หนูเป็นฝ่ายไหนไม่ได้ และไม่ออกความเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหนูเป็นข้าราชการเป็นคนของหลวงมีระเบียบ จรรยาบรรณครอบคลุมการประพฤติตัว จึงไม่สามารถออกความเห็นได้
เสาร์ที่ผ่านมาตอนที่ขับรถผ่านบริเวณกลางใจเมืองจังหวัดพิษณุโลก บริเวณหอนาฬิกาของจังหวัดพลันสายตาไปสะดุดกับผู้คนจำนวนหนึ่งประมาณสัก 30 กว่าคนใส่เสื้อสีแดงสดใส บ้างก็นั่งบ้างก็ยืน บริเวณนั้นจัดที่นั่งสำหรับคนไว้กะ ๆ ดูน่าจะประมาณ 50-70 คนได้ อีกฟากหนึ่งของถนนปรากฏเวทีใหญ่เวทีหนึ่งจัดไว้ริมขอบฟุตบาท การแสดงบนเวทียังไม่มีขึ้น แต่เห็นป้าย "ขอสนับสนุนนายกฯ สมชาย" ติดไว้บนเวทีอย่างชัดเจน ใกล้ ๆ กันนั้นปรากฏมีนายตำรวจน่าจะระดับสัญญบัตร 2-3 คนยืนอยู่คงจะดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยบริเวณงาน
อีกด้านหนึ่งท้ายสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก มีผืนผ้าใบสีขาวคล้ายจอภาพยนตร์ขนาดประมาณ 2 คูณ 5 เมตร ติดตั้งไว้อย่างถาวรริมรั้วของสถานีรถไฟ ชาวบ้านที่สัญจรไปมาต่างก็รู้ว่า ในบริเวณนี้แทบทุกวันจะมีการชุมนุมของ "พันธมิตรพิษณุโลก" มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ อย่างสม่ำเสมอมีการฉายภาพที่ต่อจาก TV ของสถานี ASTV ของกลุ่มพันธมิตร หลายครั้งทีเดียวที่ดิฉัน(จำเป็น)ต้องผ่านบริเวณนี้เนื่องเพราะเป็นทางเลาะทางสถานีรถไฟที่มีจำนวนรถราไม่มากทำให้สะดวกแก่การเดินทาง
แล้วอะไรที่ดิฉัน หรือคนพิษณุโลกรู้สึกในตอนนี้ ด้วยหน้าที่การงานและเป็นคนของหลวงทำให้ดิฉันมีจิตสำนึกในจรรยาบรรณในการแสดงความเป็นกลางในทุก ๆ ความคิดที่จำเป็นต้องแสดงออกบ้างสถานการณ์ของบ้านเมืองของเราตอนนี้ทำให้ดิฉันหรืออาจอีกหลายคนเกิดท้อแท้ เบื่อหน่ายในการเมืองจริงอยู่ เราไม่สามารถแยกการเมืองออกจากชีวิตประจำวันได้ เราจำเป็นต้องเปิดทีวีดูสถานการณ์ที่คนไทยทำร้ายกันเอง ต่างคนต่างมีการใช้กำลังมากกว่าเหตุผล ไม่อยากคิดว่า เกิดจากการปั่นสถานการณ์จากผู้ที่พูดเป็นทั้งสองฝ่าย การที่ทั้งสองฝ่ายมีสื่อเป็นของตัวเอง ในความคิดของดิฉันดีหรือไม่ดีไม่ใช่เป็นสิ่งที่อยากคำนึง การใช้คำพูดของสองฝ่ายนี่แหละสำคัญ จะทำให้สถานการณ์ดี-เลวน่าจะเป็นตัวแปรที่สำคัญ
