คุณต้องมั่นใจว่าคุณรักงานของคุณจริงๆ

บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากต้นฉบับเรื่อง Career Advice For Young Developers ซึ่งเขียนโดย Davy Brion


  หลายปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นการตัดสินใจหลายๆอย่างเกี่ยวกับอาชีพและอนาคตของโปรแกรมเมอร์อายุ น้อยๆ ซึ่งดูแล้วผมว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีนัก ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ เพราะผมไม่ชอบเห็นโปรแกรมเมอร์ดีๆ เลือกทางเลือกที่ผิด ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเขียนคำแนะนำบางอย่างเพื่อโปรแกรมเมอร์หนุ่มสาว ทั้งหลายครับ

1.คุณต้องมั่นใจว่าคุณรักงานของคุณจริงๆ

  สำหรับตัวผมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือเราต้องรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานนั้น ถ้าลองคำนวนดูคร่าวๆ เราจะพบว่า เราใช้เวลากว่าครึ่งของชีวิตในวัยผู้ใหญ่ไปกับการทำงาน ถ้าคุณรู้สึกไม่มีความสุขในงานที่ทำ นั่นแสดงว่าคุณกำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอย่างไร้ประโยชน์ ดังนั้นจะดีกว่ามากถ้าหากคุณหางานที่ทำให้ชีวิตคุณมีความสุข

2.คุณควรมั่นใจว่างานได้เติมเต็มชีวิตของคุณ

  แต่ละคนก็ตั้งความหวังในงานที่ทำแตกต่างกันออกไป สำหรับบางคนนั้นก็คาดหวังว่างานของเขาต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น สำหรับบางคนก็รู้สึกพอใจที่การทำงาน ทำให้ทักษะของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็มีความสุขกับงานที่ทำแล้วได้กำไร แต่ไม่ว่ามันจะเป็นความพึงพอใจแบบใด คุณต้องมั่นใจว่าได้รับในสิ่งที่คุณคาดหวังเหล่านั้น เพราะมันจะช่วยเป็นแรงผลักดันเรา ช่วยเราให้ชัดเจนต่อเป้าหมาย และช่วยให้เรามีความสุขกับการทำงาน อาจจะมีบางวันหรือบางเวลาที่คุณอาจจะรู้สึกไม่พอใจกับงานที่ทำ นั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าคุณเริ่มรู้สึกอย่างนั้นเป็นประจำแล้วหละก็ อาจจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณจะมองหาสิ่งใหม่ที่เหมาะกับคุณมากกว่า

3.เลือกงานโดยดูตัวงานเป็นหลัก ไม่ควรเลือกงานโดยดูที่บริษัท

  ถ้าคุณต้องตัดสินใจเลือกงาน คุณควรเลือกงานที่คุณสนใจและช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายของคุณ อย่าได้ตัดสินใจเลือกโดยดูที่บริษัทที่เสนองานเป็นหลัก เราต้องระลึกไว้เสมอว่าตำแหน่งงานของ developer นั้นมีอยู่ไม่น้อย (โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนเก่ง) ดังนั้นคุณไม่จำเป้นต้องกลัวตกงาน แต่ข้อนี้อาจจะแตกต่างออกไปได้ ถ้าหากว่าคุณมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู แต่ก็นั่นแหละ คำแนะนำเหล่านี้มีเป้าหมายที่โปรแกรมเมอร์ที่อายุยังน้อยอยู่ จงเลือกงานที่คุณสนใจมากที่สุด แล้วมันจะทำให้คุณเติบโตขึ้นเป็น developer ที่ดี และเพิ่มระดับทักษะของคุณได้เป็นอย่างดี (ซึ่งในระยะยาวแล้ว มันเป็นวิธีเดียวที่จะรับประกันว่าคุณจะไม่ตกงาน)

