ปิดเทอม เที่ยวเมืองลาว หลวงน้ำทา บ่อเต็น

เบิ่งเมืองลาว หลวงน้ำทา บ่อเต็น

วันที่หนึ่งเวลา  08.00 น ของวันที่ 18 ตุลาคม 2551  สมาคมผู้บริหารสถานศึกษา เขต 1 มีนายกสมาคม ผอ.บุญเหรียญ ไชยชมภู  พาคณะผู้บริหารโรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต 1 ข้ามแม่น้ำโขงสู่แผ่นดินลาว ขึ้นสู่ท่าเรือที่เมืองห้วยทรายแขวงบ่อแก้ว สปปล.  ตัวแทนนำพาสปอร์ต ไปแสตมป์ที่ด่านเมืองห้วยทราย คณะก็นำสัมภาระส่วนตัวกระเป๋าใบเล็กๆ คนละใบ ข้างในอาจมีเสื้อผ้า 1 ชุด เตรียมตัวขึ้นรถบัสปรับอากาศขนาด 40 ที่นั่ง จำนวน 2 คันสมาชิกที่ไปครั้งนี้ประมาณ 80  คน จนกระทั่งเวลาประมาณ 8.45 น.รถออกจากห้วยทรายก็เคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง R3a  มุ่งสู่ปลายทางบ่อเต็น   รถวิ่งมาประมาณ  20 กม.ก็เริ่ม ขึ้นสู่เนินเขา ไต่เขา ขึ้นๆ ไป เรื่อย ๆ เป็นช่วงขาขึ้นดอย ลงดอยบางครั้ง ไกด์ บอกกับคณะว่า มีประมาณ หนึ่งพันโค้ง จริงๆแล้วมีสองโค้ง คือโค้งซ้ายกับโค้งขวา เส้นทางนี้เพิ่งเปิดใช้ ผู้ที่รับเหมาก่อสร้างมีถึง 3 บริษัท  บริษัทคนไทยรับเหมา 2 ช่วง  บริษัทของจีน รับ 1 ช่วงรวมระยะทางประมาณ  230 กิโลเมตร  ช่วงที่ 1 ก่อสร้างโดยบริษัทแพร่ธำรงวิทย์ สภาพถนนขณะนี้ชำรุดบางแห่ง อาจเกิดจากรถบรรทุกพ่วง ขนถ่านลิกไนต์ จากเมืองพูคาไปเมืองไทยก็ได้ หรือเกิดจากการสร้างไม่ได้มาตรฐานก็ได้ รัฐบาลลาวยังไม่รับมอบถนน ไกด์เป็นคนบอก  ช่วงที่ 2 -3  ช่วงที่ไม่รู้จักชื่อบริษัท ชำรุดไม่มาก อาจเกิดจากการสไลด์ของดินช่วงฤดูฝน กำลังมีการซ่อมแซม  

            การเดินทางครั้งนี้ตื่นเต้น  บรรยาศในรถมีความเป็นกันเอง มิตรภาพ  เพื่อนฝูง  พี่ๆ น้องๆเหล่าผู้บริหารด้วยกัน บางคนอาจเวียนหัวเนื่องจากรถวิ่งขึ้นเขาลงเขา เลียบไหล่เขา  ยอดเขา  เมื่อเรามองดูข้างทางมีพบว่ามีการปลูกยางพาราที่จีนขอเช่าพื้นที่ของลาวปลูกกำลังจะเริญเติบโตบางต้นความสูงน่าจะ 3- 4 เมตร เขาล้มต้นไม้บริเวณข้างทางออกและก็ปลูกยางพาราทดแทน

                หมู่บ้านที่ติดกับถนน ไกด์ บอกว่าเป็นชนเผ่าขมุ  เป็นส่วนใหญ่  และก็มีเผ่าคนไตลื้อ  อยู่บ้าง ตามรายทางมีหมู่บ้าน วัด โรงเรียน บางหมู่บ้านไม่นิยมทำรั้วบ้าน  สร้างฉางข้าวใกล้หมู่บ้าน  อาชีพคนแถวนี้ทำงานด้านเกษตรเป็นส่วนใหญ่  ขณะนี้เป็นฤดูการเก็บเกี่ยวข้าว ไร่ข้าวบนดอยสูง  มองดูไร่ข้าวผ่านหน้าต่างรถกำลังสุกมีสีเหลืองทองสุดลูกหูลูกตาสวยงาม เสียดายที่ไม่สามารถบันทึกภาพมาได้

