พ่อค่ะ....ไม่ต้องประกาศก็ได้....... หนูเขิน

วันนี้มีโอกาสพาพ่อไปติดตามผลการรักษาที่โรงพยาบาลที่บ้าน

ไปยื่นบัตร  รับคิว  .........เฉยๆ ไม่พูดว่าอะไร

      ไปพบพยาบาลที่   OPD........พ่อ...หันหน้ามาทางลูกสาว......  หันหน้าไปคุยกับพยาบาลบอกว่า....ลูกสาวคนโต  เป็นพยาบาล  ที่ศรีนครินทร์......

       รอพบแพทย์....หันมาบอกเราว่า .......เข้าไปฟังหมอคุยกับพ่อหน่อยนะ

      เข้าไปพบแพทย์......มองเรา...แล้วบอกหมอว่า...ลูกสาวทำงานที่ศรีนครินทร์   วันนี้พามาตรวจ

   อ้อ   พ่อคงเกรงใจหมอว่า  มีคนเพิ่มอีก 1 คนในห้องตรวจ  เลยรีบบอกเป็นทำนองขออนุญาต   เพราะที่ผ่านมา พ่อมักเข้าไปคนเดียว

    หมอก็คุยกับทั้งคนไข้และญาติ

     พบเภสัชเพื่อรับยา.......หันมามองเรา  แล้วบอกกับเภสัช ว่า ....... ลูกสาว  เป็นพยาบาล  ทำงานที่ศรีนครินทร์ 

   โธ่....  พ่อค่ะ  พ่อเล่นประกาศ  โฆษณาไปทุกจุด   หนูเขิน แย่เลย  

        แต่วินาทีนั้น  รู้สึกได้ทันทีว่า  พ่อ  คงภูมิใจในตัวลูกคนนี้  ที่มีโอกาสทำงานในอาชีพที่พ่อปรารถนาให้เป็น   คาดหวังว่าจะได้ดูแลพ่อ  แม่ ยามเจ็บป่วย

          แต่...... พ่อค่ะ  หนูรู้สึกผิดมากเลย  ที่ช่วงที่พ่อนอนโรงพยาบาล 4 วัน  หนูไม่ได้กลับไปนอนเป็นเพื่อนพ่อ  ได้แต่โทรศัพท์ ให้กำลังใจ  ถามข่าว  โทรฝากหลานที่เป็นพยาบาลช่วยดูแล ทั้งๆ ที่เขาก็ดูแลอยู่แล้ว

เหตุผลที่หนูบอกพ่อคือ  รอเด็กๆ ปิดเทอม  ช่วงนี้แลกเวรออกไม่ได้

ณ  เวลานี้  

    จริงหรือที่แลกเวรออกไม่ได้   

         เทคโนโลยี ที่ทันสมัย  มีโทรศัพท์มือถือ  จนอยู่ที่ไหนก็คุยกันได้  โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง  ทำให้บางครั้งเราละเลยบางสิ่งบางอย่างไปหรือไม่

     ถ้าเราไปนอนเป็นเพื่อนพ่อช่วงนั้น  พ่อคงดีใจยิ่ง  หรือไม่

พ่อค่ะ.............. หนูขอโทษ