ขอยอมรับว่าเมื่อคืน ข่มตาหลับไม่ลง เป็นห่วงปลาทองมากแอบมาดูปลาทองเป็นระยะๆ เห็นเขาหลับจึงขึ้นมานอนต่อ ภวนาขอให้ถึงเช้าวันใหม่เร็วๆ รีบตื่นตั้งแต่เช้ามาจัดการกับตัวเองได้ระดับหนึ่ง แล้วค่อยๆย่องลงมาดูปลาทอง แต่ปรากฏว่าปลาทองตื่นมาคอยแล้ว พอเห็นหน้าก็แสดงอาการดีใจ รีบเข้ามาหาคลอเคลียแสดงอาการให้รู้ว่าอยากให้ ม่ามี้กอด จึงรีบดึงตัวเข้ามากอดพร้อมด้วยน้ำตา และปลอบโยนเขาว่าไม่เป็นอะไรลูก ม่ารักปลาทองนะลูก และจะช่วยหนูสุดชีวิต จากนั้นรีบไปเตรียมยา ก่อน อาหาร และยาหลังอาหาร จัดการเรื่องอาหารของปลาไว้ให้พร้อม ปลาทองนอนคอยอย่างเรียบร้อย กว่าจะป้อนยาก่อนอาหารได้เล่นเอาเหนื่อย ปลาทองไม่ยอมกลืนยาค่ะ ต้องแข็งใจจับปากไว้จนที่สุดยาก็ผ่านลำคอไปได้ดูจากอาการ การกลืนน้ำลายของเขาจึงยอมปล่อย แล้วหาอาหารเช้าให้เขากิน เฝ้ารอคอยเขากินอาหารจนหมด จึงเอายาหลังอาหารอีกสองชุดที่เตรียมไว้ ทดลองสอดไว้ในขนมปังที่โฮลวีตที่เขาชอบ ปรากฏว่าได้ผลเกินคาดเขากินอย่างปกติไม่ระแวงว่ามียาอยู่ข้างใน ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี จึงหันกลับมาดูแลอาหารการกินของตัวเอง เสร็จเรียบร้อยกลับมาจัดการทำความสะอาดหูปลาทองและยอดยา แต่ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่นัก ความพยายามอยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้จนเรียบร้อย เสียงโทรศัพท์ครั้งแรกของวันก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย พอรับสายก็ได้ยินเสียงคุณหมอโอม จากโรงพยาบาลสัตว์ที่ดูแลปลาทองเมื่อเย็นวาน ความรู้สึกดีๆ ก็เกิดขึ้นทันที่ ท่านโทรฯมาถามอย่างละเอียดทุกเรื่องตั้งแต่การป้อนยา การเช็ดหูหยอดยา และให้ติดตามเฝ้าดูอาการ และกำชับว่าถ้าเห็นหายใจไม่สะดวก ไอ อาเจียร ให้รีบพามาหาหมอทันที่ ค่ะคุณหมอ Lin Hui รีบรับปากทันที คุณหมอบอกว่าให้อดทนสัก 4 วันจนกว่าผลการเพาะเชื้อในเลือดออกมา หลังจากนั้นคุณหมอก็อธิบายถึงโอกาสที่จะเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด จนถึงโอกาสดีที่สุด พร้อมทั้งให้กำลังใจค่ะ Lin Hui พยายามเฝ้าสังเกตุอาการตลอดอยู่แล้ว จึงไม่เป็นอะไรที่ยุ่งยากแม้แต่น้อยเลย แต่ความรู้สึกลึกๆ มันแฝงไว้กับความเศร้าอย่างบอกไม่ถูกเลย บันทึกนี้เขียนต่อไม่ได้อีกแล้วค่ะ ตาพล่าด้วยน้ำใสๆ ที่ไหลออกมายากที่จะบังคับได้ เป็นทางออกทางเดียวที่ปลดปล่อยความทุกข์ออกไปค่ะ