แม้แต่ในบ้านของนกเอง ก็ยังเกิดความคิดที่แยกออกเป็น 3 ส่วนเหมือนกัน ที่บอกว่าเป็นสามส่วนก็คือ ส่วนที่คิดอย่าง พันธมิตร , คิดอย่างฝ่าย นปก. ,หรือวางตัวเป็นกลางอย่างดิฉัน บางครั้งก็ชวนให้ปวดหัวกับการแสดงความคิดเห็นของทั้งสองฝ่ายที่มักจะลงท้ายด้วยการขัดแย้งทุกครั้ง ส่วนดิฉันก็จะทำหน้าที่ในการไกล่เกลี่ย ซึ่งก็จะโดนคำถามที่ว่า "แล้วนกล่ะอยู่ฝ่ายไหน" นกก็จะหัวเราะแล้วพูดว่า"หนูเป็นฝ่ายไหนไม่ได้ และไม่ออกความเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหนูเป็นข้าราชการเป็นคนของหลวงมีระเบียบ จรรยาบรรณครอบคลุมการประพฤติตัว จึงไม่สามารถออกความเห็นได้ " แต่กระนั้นก็ยังมีเสียงบอกว่า "แต่ตอนนี้ต้องเลือกแล้ว " แล้วทำไมต้องเลือก ทำไมต้องแบ่งฝ่ายกันได้ ก็คนไทยทั้งนั้น
มีบทกลอนบทหนึ่งคะ นกได้แต่งไว้เมื่อวานนี้ (25 ตค.51)ตอน Post ใน blog ของครูบาสุทธินันท์ จึงอยากนำมาให้พี่ ๆ ใน gotoknow อ่านค่ะ
-
ต้นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งใบ ก้านสาขา
-
บรรลุมา เกือบพันปี มิจางหาย
-
ทั่วโลกหล้า แซ่ซ้อง ร่ำลือไกล
-
สยามนั่นได้ ชือนานมา สามัคคี
-
เหตุใดเล่า ฟ้าวันนี้ สิหมองหม่น
-
เมฆเบื้องบน เปล่งประกาย เป็นหลายสี
-
เหลือง แดง ขาว ส้ม ล้วน ต่างมากมี
-
ฟ้าวันนี้ ไม่สดสวย เหมือนวันวาน
-
ที่รากเง้า ต้นไม้ใหญ่ พลางไหวสั่น
-
ใบไม้นั่น ล่วงหล่น เกือบหมดหาย
-
เสียงลมลู่ แทนสะอื้น ของหัวใจ
-
ชนทั้งหลาย ทำไมถึงแยก แตกสามัคคี
-
จะกี่ส่วน กี่ฝ่าย เล่าพี่น้อง
-
เราต่างครอง ถือกำเนิด เกิดที่นี่
-
ขวานด้ามทอง ยืนยง คงมานี้
-
ก็เพราะมี ต้นโพธิ์ใหญ่ ให้พักพิง
-
ต้นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งใบ ก้านสาขา
-
โปรดเมตตา บันดาลดล กุศลให้
-
เหล่าพี่น้อง ผสกชาว คนเราไทย
-
กลับหัวใจ รักสามัคคี ดีเหมือนเดิม....
เพ็ญศรี(เทศบาลนครพิษณุโลก)25/10/51 20.55 น.

ครับสามัคคีคือพลัง สุขสันต์วันอาทิตย์นะครับ
แค่เนี้ยครับ ชัดเจนครับ
น่าสงสาร พวกเราคนไทย ชาวไทย ด้วยกัน เข่นฆ่ากันเอง
เหมือนขี่หัวคว้าดาว เหมือนสัตว์ชนิดเดียวกัน กินกันซึ่งมิใช่เพื่อความอยู่รอด แต่กินเพื่อทำลายให้สูญพันธุ์
เถียงเรื่องการเมืองไม่เป็นไรครับ
แต่หลังๆ สีแดง จาบจ้วงอาฆาตมาดร้าย สถาบันสูงสุดหลายครั้งนี่สิ ยอมไม่ได้ หากเป็นคนไทยต้องเลือกพ่อหลวง
คนไทย รักกันๆๆๆๆค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่เป็นคนพิษณุโลกเหมือนกันค่ะ และติดตามเหตุบ้านการเมืองอยู่บ้างค่ะ
ยืนฝั่งไหนก็สะดวก เดี๋ยวนี้เขาสร้างสะพานคอนกรีตให้ข้ามไป-มา