เมื่อครั้งที่น้องจิไปที่สวนป่าในงานเฮฮาศาสตร์ครั้งที่ 5 นั้น...น้องจิได้เป่าขลุ่ยอย่างที่น้องจิได้เล่าให้ฟังในบันทึกเก่าแล้ว....

                  ตอนที่น้องจิเป่าขลุ่ยนั้น ไม่ได้มีแค่เสียงขลุ่ยอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ ยังมีเสียงตะโพน ฉิ่ง กีต้าร์ ชั้นกีตาร์เทพเลยค่ะ   ทุกสิ่งทุกอย่าง ผสมผสาน สอดคล้องกันได้อย่างลงตัว

                  ขลุ่ยคือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ที่ใช้บรรเลงโดยการเป่า ทำให้เกิดเสียงตามช่องลมที่ได้ปิดเอาไว้

                  ตะโพน คือเครื่องประกอบจังหวะ มีทั้งหมด 2 หน้าด้วยกัน  มีจังหวะ ท่าง ติง โจ๊ะ จ๊ะ หรืออาจจะมีวิธีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป

                  ฉิ่ง คือ เครื่องคุมจังหวะในการบรรเพลงดนตรี มีความสำคัญมาก ผู้ตีต้องใช้ทักษะในการตีและรู้จังหวะเพลงต่างๆ

                  กีต้าร์ คือ เครื่องดนตรีที่ใช้ดีด ทุกท่านคงคุ้นเคยกันดี  มีเสียงที่ไพเราะ (ถ้าดีดเป็น) อิอิ

                  จะเห็นได้ว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีลักษณะ  เสียง รูปร่าง วิธีการเล่น ที่แตกต่างกันออกไป....ถ้าให้เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมาตีเดี่ยวๆชิ้นเดียว ขลุ่ยก็คงจะเป่าไปตามประสาขลุ่ย  เสียงลมของขลุ่ยอาจจะหวานจับใจ แต่ไม่ประทับใจ .....ตะโพน  ให้มาตีเดี่ยวๆ ก็มีแต่เสียงท่าง ติง โจ๊ะ จ๊ะ  ฟังไม่รู้เรื่อง ก็คงจะมันเฉพาะเสียงตะโพนไม่มีเนื้อหา.....ฉิ่ง ให้มาตีเดี่ยวๆ ก็คงจะมีแค่เสียง ฉิ่ง ฉับ แสบหูพิลึก ใครสามารถตีฉิ่งให้เป็นเพลงได้ จะมอบโล่ให้เลยค่ะ ก็มีอยู่แค่เสียงฉิ่งกับฉับ จะเป็นเพลงได้ไหมเนี่ย.....กีต้าร์  ถ้าเล่นเดี่ยวๆ ก็เพราะเสนาะหู แต่ถ้ามีลูกคู่อาจจะมันส์ก็ได้เด้อ

                     เราจะเห็นความหลากหลายของเครื่องดนตรีแล้วใช่ไหมค่ะ....แต่เมื่อเราเอาคุณลักษณะของเครื่องดนตรีที่แตกต่างกันมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว เติมความสมัครสมานสามัคคีของผู้เล่น ใส่ความรักให้กับเครื่องดนตรีในแต่ละชิ้น  ตั้งใจบรรเลงให้ผู้ฟังมีความสุขไปกับเสียงดนตรีที่เราบรรเลงแล้ว    เสียงที่ออกมามันจะเกินบรรยายเจ้าค่ะ

                     ลองมาฟังเสียงขลุ่ยสามัคคีของกลุ่มเฮฮาศาสตร์นะค่ะ  ผู้บรรเลงทั้งหมดมี 4  ท่านด้วยกันเจ้าค่ะ

                    กีต้าร์ (กีต้าร์เทพ) ผู้บรรเลงคือ ครูประสาท  มาจากภาคเหนือ ลุงดีดกีต้าร์คลอไปกับการบรรเลงด้วยเจ้าค่ะ

                    ขลุ่ย (ขลุ่ยนางฟ้า) ผู้บรรเลง คือ โก๊ะจิจัง แซ่เฮ แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก 5555++...เป่าไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่ อาศัยเสียงตะโพน ฉิ่ง กีต้าร์ กลบเกลื่อนเจ้าค่ะ อิอิ

                    ฉิ่ง  ( ฉิ่งมือทอง) ผู้บรรเลง คือ ครูพิสูจน์ ใจเที่ยงกุล พ่อสุดที่รักของน้องจิเอง อิอิ  ตีได้สะใจมากๆเจ้าค่ะ ยกฉายาฉิ่งมือทองให้ครูพิสูจน์เลยค่ะ

                    ตะโพน (ขุนพลตะโพนทอง) ผู้บรรเลง คือ นายศุภกิจ เสถียรอินทร์  มาจากโรงเรียนบางลี่วิทยา ตีได้มันส์หยดติ๋งๆเลยเจ้าค่ะ

                    เสียงดนตรีที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างผู้เล่น เครื่องดนตรี จึงออกมาเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ

                            ฟังเสียงการบรรเลงร่วมกันได้ที่นี่ค่ะ

                   ชีวิตคนเราก็เหมือนเครื่องดนตรี มีความแตกต่าง มีความสามารถที่ไม่เหมือนกัน  แต่ละสิ่งของเราก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่มันจะมีประโยชน์มากๆ ถ้าพวกเราใช้ความสามารถของพวกเราร่วมกัน มาร่วมมือที่จะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไปเจ้าค่ะ  อย่ามองเพียงตัวเองสบาย แต่จงมองถึงส่วนรวมด้วย ก็เหมือนเสียงดนตรี คนเล่นจะมีความสุข ถ้าคนฟังรู้สึกสนุกไปกับการบรรเลง

                    เมื่อสักครู่รายการถามจริง ตอบตรงพึ่งจบไป ...ฟังลุงเอก และผู้ร่วมรายการพูดถึงการแก้ไขปัญหาชาติ  น้องจิว่า แก้ง่ายนิดเดียวถ้าทุกคนเปิดใจที่จะรับฟังซึ่งกันและกัน แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ที่ว่า ใจของแต่ละคน เสริมคอนกรีตก่อเป็นกำแพงแบ่งฝ่ายแบ่งพวก  เราจะทำลายกำแพงนั้นลงได้อย่างไร  ชาติจะไปรอดไหม ถ้าเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงหัวใจถูกกั้นอยู่เช่นนี้

                     เราคนไทยด้วยกัน  ใช้ภาษาเดียวกัน  อยู่แผ่นดินเดียวกัน  จะคุยกันไม่รู้เรื่องเลยหรือค่ะ ....จะให้ชาติใดมาคุยด้วยเล่า.......เฮ้อ!! กลุ้ม  เด็กคืออนาคตของชาติจริงหรือเจ้าค่ะ

                      เรามาสามัคคีกันเถอะเจ้าค่ะ ใช้คำพูดที่เสนาะหูจะได้ไพเราะเหมือนเสียงดนตรีที่ร่วมกันบรรเลง อิอิ  สิ่งที่จะมีความสุขก็คือประเทศชาติค่ะ

                      ขอบคุณทุกๆท่านที่คอยติดตามข่าวคราวและติดตามลุงเอกเจ้าค่ะ...รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^