ตัวอย่างเรื่องเล่า..การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

 ใกล้จะหมดเวลาการรับเรื่องเล่า"ารดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์"ล้วเจ้าค่ะ ..โรงพยาบาลที่มีเรื่องราวดีๆในการดูแลผู้ป่วย ผู้รับบริการด้วยหัวใจ ที่ได้รับจดหมายจากสถาบันฯ ไปแล้ว ช่วยรีบๆ ส่งเรื่องเล่าการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจมานะคะ หมดเขต 14 พย. นี้แล้วค่ะ วันนี้ได้รับเรื่องเล่าทางเมล์ จาก รพ.กันตัง จังหวัดตัง ค่ะ นำมาเป็นตัวอย่างการติดตามผู้ป่วยที่ขอกลับบ้านไป ด้วยมีข้อจำกัดทางด้านครอบครัว และความรู้สึกของคนไข้ที่ไม่กล้ามารพ.เพราะกลัวหมอดุ ลองติดตามอ่านนะคะ พอลล่าไม่ได้ดัดแปลงเนื้อหาแต่อย่างใดเลยค่ะ ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ

อิ่มใจที่..ได้ช่วยเหลือ

               

                เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 51 เวลา 16.40 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน ณ คลินิคเบาหวาน ขณะที่ดิฉันและคุณเบญจวรรณ ซึ่งเป็นพยาบาลประจำคลินิคเบาหวานกำลังเก็บเอกสารให้เข้าที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับให้บริการในวันต่อไปอยู่นั้น พญ.สุนิตา กิจปกรณ์สันติ เป็นแพทย์ Round Ward ในวันนั้นเดินเข้ามาหาและบอกว่า

                พญ.สุนิตา : “พี่พู (ชื่อเล่นดิฉัน) พี่เบญ (ชื่อเล่นคุณเบญจวรรณ) ช่วยตามคนไข้ให้หนูหน่อยสิ case นี้พี่เบญจำได้ไหมที่ Admitted เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ค.51)caseAcute Pyelonephritis น่ะพี่ มานอนได้ 1 วันก็ขอกลับบ้าน บอกว่าไม่มีใครเลี้ยงลูก หนูเลยให้กลับไปก่อนแต่ส่งตรวจ Heamoculture ไว้ เมื่อตะกี้เดินผ่านไปห้อง Lab เห็นผล culture มันขึ้นแล้ววันก่อนนัดคนไข้ให้มาฉีดยาวันรุ่งขึ้นคนไข้ก็ไม่มา หนูเป็นห่วงไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง

                ปกติคุณหมอสุนิตา จะเป็นคนที่ตรวจคนไข้ละเอียดดี เอาใจใส่ทั้ง 4 มิติ มีความตั้งใจอยู่แล้ว และคิดว่าพี่พยาบาลทั้ง 2 คนแม้อยู่คลินิกเบาหวานแต่ก็จะรู้จักผู้ป่วยและจำผู้ป่วยได้

                คุณเบญจวรรณ :“เดี๋ยวพี่จะลองตามให้นะหมอ

ดิฉันและคุณเบญจวรรณ จึงช่วยกันค้นประวัติผู้ป่วยจากคอมพิวเตอร์และจำได้ว่าผู้ป่วยคนนี้บ้านอยู่ตำบลเดียวกับบ้านเดิมสามี คุณเบญจวรรณ จึงประสานทางโทรศัพท์ติดต่อ จนท.สถานีอนามัยในพื้นที่ 2 คนและเขารับปากว่าจะช่วยติดต่อให้ แต่ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้วและ จนท.สอ.ทั้ง 2 คนก็ไม่ได้พักในพื้นที่ด้วย แต่ก็รับปากว่าจะพยายามติดต่อให้พรุ่งนี้ แต่คุณเบญจวรรณ ยังไม่ละความพยายาม คิดว่าเราน่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานที่อยู่ตำบลเดียวกันและเรามีเบอร์โทรศัพท์ของผู้ป่วยที่ติดต่อได้บ้าง จะขอช่วยเขาติดต่อให้อีกทางหนึ่ง แล้วเราก็ค้นชื่อผู้ป่วยเบาหวานได้ในตำบลเดียวกันในอำเภอกันตังได้คนหนึ่งชื่อคุณมะลิวัลย์ แต่เมื่อโทรไปหา สามีรับสายบอกว่าผู้ป่วยไม่อยู่บ้าน จึงฝากข้อความไว้ว่าให้โทรกลับเบอร์นี้ด่วนด้วย และให้เบอร์โทรของดิฉันไว้ทั้งเบอร์บ้านและมือถือซึ่งขณะนั้นเป็นเวลา 17.30 แล้ว จากนั้นประสานกับห้องบัตรเวรบ่ายวันนั้นว่าให้ค้น OPD card ผู้ป่วยไว้ให้ด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการในวันพรุ่งนี้เช้า (หากติดต่อได้) และเขียนข้อความไว้ว่าหากผู้ป่วยรายนี้มาให้ส่งพบ พญ.สุนิตา ทันที แล้วดิฉันก็กลับบ้านแต่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องบัตรนั่นแหละ เมื่อกลับถึงบ้านโทรหาคุณมะลิวัลย์อีกครั้ง สามีบอกว่ายังไม่กลับบ้านเลย จึงฝากข้อความไว้กับสามีอีกครั้งเมื่อเวลา 18.00 น. ขณะนั้นดิฉันเองมีความจำเป็นต้องไปรับลูกคนเล็กซึ่งฝากแม่เลี้ยงให้ในเวลากลางวันซึ่งอยู่ในอำเภอเมือง ต้องผ่านโรงพยาบาลที่ทำงานจึงแวะเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ที่ห้องบัตร พบว่ามีเบอร์คุณมะลิวัลย์โทรเข้ามาแล้วจึงโทรกลับไปและเล่าความเป็นมาและขอช่วยคุณมะลิวัลย์ให้ช่วยตามผู้ป่วยชื่อนางเจ๊ะปีอะให้หน่อยพร้อมบอกที่อยู่ให้ไป ปรากฏว่าคุณมะลิวัลย์สามารถติดต่อผู้ป่วยได้ และบอกว่าที่อยู่ที่ให้ไปเป็นบ้านของพ่อผู้ป่วย แต่ตัวผู้ป่วยเองไปรับจ้างกรีดยางในสวนยางเถ้าแก่ซึ่งห่างบ้านพ่อไปประมาณ 5-6 กม. เป็นป่ายางเปลี่ยวไม่มีบ้านผู้คนฝนตกหนักไม่สามารถเข้าไปได้ ดิฉันขอร้องให้คุณมะลิวัลย์หาทางเข้าไปพบผู้ป่วยให้ได้  เวลา 20.30 น.คุณมะลิวัลย์โทรมาบอกว่าพบผู้ป่วยแล้วนอนป่วยกับลูกที่ เพิ่งคลอดได้ 11 วัน (คลอด 25 มิ.ย.51) ดิฉันจึงได้คุยทางโทรศัพท์กับผู้ป่วยด้วยโทรศัพท์ของคุณมะลิวัลย์ และบอกว่าสาเหตุที่ไม่ได้มาตามนัดเพราะป่วยหนักอยู่เหมือนกัน เดินทางลำบาก ฝนตกหนักรถก็ไม่มีและที่สำคัญไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูก และเลยวันนัดแล้วหากไปกลัวหมอจะดุเอา

