• จากข้อเท็จจริงในบันทึก ฝันจะแก้ปัญหาการศึกษาของชาติ (1) ด้วยความเป็นนักรบ(รบกับกิเลสตัวเอง) ตราบใดที่ยังเชื่อว่ามีทางออกอยู่ ก็ไม่เคยยอมแพ้
  • เมื่อวานไปทานข้าวเที่ยงกับพี่ที่เคยเรียนด้วยกันสมัยเรียน ป.เอก จึงนำปัญหา ฝันจะแก้ปัญหาการศึกษาของชาติ (1) ขึ้นมาถกแถลงกัน ได้ข้อสรุปกับที่หลาย ๆ ท่านเหมือนเคยว่า ผมนี้ไปอยู่โลกไหนมาถึงไม่ลืมตาดูโลกที่เป็นจริงสักที ทำไมมองไม่เห็นวัฒนธรรมคอรัปชั่นตาใส ใครดีไม่เข้าพวกต้องเออรี่ลีไทล์ออกไปซะ
  • พี่เขาก็ยืนยันว่า มีทางออกแน่นอน แต่มันยากที่จะเปลี่ยนแปลงระบบใหญ่วัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในชั่วข้ามคืนได้ อย่างดีก็ทำได้แค่เริ่มที่ตัวเรา ค่อย ๆ เปลี่ยนออกไปจากตัวเรา
  • ... ทานข้าวเที่ยงเสร็จจึงแวะไปคารวะ ครู (แท้ ๆ ดั่งทองแท้) ที่เคยเรียนกับท่านมา และก็นำปัญหาเดิมนี้ไปถกแถลง ท่านก็สอนว่า ประเทศไทยมันเป็นกันทุกวงการ ส่วนด้านการศึกษานี้มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2519 ที่เรารับเอาวัฒนธรรมตะวันตกแบบไม่พอเพียงมาใช้กับระบบการศึกษา ท่านยังได้เชื่อมโยงกับพ่อของท่านว่า พ่อของท่านเกือบจะได้เป็นผู้ว่าราชการ ถ้ามีเงิน 3 แสนบาท แต่ท่านมีลูกตั้ง 6 คน จึงไม่ยอมจ่ายเพื่อซื้อตำแหน่งผู้ว่า เอาเงินไปส่งลูกเรียนจะดีกว่า
  • เพื่อนที่นั่งอยู่ในวงสนทนา ก็เล่าว่า เพื่อนสมัยเรียนคนหนึ่งตอนนี้เป็นครูกำลังทำผลงาน เขาเป็นคนที่เรียนเก่งเป็นที่สองของห้อง (ผมเป็นที่ 1) เขาบอกว่า เงินไม่ถึงผลงานจึงไม่ผ่าน...
  • ------------------------------------------------------------------------------------------------
  • ขอตั้งปณิธานว่า ...จะเปลี่ยนแปลงให้ได้ ตาย เป็น ตาย...ตราบใดที่ยังเชื่อว่า ยังมีทางออก
  • ------------------------------------------------------------------------------------------------