4.ถ้าคุณรักในการเขียนโปรแกรม, คุณก็ควรทำงานเป็น developer

  โปรแกรมเมอร์ที่เริ่มงานกับบริษัทขนาดใหญ่ บ่อยครั้งที่รู้สึกต้องการไต่ตามตำแหน่งของบริษัทขึ้นไปให้ถึงตำแหน่งที่ เกี่ยวกับงานด้านบริหาร เพราะรู้สึกว่าผู้บริหารนั้นเป็นคนสำคัญ ถ้าคุณเป็นเช่นนั้น คุณต้องมั่นใจจริงๆ ว่านั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการทำจริงๆ เราะคุณต้องพร้อมที่จะต้องติดอยู่ในห้องประชุมพร้อมกับคนที่บ่อยครั้งไม่รู้ จริงๆ ด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ ซึ่งบ่อยครั้งก็สนใจแต่ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองก้าวหน้าในอาชีพก็พอ โดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไง ถ้าคุณเป็น developer ที่ดี และมีความสุขกับงานของคุณแล้วหละก็ มันไม่ได้มีปัญหาอย่างใดเลยที่คุณจะทำงานเป็น developer ต่อไป ซึ่ง senior developer ที่เก่งจริงๆ นั้นมีอยู่ค่อนข้างน้อย และคนเหล่านั้นก็เป็นที่ต้องการตัวเอามากๆ ด้วย

5.ไม่จำเป็นต้องทนอยู่ในที่ที่ไม่เห็นคุณค่าของคุณ

  สำหรับโปรแกรมเมอร์บางคนแล้ว บ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นแค่คนเขียนโปรแกรมธรรมดาๆ เท่านั้น ไม่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างที่ควรจะเป็น เพราะมองว่าคุณเป็นแค่โปรแกรมเมอร์ธรรมดาเหมือนๆ กับคนอื่นเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ถ้าหากคุณถูกมองว่าเป็นแค่คนเขียนโปรแกรมเป็นเท่านั้น ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะทนอยู่ โดยจะเป็นการดีกว่าที่คุณจะมองหาที่ทำงานที่ปฎิบัติต่อโปรแกรมเมอร์เหมือน กับว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

6.เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน

  คุณต้องมั่นใจว่าคุณสามารถเรียนรู้จากคนที่คุณทำงานด้วยได้ ถ้าคุณไปติดอยู่ในที่ที่คุณไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากเพื่อนร่วมงานเลย อาจทำให้คุณกลายเป็นคนเฉื่อยชาเพราะขาดแรงกระตุ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีเอามากๆ ในการใช้ชีวิตไปแบบนี้เรื่อยๆ งานที่ทำให้คุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ นับเป็นพรประการหนึ่งทีเดียว ไม่ใช่แต่เพียงว่ามันทำให้คุณเก่งขึ้น แต่คุณยังเก่งขึ้นได้แบบฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาส่วนตัวเรียนรู้เอาเองอีกด้วย

7.เรียนรู้เทคโนโลยีและหลักการทำงานใหม่ๆ อยู่เสมอ

  อย่างที่ผมเพิ่งได้บอกไปว่า มันเป็นการดีที่คุณจะเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นที่คุณต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้มากนัก เพียงแต่คุณไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลามากมายหลายชั่วโมงในแต่ละวันเพื่อเรียนรู้ ด้วยตัวเอง แค่เพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมงเรียนรู้จากที่ทำงานและที่บ้าน แค่นั้นทำให้คุณพัฒนาทักษะของคุณขึ้นไปอย่างมากทีเดียว ไม่ใช่แค่ทักษะของคุณจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่มันยังช่วยเพิ่มทักษะให้กับเพื่อนร่วมงานของคุณได้อีกด้วย ซึ่งท้ายที่สุดก็จะทำให้คุณกลายเป็น developer ที่ทรงคุณค่า การเรียนรู้จากคนอื่นเป็นสิ่งสำคัญ แต่การให้คนอื่นได้เรียนรู้จากตัวคุณ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

