ชีวิต คือการเดินทาง
นี่เป็นอีกช่วงชีวิตที่ผมกำลังเผชิญกับภาวะเช่นนี้อย่างน่าขัน
การหันหลังให้กลับ
บ้าน อันประกอบด้วย คนของความรัก  แล้วเดินดุ่มไปพร้อม ๆ  กับหน้าที่คือความสุข และความยิ่งใหญ่   เฉกเช่นที่แม่เคยพร่ำสอนว่า  เป็นผู้ชาย, ต้องรักงานหนัก และอย่าขลาดกลัวต่อการเดินทาง  โดยเฉพาะการเดินทางไปสู่ความสำเร็จของชีวิต

 

ผมไม่รู้หรอกว่าการเดินทางของวันนี้  จะหมายถึงการเดินทางไปสู่ความสำเร็จของชีวิตหรือไม่
แต่อย่างน้อยก็สัมผัสได้ว่า ... มันเป็นการเดินทางอันแปลกเปลี่ยว,  ไม่ถึงกับทุกข์  แต่ก็ไม่ใช่สุขเสียทั้งหมด

 

ทุกครั้งของการเดินทาง
ผมมีโอกาสได้พบเจออะไรมากมาย  ทั้งแปลกใหม่และซ้ำ ๆ  ซาก ๆ 
แต่สุดท้ายก็อดที่จะพร่ำเพ้อกับตัวเองไม่ได้ว่า
อยากให้คนเหล่านั้น  ได้พบเจอและสัมผัสร่วมกับเราเสมอ

 

และทั้งปวงนั้น  ก็หาใช่ว่าเราจมจ่อม เพ้อพร่ำราวกับคนอิดออดและบอบบางต่อการใช้ชีวิต

 

 

ในการเดินทางแต่ละครั้ง...
ผมมักให้ความสำคัญกับรอยเท้าของตัวเองเสมอ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงว่า  ให้ความสำคัญกับรอยเท้าของตัวเองมากกว่ารอยเท้าของคนอื่น

และไม่นิยมชมชอบกับการวัดรอยเท้าของคนอื่น 

หากแต่บางครั้ง หรือบ่อยครั้งก็มีบ้างที่เพลินหลงไปเหยียบทับเข้าแบบไม่รู้ตัว
จนต้องหยุดนิ่งและเพ่งมองอย่างมีสติ
จนเรียนรู้ได้ว่า  เราต่างล้วนเป็น
ครู  ของกันและกันเสมอ

ขึ้นอยู่กับว่า  เราเรียนรู้ที่จะให้เกียรติกันกี่มากน้อยเท่านั้นเอง

 

......

 

 

แด่  การเดินทางของชีวิต

15 – 17  ต.ค.            :   สกลนคร
19 – 25  ต.ค.            :   อ.อรัญประเทศ  จ.สระแก้ว
28 -  30  ต.ค.           :   อ.เชียงของ  จ.เชียงราย

30 ต.ค. –4  พ.ย.      :   บ่อเต็น  (ลาว)  และ 12  ปันนา (จีน)

4 – 5  พ.ย.              :   มุกดาหาร

6 – 7  พ.ย.              :   กรุงเทพฯ

9 – 10  พ.ย.            :   กฐินโบราณ  มหาสารคาม

 

.....

 

ไม่ถึงกับทุกข์ 
ไม่ถึงกับสุขจนล้นหลาก

แต่ที่แน่ ๆ  การเดินทางก็ทำให้เราเห็นชีวิตแจ่มชัดขึ้นบ้างเหมือนกัน