                นั่งรถผ่านมาหลายกิโลคนเขียนก็รู้สึกตัวว่าสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นจำได้ว่า ผ่านเหมืองถ่านหินลิกไนต์เวียงภูคา ได้ยินเสียงไกด์พูดว่า ทางบริษัทกำลังถมบริเวณที่นำถ่านหินออก พบรถบบรทุกหลายสิบคันรอบรรทุกถ่านหินมาเมืองไทย รถวิ่งผ่านสะพานลอย หน้าบริษัททำเหมืองซึ่ง มีแห่งเดียวในลาวภาคเหนือ  การเดินทางวันนี้เจอรถสวนทางไม่กี่คัน

                เวลา 12.30  น. รถมาถึงเมืองหลวงน้ำทา  แวะรับประมานอาหารที่ร้านอาหารชื่อเฮือนลาว  รับประมานอาหารเสร็จแล้วขึ้นรถมุ่งหน้าไปบ่อเต็น ถึงบ่อเต็นประมาณ 16.00  เช็คอินเข้าที่พัก ชื่อโรงแรม แล้วก็จับกลุ่มออกมาชม ซื้อสินค้าที่ต้องการ

            เวลา  19.00 น.รับประทานอาหารที่หห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม อาหารแบบโต๊ะจีน บรรยากาศใช้ได้ มีคาราโอเกะ ก็พวกเรานั่นเองร้องคนละหลายๆเพลง  ห้องน้ำไม่ค่อยสะอาด มีกลิ่น เหม็นควันบุหรี่ รับประทานอาหารเสร็จ 3 ทุ่มเศษ  ชวนเพื่อน ๆ ออกเดินแถวหน้าโรงแรมและเข้าดูบ่อนกาสิโนไม่กล้าเสี่ยงกลัวกระเป๋าฉีก

วันที่สอง เวลา 09.00 นวันที่ 19 ตุลาคม 2551 ออกเดินทางกลับ แวะที่ตลาดหลวงน้ำทา  เป็นท่ารถของแขวงหลวงน้ำทา จับจ่ายซื้อของกลับบ้านส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากจีน เครื่องใช้ไฟฟ้า  โทรศัพท์มือถือ  เสื้อผ้า ที่ตลาดสดจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน สัตว์ป่า  มีเก้ง(ฟาน) นำมาลาบอร่อยมาก  มีคนซื้อตั้งหลายคน  ตัวต่อ รถด่วน(หนอนในไม้ไผ่ คนเชียงรายบางคนเรียกว่า แน้ หรือแด้) อาหารเป็นถุง ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ปลาย่าง  หน่อไม้  ปลา กบ เขียด จับจ่ายกันจนจุใจนัดหมายกันขึ้นรถเวลา 11.00 น. จากนั้นก็ไปรับประมานอาหารกลางวันที่ร้านเดิมเมื่อวานนี้ อิ่มหนำสำราญ กันเต็มที่เวลา 12.45  น.ขึ้นรถเดินทางกลับ รถวิ่งไปสัก 1 ชั่วโมง 30 นาที  แวะลดน้ำหนัก ปลดทุกข์ ที่ร้านอาหาร แห่งหนึ่งใกล้ๆ ขัวน้ำฟ้าที่เดิม(ขัวหมายถึงสะพาน) และแล้วเวลา 15.00 น. แวะตลาดอินโดจีนที่ห้วยทราย สมาชิกซื้อของกันยกใหญ่เพราะเงินยังเหลือ อย่างมือถือ Nokia รุ่น TV99i ราคา  2,900  บาท ดูทีวี/ถ่ายรูปได้ บางคนซื้อเครื่องพ่นยาเครืองมื่อทางการเกษตร ราคา 300 บาท เตรียมตัวสู่อาชีพใหม่หลังเกษียณ  รวมตัวกันขึ้นรถอีกครั้งมาถึงท่าเรือ นั่งเรือข้ามโขง ขึ้นสู่ท่าเรือบั๊ก อ.เชียงของ  ด้วยความปลอดภัย  ตอนนี้สมาชิกเริ่มแบ่งกลุ่มใหม่อีกครั้งบางคนนำรถส่วนตัวมาแยกย้ายกลับเชียราย อีกกลุ่มใหญ่ประมาณ  45 คน เหมารถประจำทางเชียงราย-เชียงของ กลับถึงเชียงรายประมาณ 19.00 น.

การไปครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเลี้ยงส่งผู้บริหาร ที่เข้าโครงการเออร์ลี่ และลาออก  3 คน 1.  ผอ.สมศักดิ์ ศรีบุรี อดีต ผอ.ร.ร.บ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด ปัจจุบันนายกอบต.ท่าสุด อ.เมือง 2. ผอ.บุญโรจน์ กฤตสัมพันธ์  ผอ.ร.ร.แม่ยาววิทยา ผอ.เสรี สุภาวรรณ์  ผอ.ร.ร.บ้านจำบอน  สองท่านเข้าโครงการเออร์ลี่

ปีหน้ามีข่าวว่าจะไปเขมร  ให้สมาชิกเตรียมเงินไว้ เป็นค่าใช้จ่าย