน้าท่าทางที่กังวลพอๆกัน

            ราวๆเกือบ 7 โมงเช้า ฝนฟ้าเริ่มซาลงบ้าง ผมซึ่งอยู่ในชุดข้าราชการสีขาว (ที่ไปยืมของคนที่รู้จักมาสวมใส่) ก็ขับรถยนต์ Ford Mondeo คู่ใจที่เพิ่งซื้อได้ปีกว่าๆ ไปที่บ้านของคนรู้จัก ที่แม้ไม่ใช่ญาติก็กลับสนิทกันเสียยิ่งกว่าอะไร ที่บ้านท่านนั้นเขาได้จัดเตรียมดอกไม้ พาน และข้าวของมากมายเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจหรือรับทราบได้ทั้งหมดว่ามันมีไว้เพื่อจุดประสงค์อะไรบ้าง

            พ่อแม่ ญาติๆ เพื่อนๆของทั้งผมและพ่อแม่ต่างก็มากันพร้อมเพรียง และเมื่อถึงเวลาเก้าโมง ก็ได้เวลาที่ทุกคนในบ้านหลังนี้ออกเดินทางไปบ้านของเธอ แล้วฝนก็ตกลงมาอีกตูม

            โห่...ฮี้โห่.....มันเป็นเสียงที่นำทางให้ผมเดินตามด้วยหัวใจที่ดังระรัว วันนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เป็นวันที่ผมกับจิ๋มแต่งงานกันครับ

            11 ปีแล้วที่เราได้ก่อร่างสร้างตัวกันมา ทุลักทุเลบ้างก็คงเป็นธรรมชาติของคำว่าครอบครัว ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาด้วยกัน ก็เป็นวิถีของครอบครัว การเจริญเติบโตของครอบครัวก็เป็นธรรมชาติของมันอีกเช่นกัน พี่แป้งและน้องจ้า คือคนที่เราสองคนผัวเมียได้สร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ และตอนนี้ก็กำลังพรวนดินรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ (ถึงแม้ว่าทั้งสองจะแกร็นไปสักหน่อย นั่นก็เพราะพันธุ์ของมัน..ฮา) เราเองก็กำลังมองการเจริญเติบโตของครอบครัวของเราอยู่ตลอดเวลา

            ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาของผมค่อนข้างวุ่นวาย ไหนจะเตรียมนำเสนอผลงาน best practice ของภาควิชา ไหนจะต้องจัดแจงเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับงานใหม่และใหญ่ที่กำลังเข้ามาในชีวิต ไม่รู้ว่าเป็นทุกขลาภหรือไม่ แต่นั่นก็เป็นหนทางของการเจริญเติบโตทางหน้าที่การงานต่อไป จนลืมไปเสียสนิทว่า วันนี้คือวันอะไร

            แม่รักพ่อจัง...พ่อจำได้มั้ยว่าวันนี้เป็นวันอะไร เป็นคำทักทายแรกของเช้าวันนี้ที่เมียกระซิบบอกข้างหู แวบนั้นผมก็พลันสำนึกได้ว่าลืมเรื่องสำคัญของชีวิตไปเสียฉิบ

            ผมไปรับน้องจ้าราวสี่โมงเย็น วันนี้ลูกสาวผู้ร่าเริงเสมอซึมลงไปชัดเจน เธอทำปากแบนๆเมื่อเห็นหน้าพ่อของเธอ ราวกับจะบอกว่า จ้าไม่สบายนะพ่อ แต่ถึงแม้ดูป่วยก็ยังมีเค้ายิ้มได้บ้างเมื่อถูกลูกล่อลูกชนของพ่อมัน ตัวอุ่นๆเท่านั้นค่ะ ตอนเที่ยงไข้สูงกว่านี้ ครูโอ๋เป็นคนบอกอาการเมื่อผมมารับลูกสาว

            โรงเรียนนกฮูกไม่ติดแอร์ในห้องเรียน นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผมตัดสินใจเลือกโรงเรียนนี้ให้ลูก เพราะตระหนักว่า การอยู่รวมกันของคุณตัวเล็กที่มากกว่า 5 คนขึ้นไปในห้องติดแอร์ น่าจะเป็นภัยคุกคามมากกว่าการลดกลิ่นเหงื่อของเด็กๆ แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติอีกเช่นกันที่เด็กๆก็ยังคงต้องมีการส่งผ่านเชื้อโรคให้กันและกัน ไข้ จึงเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กชั้นอนุบาล (วันนี้ฮิตธรรมชาติครับ ท้ายบทความเรามาทายวันว่ามีคำว่าธรรมชาติอยู่กี่ธรรมชาติ)

            คืนนี้ทั้งคืนเราพยากรณ์ได้เลยว่า ไข้คงสูงทั้งคืน เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย สิ่งหนึ่งที่เรากลัวก็คือ ไข้เลือดออก แต่น้องจ้ามีอาการไอ มีเสมหะในคอ มีอาการของการเป็นหวัดมากกว่าไข้อย่างเดียว นั่นคงทำให้เราเบาใจได้สักหน่อย ว่าไม่น่าจะเป็นไข้เลือดออก ส่วนพี่แป้ง เมื่อรู้ว่าน้องไข้ขึ้นก็มีท่าทางตกใจ (จนพ่อมันจับอาการได้) พี่รักน้องไหมก็แอบดูได้ตอนนี้แหละครับ

            คืนนี้เราอดไปกินเค้กกับกาแฟในร้านโปรดของครอบครัวอย่างที่วางแผนไว้ อดนอนเปิดแอร์เพราะลูกสาวไข้ขึ้น คืนนี้พ่อกับแม่ของลูกสาวคงอดนอนกันสักนิด และนี่ก็เป็นธรรมชาติของครอบครัวไม่ใช่หรือ