พวกเราพี่ๆ น้องๆ เลยลงความเห็นกันว่าเราคงคิดถูกแล้ว เพราะหายห่วงในเรื่องของการรักษาพ่อ แต่ที่น่าชื่นใจไปกว่านั้น คุณหมอและพยาบาลใจดีทีเดียว พูดจากับพ่ออย่างอารมณ์ดี แถมระยะทางมาโรงพยาบาลก็ใกล้กับหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ทราบข่าวเลยพากันมาเยี่ยมพ่อกันอื้อ(จนคนป่วยยิ้มแย้มแจ่มใส ดีใจที่เจอคนมาเยี่ยม)

วันนี้ออกจะเครียดๆ ในชีวิตของคนเป็นลูกอย่างครูแอนและพี่ๆ ค่ะที่คุณพ่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล  ปกติแล้วครอบครัวเรามักจะไม่ค่อยเข้าพักในโรงพยาบาลเลย  นานๆ ครั้ง และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ครูแอนย้ายกลับมาอยู่บ้านในรอบ 7 ปีกว่าๆ ที่ต้องมาเฝ้าคุณพ่อในโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้ค่ะ

     พ่อครูแอนทำงานหนักค่ะ (ช่วยชาวบ้าน) ด้วยความที่พ่อจะเป็นหมอชาวบ้านด้วย  พ่อเลยต้องช่วยใครๆ ไปทั่วจนตัวเองแทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตามวัยของตนเอง พ่อต้องไปช่วยงานชาวบ้านในละแวกหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงด้วยตั้งเกือบๆ เดือน งานนี้สภาพร่างกายพ่อเลยไม่ไหว  โดนทั้งฝน  ทั้งไม่ได้พักผ่อนเต็มที่เลยมีอาการไอตลอดทั้งคืน  ปวดหัว หายใจดังฟี๊ดๆ ครูแอนกับพี่ๆ เลยพาพ่อไปโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อในตัวเมืองหาดใหญ่เมื่อเสร็จงาน (พิธีในวันปิยะมหาราช และงานเผาศพคุณลุง) ในตอนเย็น  คิดแค่ว่าพ่อคงเป็นหวัดที่อาการหนักกว่าปกติมากๆ เท่านั้นเอง  ที่ไหนได้..หลังจากคุณหมอตรวจผลปรากฎว่าคุณหมอไม่ยอมให้พ่อกลับบ้าน  ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเลยเพราะคุณหมอบอกว่าพ่อมีอาการหอบ  หลอดลมตีบด้วย  เลยให้พักรักษาตัวอยู่ก่อน  ในระหว่างนั้นเราพี่ๆ น้องๆ ก็ผลัดเวรกันเฝ้าพ่อ  คืนแรกของเย็นวันนั้นเริ่มด้วยพี่สาวสองคนโต คืนต่อมาเป็นหน้าที่ครูแอนกับพี่สาวคนถัดมา (ในคืนนั้นเองน้องครูตุ๊กแก..ก็ส่งเสียงมาตามสายเจื้อยแจ้วเพื่อจะแจ้งส่งความคิดถึงของน้องครูแอ๊ว...ฝากมาให้พี่ครูแอนด้วย  แต่เสียงดังผิดปกติมั๊งคะ  น้องครูตุ๊กแกเลยถาม.."พี่อยู่ไหนคะ" เลยต้องแจงไปว่าตามสภาพ  และก็ออกมาคุยกันพักหนึ่ง)