                ดิฉัน:“เจ๊ะบีอะ รู้ไหมว่าคุณหมอไม่ดุหรอก แต่เป็นห่วงว่าเจ๊ะบีอะจะเป็นอย่างไรบ้าง และให้ตามมาฉีดยาเพราะผลเลือดออกมาว่ามีการติดเชื้อต้องรักษาด้วยยาฉีดด้วย  พรุ่งนี้จะไปโรงพยาบาลไหม ฝากลูกไว้กับคนอื่นสักครั้งได้ไหม พี่เตรียมค้นบัตรไว้ให้แล้ว ไปพบพยาบาลจุดประชาสัมพันธ์และบอกว่าเป็นคนไข้ที่พยาบาลชื่อพู (ชื่อเล่นดิฉัน) ตามให้มาพบแพทย์สุนิตา เจ้าหน้าที่เขาจะจัดทางด่วนให้ จะได้ไม่เสียเวลาและจะได้รีบกลับมาหาลูก

                เจ๊ะบีอะ: “หนูขอบคุณพี่มาก พรุ่งนี้หนูจะไปโรงพยาบาล ฝากลูกไว้กับพี่สาวสักวัน หนูขอบคุณพี่จริงๆ

                ดิฉัน: “ อย่าลืมนะพรุ่งนี้ ต้องไปโรงพยาบาลให้ได้นะ แค่นี้ก่อนนะ

                วันรุ่งขึ้น ดิฉันรีบมาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า ให้บริการผู้ป่วยไปพักหนึ่ง นึกถึงผู้ป่วยรายนี้ จึงลองคีย์หน้าจอคอมพิวเตอร์หาชื่อผู้ป่วยดูว่ามาแล้วยัง พบว่ามารับบริการแล้วและกำลังจะเข้าพบแพทย์ อยู่ที่แผนกผู้ป่วยนอก ดิฉันจึงรีบเข้าไปทักและเล่าถึงความเป็นห่วงของแพทย์สุนิตาผู้รักษาและความพยายามในการติดต่อให้ฟังและอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาติดต่อกันและย้ำการตรวจตามนัด ผู้ป่วยเข้าใจและขอบคุณดิฉันและทุกคนที่เป็นห่วง ดิฉันได้ติดตามว่าเจ๊ะบีอะมาตามนัดอีกหรือไม่ พบว่ามาตรวจปัสสาวะซ้ำอีก 1 ครั้งและฉีดยาต่อเนื่องจนครบและหาย

ความประทับใจจากประสบการณ์ในครั้งนี้

                รู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถติดตามช่วยเหลือผู้ป่วยคนหนึ่งด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยกับการผิดนัดของผู้ป่วยคนเดียว แต่ดิฉันคิดว่ามีความหมายมากเพราะดิฉันได้ช่วยชีวิตของลูกน้อยที่เพิ่งคลอดได้อีก  1 คนด้วย และรู้สึกตื่นเต้นในระหว่างลุ้นว่าจะติดต่อผู้ป่วยได้หรือไม่ เห็นคุณค่าในงานประจำวันที่สร้างเครือข่ายการดูแลโดยไม่รู้ตัว จนได้เพื่อนช่วยเพื่อผู้ป่วยด้วยกันเองแม้ไม่ใช่ผู้ป่วยในคลินิกเดียวกันก็ตาม มีความรู้สึกเห็นคุณค่าของผู้ป่วยในคลินิกเราทำให้ดิฉันอยากทำงานด้วยหัวใจมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

 เล่าเรื่องโดย คุณณัฐมน เตางาม พยาบาลวิชาชีพ 7 คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลกันตัง

าจจะมีคำศัพท์ทางการแพทย์ เล็กน้อยแต่ไม่ยากเกินความเข้าใจใช่ไหมคะ ...

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรช่วยเม้นมาด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