สะตอ       

          

 

 

            เป็นไม้ยืนต้น ความสูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นตั้งตรง ออกกิ่งก้านอยู่บริเวณส่วนบนของลำต้น ใบเป็นใบประกอบดอกออกเป็นช่อรวมกันเป็นกระจุกคล้ายกระถินมีขนาดเล็ก ช่อหนึ่งมี 3 - 16 ดอก ออกดอกช่วงเดือนเมษายน หลังจากนั้น 70 วัน สามารถเก็บฝักได้ สะตอโดยทั่วไปที่นิยมปลูกในบ้านเรามี 2 ชนิด คือ สะตอดาน ลักษณะฝักแบนตรงไม่บิดเบี้ยว ฝักยาวประมาณ 1 ฟุต กว้างประมาณ 2 นิ้ว ในหนึ่งฝักมีประมาณ 10 - 20 เมล็ด แต่ละช่อจะมีประมาณ 8 - 15 ฝัก มีกลิ่นฉุนจัด เนื้อเมล็ดแน่น อีกชนิดหนึ่ง คือสะตอข้าว ลักษณะฝักบิดเป็นเกลียว ขนาดของฝักใกล้เคียงกับสะตอดาน แต่กลิ่นไม่ฉุนเท่าสะตอดาน และเนื้อเมล็ดไม่ค่อยแน่น

 

สะตอ มีประโยชน์ ดังนี้

  • ใช้ประกอบอาหารได้ทั้งสุกและดิบ
  • เป็นผักเหนาะ กินได้ทั้งเปลือก และเมล็ด กินกับ น้ำพริก  แกง ชนิดต่างๆ
  • นำมาปรุงอาหาร เช่น ผัดเผ็ดสะตอ  แกงกะทิใส่กุ้งและผักอื่นๆ ลงไปด้วย แล้วแต่จะชอบ
  • นำมาดอง ดองได้ทั้งเปลือก หรือ เมล็ด 

         วิธีการดอง นำฝักหรือเมล็ดมาต้มหรือลวกให้พอสุกตั้งไว้ให้เย็น

                        นำใส่ภาชนะใส่น้ำและเกลือพอประมาณ ดองไว้ประมาณ 5 วัน

                        ก็สามารถนำมากินได้

 

                        (สามารถนำมาดองได้โดยไม่ต้องต้มก็อร่อยแต่กลิ่นจะแรงกว่าต้ม)

 

สรรพคุณทางยา

       ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยขับปัสสาวะ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยลดความดันโลหิตมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยให้ไม่เกิดหลอดเลือดอุดตัน

คุณค่าทางอาหารและโภชนาการ

       สะตอนอกจากมีประโยชน์และสรรพคุณทางยาแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารอีกมากมาย เช่น  คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  ไขมัน  แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ เป็นต้น

วิธีกำจัดกลิ่นสะตอไม่ยากค่ะ

  1. ใช้ยาสีฟันที่มีรสมิ้นจะช่วยดับกลิ่นปากค่ะ
  2. ตามด้วยน้ำยาบ้วนปากอีกครั้งเพิ่มความมั่นใจค่ะ
  3. เพิ่มความมั่นใจยิ่งกว่าด้วยหมากฝรั่งรสมิ้นค่ะ

 

 

นอกจากนี้สะตอ ยังเป็นพืชเศรษฐกิจของปักษ์ใต้บ้านเราอีกด้วย

ยังไม่พอสะตอยังเป็นของฝากยอดฮิต กลับบ้านทีไร

ต้องเอาสะตอมาฝากเพื่อนๆ ทุกที

 

 

 

 

หาข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่ : http://lampang.doae.go.th/Vegetable/www/Plant/sator.htm

                               http://www.hatyaiwit.ac.th/soc/HY_story/g9.html