ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่แบ่งขั้วแบ่งข้างต่อสู้ในทางการเมืองกันอย่างชัดเจนในตอนนี้ หลายคนเกิดความเครียด สับสน เบื่อหน่าย วิตกกังวล เคียดแค้น ชิงชัง
ภาวะดังกล่าว ผมว่าเกิดจากการมองการเมืองโดยใช้ “อารมณ์” และ “ความรู้สึก”ของตนเองเป็นหลัก
การมองการเมืองด้วย “อารมณ์” และ “ความรู้สึก” จะยิ่งทำให้เกิด “อคติ” นำมาซึ่งความไม่เข้าใจ และ มองไม่เห็นความเป็นจริงทางการเมือง
ผมว่าท่าทีที่เหมาะสมในการมองการเมืองให้เข้าใจและได้สาระ น่าจะมองการเมืองให้เหมือนลิเก โดยเฉพาะลิเกคณะนี้กำลังสนุกและเข้มข้น เพราะกำลังเล่นเรื่อง “ขมิ้นกับปูน” ต่างก็แรงด้วยกันทั้งนั้น
การเมืองเป็นเรื่องของลิเกทั้งนั้น ไม่ใช่ของจริง ต่างฝ่ายต่างก็เล่นตามบทบาทที่ได้รับ ข้อสำคัญเราในฐานะคนดู ต้องดูแล้วพยายามอย่าเข้าไป “อิน” กับบทบาท เพราะถ้า “อิน” มากไป อาจจะ “หลง” เข้าไปในวังวนของ “อคติ” จนยากที่จะเห็นและเข้าใจความจริง
ทั้งนี้เนื่องจากขณะเล่น ผู้ที่ได้รับบทพระเอกก็จะ “สร้างภาพ” ให้ดูสง่างาม เป็นคนดี คนน่ารัก คนเสียสละ น่าสงสาร น่าเห็นใจ แต่ชีวิตจริงของตัวพระเอก อาจจะเป็นยิ่งกว่าโจรเสียอีก ขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับบทตัวโกง ที่ดูว่า “โกง โก๊ง โกง โกงไม่มีที่ตำหนิ โกงล้วนๆ โกงอย่างไม่มีดีปน” ในชีวิตจริงเขาอาจจะเป็นคนดียิ่งกว่าพระ
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญในการมองการเมืองในตอนนี้ คือ “อคติ” ครับ อย่ามองฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ด้วยความชอบ หรือ ด้วยความชัง ให้มองว่าเขาเล่นไปตามบท
เราเป็นผู้ดูอยู่ข้างนอก คอยติดตามอยู่ห่างๆ โดยไม่เอา “ความรู้สึก” และ “อารมณ์” เข้าไปผูกพัน ก็จะทำให้มองเห็นแง่คิด และ บทเรียนทางการเมือง ดูแล้วจะเข้าใจมองเห็นความเป็นจริงทางการเมืองที่ว่า ในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น มีแต่ผู้เล่นตามบทบาท ให้ได้รับการยอมรับและชนะใจคนดูเท่านั้นเอง
ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู ไม่มีผู้ร้าย ไม่มีผู้ดี
สวัสดีครับท่าน
สวัสดีค่ะท่านรอง เห็นด้วยทั้งปวงค่ะ แต่ก็มีผู้ที่แสดงตนฝักใฝ่จนเปิดเผยแต่พูดหรือบอกกล่าวว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อยู่ในสำนักงานก็ต้องระมัดระวังค่ะ
ต้องระวังตัวแม้แต่ในบ้าน
แสดงความคิดเห็นไม่ถูกมีปัญหา
สวัสดีค่ะ
ผมเขียนในทำนองกึ่งๆธรรมะแหละครับ
มองการเมืองแล้วก็พยายามปลง
เพราะเป็น "เช่นนั้นเอง"
ตอนนี้จะพูดอะไรที่เกี่ยวกับการเมืองก็ต้องระวังครับ
เพราะไม่ทราบว่าใครพวกใหน
ขอบคุณมากครับ
ยิ่งในบ้าน ยิ่งต้องระวังมากครับ
สามี - ภรรยา อยู่คนละพวก ก็มี
พี่ กับ น้อง อยู่คนละพวก ก็มาก
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
ต่างฝ่ายต่างคิดแก้แค้นและเอาคืนนี่แหละครับ
ผมถึงว่า "ขมิ้นกับปูน"
ขอบคุณครับ
อยู่เฉยๆ อย่าสนใจการเมือง ปล่อยมันไป คงจะสงบลงได้ จริงหน่ะหรือ?
อยู่เฉยๆ อย่าสนใจการเมือง ปล่อยมันไป คงจะสงบลงได้ จริงหน่ะหรือ?
ตามความคิดเห็นของผมนะครับ
ผมมีเจตนาให้ "เรียนรู้" โดย "ไม่รู้สึก"
ให้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองทั้งสองฝ่าย โดยไม่มีอคติ กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ไม่มองว่าฝ่ายใดเป็นมิตร ฝ่ายใดเป็นศัตรู
เพื่อให้เห็นความเป็นจริงให้มากที่สุด
จะได้เป็นบทเรียนในการพัฒนาการเมืองครับ
(บางครั้ง ดูเหมื่อนทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รับรู้ ไม่มีส่วนร่วม แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ ค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆ คิด ค่อยๆตัดสินใจ อาจจะดูช้าและอืดอาดไปบ้าง แต่ก็จำแนต้องช้า)
ขอขอบคุณสำหรับประเด็นคำถามครับ
ผมอาจจะเห็นแตกต่างจากคุณคนโรงงานก็ได้ แต่ก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละคนครับ แต่ละคนก็ถูก ในมุมมองของตัวเอง ความแตกต่าง ย่อมนำมาซึ่งความเป็นเอกภาพบนความหลากหลายไม่ใช่หรือครับ
คงต้องคุยกันบ่อยๆครับ
ขอบคุณมากครับ
(บางครั้ง ดูเหมื่อนทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รับรู้ ไม่มีส่วนร่วม แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ ค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆ คิด ค่อยๆตัดสินใจ อาจจะดูช้าและอืดอาดไปบ้าง แต่ก็จำแนต้องช้า)
ในมมุมมองของผม ผมไม่ต้องการมองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้เป็นมิตร หรือ เป็นศัตรู
และขณะเดียวกัน ใครผิด ก็ต้องว่ากันตามผิด ต้องแยกเป็นคนผิดให้ชัดเจน แต่คนผิด เราก็ไม่ควรมองเขาเป็นศัตรูไม่ใช่หรือครับ (ยังไงความดีเขาก็มีนะครับ)
เรื่องของการเมือง ผมติดตามตลอดครับ ในวงสนทนา ผมก็คุยอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ถ้ามีโอกาส ผมก็ชี้ให้เห็นถึงพิษภัยของการ "สร้างภาพ" และถ้าผมได้รับข้อมูลเรื่องใดๆ ผมก็จะนำมาเผยแพร่ให้หลายคนได้รับทราบความเป็นจริงครับ
ซึ่งในส่วนตัวผมเอง ผมสนใจรับรู้และเรียนรู้มาโดยตลอด ทั้งยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาความคิดทางการเมืองที่ควรจะเป็นให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะทำได้
เพียงแต่ว่า ค่อยเป็น ค่อยไป ไม่ใช่นั่งอยู่บนภูเฉยๆนะครับ
ขอบคุณมากครับ