ชีวิตนี้ที่อยู่เฉย วางเฉยต่ออารมณ์และความรู้สึก

ในบางครั้ง หรือบางคราวที่มีเสียงเข้ามากระทบหู เสียงที่ชอบ และโดยเฉพาะเสียงที่ไม่ชอบ

หลาย ๆ คราที่กลิ่นเข้ามากระทบจมูก รูปเข้ามากระทบตา ลม ร้อน ความหนาวที่พัดกระทบกายา อีกรสชาติน่าชิวหากระทบลิ้นตน

การปฏิบัติธรรมเราก็ทำไปอย่างนี้แหละ ทำให้เฉย เฉยเมยต่อรูป เสียง กลิ่น รส และ สัมผัส

อะไรต่อะไรจะผ่านเข้ามาก็ปล่อย ให้เป็นเพียงแต่สักว่า และสักว่า ผ่านมาแล้วก็ผ่านมา

ชีวิตเฉย ๆ เป็นชีวิตที่สงบ ความสงบนั้นจักนำความสุขแท้มาให้แก่ชีวิต

อันคนเราที่ต้องวิ่งวุ่นอย่างไม่รู้จบก็เพราะชีวิตยังไม่นิ่ง ไม่เฉย

มีอะไรมากระทบก็กระเทือน

มีอะไรมากระแทกก็ประหวั่น พลั่นพลึง

ความหนักแน่นในชีวิตจะทำให้เรามีหลักมีฐาน

ตึกยังต้องมีเสาเข็ม แล้วชีวิตนี้จะไม่มีหลักได้อย่างไร

ธรรมะเป็นหลักที่สำคัญของชีวิต

ธรรมะเป็นฐาน เป็นที่ตั้ง เป็นขุมกำลัง เป็นอุบายในการวางเฉย

ชีวิตที่เฉย ๆ จักเรียบง่าย สบาย ๆ

ชีวิตที่สบาย ๆ จะเกิดมี เกิดขึ้นได้เพราะใจดี

คนใจดีเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง วางและเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ ที่มาสัมผัส

สัมผัสแล้วเฉย สบาย

สัมผัสแล้วนิ่ง ก็สบาย

ชีวิตคนเราจะมีความสุขได้ก็ตรงนี้แหละ ตรงที่มีจิตใจเฉย ๆ สบาย ๆ

หายใจเข้าก็สบาย หายใจออกก็สบาย

เขาด่าเราก็เฉย เขาชมเราก็เฉย เฉยเมยต่อโลกธรรม

บุคคลที่ฝึกตนดีแล้วย่อมเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐด้วยเพราะวางเฉยต่อโลกธรรม นับตั้งแต่ คำจ้วงจาบ คำสาป คำแช่ง คำที่กรีดแทงถึงขั้วของหัวใจ รวมทั้งคำชม คำสรรเสริญที่เปรียบได้ดั่งไฟที่พาเราหลงระเริงหมกไหม้ในสังคม

ชีวิตที่จิตเฉย เป็นชีวิตที่ผ่านล่วงเลยความสุขและความทุกข์

ทุกข์ก็ไม่เอา สุขก็ไม่เอา เราก็จะอยู่เฉย ๆ อย่างนี้แหละ

มีหน้าที่ทำความดีก็ทำไป มีหน้าที่เสียสละก็เสียสละไป ทำไป ทำไป ทำไปเฉย ๆ

ทำชีวิตให้เป็นเหมือนดั่งตุ๊กตาที่หายใจได้ ชีวิตแบบนี้หายใจเข้าก็สบาย หายใจออกก็สบาย สบาย ๆ เฉย ๆ...