มีคนเป็นอันมากชอบวิตกหมกมุ่น

      เป็นทุกข์ล่วงหน้าไว้ก่อนความจริงเรื่องที่วิตกทุกข์ร้อนนั้น มันอาจไม่เกิดขึ้นตามที่เราวิตก เมื่อเป็นดังนี้ความวิตกกังวลของเราก็เป็น ความทุกข์กินเปล่า คือเป็นทุกข์ไปเปล่าๆ น่าเสียดาย ตัวอย่างเช่น เด็กนักเรียน ม.ศ.๕ วิตกเป็นทุกข์ไปล่วงหน้า ก็กลัวจะสอบไล่ปลายปีไม่ได้ และวิตกล่วงหน้าไปถึงเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

แต่พอสรุปปลายปีจริงก็สอบได้และสอบได้คะแนนดีอีกด้วย และพอสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็สอบได้อีกในคณะที่ตนต้องการ เมื่อเป็นดังนี้ ความวิตกล่วงหน้าเหล่านี้ ก็เป็นความทุกข์กินเปล่า มาเป็นปีหรือปีครึ่ง ถ้าวิติกล่วงหน้าหลายปีมากเท่าใด ความทุกข์ก็ขยายออกไปมากขึ้นเท่านั้น เมื่อสะสมกันนานเข้าก็จะกลายเป็นนิสัย เป็นคนขี้วิตกทุกข์ร้อน

ความวิตกทุกข์ร้อน

      ที่เรียกภาษาอังกฤษว่า worry กับคนช่างคิดที่เรียกว่า thoughtful นั้นไม่เหมือน worry ให้ความทุกข์ ความมืดมน ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวฟุ้งซ่านทำอะไรไม่ถูกขี้หลงลืม หงุดหงิด และเป็นทุกข์ ส่วน thoughtful คนช่างคิดตรงกันข้ามเลยทีเดียว คือ ทำให้คนมีปัญญาเฉียบคม มีปัญญาว่องไว เหมือนมีดที่ลับอย่างถูกต้องตามวิธีการลับ ส่วน worry มันเหมือนเอาคมมีดไปเฉือนหิน ยิ่งเฉือนยิ่งทื่อ คนผู้นั้นจะกลายเป็นขี้เท่อไปในที่สุด

   




คนช่างคิดนั้นเขาคิดอย่างมีระบบมีหลักเกณฑ์

    คิดเป็นเรื่องเป็นราวเป็นประโยชน์ สมมุติว่าคิดเรื่องความตาย คน worry จะ คิดถึงความตายด้วยความหวาดหวั่นพลั่นพลึงกลัวตาย เป็นห่วงหน้าห่วงหลัง ตายแล้วเขาจะเอาไปเผาวัดไหน วัดนั้นก็ไม่ดี วัดนี้ก็แพงไป คนที่อยู่ข้างหลังเขาคงลำบากมาก เขาจะอยู่กันได้อย่างไร โอ เรายังไม่ตาย เราต้องไม่ตาย แม้แต่พอได้ยินเรื่องตายก็ถือเป็นลางร้ายเลยเป็นทุกข์

ส่วนคนที่ช่างคิดหรือคนที่คิดเป็นนั้น

     พอคิดเรื่องตาย ตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้นอกจากบุญและบาป คนทำบาปมากอยู่ไปก็ไม่เป็นสุขตายไปก็ไม่สุข คนอยู่ข้างหลังก็แช่งด่า ส่วนคนที่ทำดีมากอยู่ก็เป็นสุขตายไปก็เป็นสุข คนที่อยู่ข้างหลังญาติพี่น้องพวกพ้องก็เป็นสุขมีหน้ามีตาเมื่อเป็นดังนี้ควร เว้นความชั่ว ทำความดี อนึ่ง ถ้าคนเราไม่ตาย แต่ความแก่ไม่ได้หยุด แก่ไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักตายก็ลำบากแย่

    ความตายถือเป็นมิตรที่ดีเป็นผู้ช่วยที่ปลดเปลื้องทุกข์อันยืดเยื้อทรมานนักหนา ความตายเป็นประโยชน์แก่เรา ความทุกข์บางอย่างเช่นโรคเรื้อรังรักษาเท่าไรก็ไม่หายความตายเท่านั้นที่จะ รักษาโรคนี้ได้ คิดอย่างนี้แล้วก็ไม่กลัวตายตรงกันข้ามจะมีจิตใจแจ่มใส ขยันทำความดีหนีความชั่ว นักปราชญ์ท่านจึงว่า คิดถึงความตายสบายนัก มันตัดรักตัดหลงในสงสาร เป็นต้น

คน worry กับคน thoughtful

ตรงกันข้ามอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ต้องพยายามประคับประคองตนให้อยู่ในพวกคนช่างคิด-คิดเป็น คิดให้เป็นประโยชน์ และความเป็นสุข ผู้มีปัญญาคิดเป็นย่อมหาความสุขได้แม้ในเรื่องที่น่าจะทุกข์


อนุโมทนาขอขอบคุณ

ข้อมูลที่มีคุณภาพ
จาก หนังสือเพื่อความสุขใจ
แต่งโดยอาจารย์ วศิน อินทสระ



สว่างตา ด้วยแสงไฟ

สว่างใจ ด้วยแสงธรรม
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

(^_^) ธรรมรักษา (^_^)