8.อย่าสนใจแต่ความมั่นคงในอาชีพมากนัก

  ผมเคยทำงานเป็นผู้รับจ้าง(contractor)ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งเป็นบริษัท ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเงินมาก่อน แค่ผมไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้าง(employee)ของบริษัท มันทำให้ผมผมได้พบ developer หลายคนที่นั่น ซึ่งเลือกที่จะเริ่มงานที่นั่นเพียงเพราะว่าเป็นบริษัทใหญ่ รู้สึกว่ามีความมั่นคงในอาชีพสูงและมีโอกาสเติบโตได้มาก แต่อย่างไรตาม บริษัทขนาดใหญ่ก็ไม่ได้เป็นที่ทำงานที่ดีเสมอไป เพราะงานแต่ละอย่างมักใช้เวลานานในการทำ แถมอาจยังมีเรื่องการเมืองในองค์กรที่อาจทำให้ความสุขของคุณค่อยๆ หดหายไปหลังจากเวลาผ่านไป และถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น คุณอาจจะพบว่าคุณสามารถจะหาความสุขจากเรื่องเรื่องอื่นๆ ในชีวิตคุณได้ มากกว่าจากงานของคุณ และเรื่องที่ตกน่าใจกว่าคือคุณอาจละเลยที่จะฝึกฝนทักษะของตนเองอย่าง สม่ำเสมอ จนมารู้ตัวอีกที ทักษะที่คุณมีอยู่ก็ตกยุคไปซะแล้ว นั่นจะทำให้คุณดูไม่น่าสนใจเลยสำหรับบริษัทที่อยากจ้างงาน และสถานการณ์ของคุณก็คือคุณติดอยู่กับงานที่คุณไม่ชอบ ถึงจะมีงานที่ดูมั่นคงอื่นๆ รออยู่ แต่คุณก็ไปไหนไม่ได้ ในระยะยาวแล้วถ้าคุณต้องการงานที่มั่นคง คุณต้องมั่นใจว่าคุณเก่งจริงในงานของคุณ และคุณรักงานที่คุณทำอยู่จริงๆ ถ้าคุณเป็น developer ที่มีความสามารถ ก็มีงานที่ดีรอคุณอยู่เสมอ ถึงแม้ในวันที่ธุรกิจย่ำแย่ แต่ developer ที่มีความสามารถก็จะยังเป็นที่ต้องการตัวเสมอ

9.อย่าเอาเรื่องเงินมาเป็นเหตุผลการตัดสินใจ

  ผมเคยเห็นโปรแกรมเมอร์ที่เปลี่ยนงานเพียงเพราะมีที่ใหม่ที่เสนอ ผลตอบแทนให้มากกว่า แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณจะชอบงานใหม่นั้นจริงๆ คุณก็ตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว แต่ขอให้คุณตระหนักไว้ด้วยว่างานที่ให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นนั้นหาได้ไม่ยาก นัก แต่คุณต้องแลกกับอะไรหลายๆ อย่างเพื่อให้ได้มันมา ถ้าคุณใช้แค่ค่าตอบแทนเป็นปัจจัยในการตัดสินใจของคุณ มันจะทำให้ประโยชน์ที่คุณจะได้จากการทำงานเป็นเพียงแค่เงินค่าจ้างเท่านั้น ถ้าเป้าหมายในชีวิตของคุณคือการหาเงินให้ได้มากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือความสุขจากการทำงานแล้วหละก็ คุณก็ควรจะเลือกงานที่ตรงกับความสนใจของคุณมากกว่าจะดูเรื่องค่าตอบแทน เท่านั้น

10.ต้องมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนงานได้ เมื่อคุณรู้สึกไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

  หลายบริษัทได้เสนอผลตอบแทนที่ดีมากๆ สำหรับโปรแกรมเมอร์ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่จะทำให้คุณอยู่กับองค์กรไปอีกเป็นเวลานาน แต่คุณก็ควรระวังเอาไว้ เพราะไม่ว่าคุณจะชอบงานที่คุณทำมากแค่ไหน แต่การตัดสินใจที่ผิดพลาดทางการบริหารจัดการขององค์กรเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้คุณรู้สึกมีปัญหากับงานและไม่มีความสุขกับงานที่ทำขึ้นมาได้ และถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น มันเป็นเรื่องที่น่าอายที่คุณจะยังทนทำงานต่อไปเพียงเพราะว่าค่าตอบแทนที่ดี และไม่ต้องการทำงานที่ใหม่ที่อาจให้เงินเดือนน้อยกว่าเดิม บริษัทเกี่ยวกับการเงินเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี โดยมักเสนอผลตอบแทนซึ่งจะผูกมัดคุณอยู่กับบริษัท โดยผลประโยชน์เหล่านั้น(เช่นเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน) จะทำให้คุณไม่สามารถจะเปลี่ยนไปทำงานที่อื่นได้อีกเป็นเวลานาน(อาจจะมากถึง 20 ปี) คุณต้องทำให้มั่นใจว่าคุณจะไม่เจอสถานการณ์เช่นนั้น และคุณเป็นคนเก่งในงานที่คุณทำจริงๆ ถ้าคุณเก่งจริงแล้ว เรื่องเงินนั้นเป็นเรื่องที่น่าต้องห่วงเลย

สรุป

  ผม ไม่สมารถยืนยันกับคุณได้ว่า สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดจะรับประกันความสำเร็จในอาชีพของคุณได้ เหนือสิ่งอื่นใดมันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองและความมานะพยายามของคุณ แต่ผมคิดว่าคำแนะนำเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ไม่ ควรจะเกิดขึ้นต่างๆ ได้เท่านั้น