     รุ่งขึ้นข่าวที่พ่อเข้าโรงพยาบาลเลยทำให้ญาติๆ ในหมู่บ้านทะยอยกันมาเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลกันยกใหญ่  พ่อนอนอยู่ที่นั่น 2 คืน  อาการเริ่มดีขึ้นคงเหลือแต่คุณหมอสั่งให้พ่นยาทุกๆ 4 ชั่วโมง  พวกเราเริ่มมีกังวลเพราะหน้าตาพ่อยังไม่ค่อยสดชื่นเท่าที่ควร  ประกอบกับโรงเรียนของครูแอนและพี่สาวอีกคนหนึ่งจะเปิดพร้อมกันในวันที่  27 ตุลาคม ก็คงเหลือแต่พี่สาวคนที่ 2 ที่ทำงานที่ สพท. ในตัวเมืองหาดใหญ่ (ที่ยอมลางานมาเฝ้าพ่อ) กับพี่สาวที่สอนชั้นประถมศึกษาที่จะเปิดในวันที่  3  พฤศจิกายน นั่นเท่ากับว่าเราจะต้องลางานกันไปหาดใหญ่เพื่อไปเฝ้าพ่อ  เมื่อปรึกษากับคุณหมอ  คุณหมอก็ใจดีแนะนำว่าสามารถไปรักษาตัว(พ่นยา)ต่อที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้  จึงขอให้คุณหมอสั่งยาเพิ่มมาให้ที่โรงพยาบาลที่จะรับต่อ  ปรากฎว่าเมื่อย้ายพ่อมารักษาตัวใกล้บ้าน (โรงพยาบาลเทพา) ในเย็นวันอาทิตย์นั้นเองคุณหมอที่รับคุณพ่อก็แจ้งว่ายาที่ส่งมาก็เป็นตัวเดียวกับที่โรงพยาบาลรักษาโรคนี้อยู่เช่นกัน...พวกเราพี่ๆ น้องๆ เลยลงความเห็นกันว่าเราคงคิดถูกแล้ว  เพราะหายห่วงในเรื่องของการรักษาพ่อ  แต่ที่น่าชื่นใจไปกว่านั้น  คุณหมอและพยาบาลใจดีทีเดียว  พูดจากับพ่ออย่างอารมณ์ดี  แถมระยะทางมาโรงพยาบาลก็ใกล้กับหมู่บ้าน  ชาวบ้านที่ทราบข่าวเลยพากันมาเยี่ยมพ่อกันอื้อ(จนคนป่วยยิ้มแย้มแจ่มใส  ดีใจที่เจอคนมาเยี่ยม)...ตลอดทั้งวัน!!!

      ระหว่างที่ครูแอนมาเฝ้าพ่อก็เลยมีโอกาสเก็บภาพบรรยากาศโรงพยาบาลดีใกล้บ้านมาฝาก...และนี่คือ...โรงพยาบาลเทพา...

บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลเทพา

 

    

ที่จอดรถด้านหน้าและด้านข้าง

 

หน้าโรงพยาบาลจะเป็นถนนมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอและอีกทางก็ไปบ้านครูแอน

 

   

มุมสบายตาระหว่างตัวตึกหน้าและหลังของโรงพยาบาล 

 

ด้านหลังตึกห้องพิเศษ...มีที่พักสายตาสบายๆ ด้วยกล้วยไม้ที่เกาะต้นปาล์ม

 

พยาบาลที่คอยเข้ามาดูแลเป็นอย่างดี

เห็นภาพนี้แล้ว....คิดถึง...ป้าแดงคนสวยP...ขึ้นมาจับใจ

นี่ล่ะหนอ...พยาบาล...

เหนื่อยเอาการน่าดูชม 

กิริยาดูเหมาะสม

ผองชนชม.."เธอ...ผู้อดทน"

...คนป่วยยิ้มร่า...

 

ชาวบ้านมาเยี่ยมกันอื้อ...

เย็นแล้วจะมืดค่ำก็ยังมากันไม่วายเว้น

นี่ชุดหลังสุดของวัน...ก่อนที่จะหมดเวลาเยี่ยม

     ไว้บันทึกต่อไป....ครูแอนจะนำเสนอรายละเอียดที่นอกเหนือไปจากบรรยากาศโดยรอบของโรงพยาบาลนะคะ

     ขอบคุณค่ะ