สุนทรียสนทนา ระหว่างพี่น้องผู้มีใจชื่นชอบ

 

 

ความผุกร่อนเป็นไปตามกาลเวลา

กาลเวลา...กลืนกินทุกสิ่งในพิภพ

ในพิภพ...แดนดินที่ไร้ความเที่ยง

ความเที่ยง...แท้จริงคือความไม่เที่ยง

 

ยามบ่ายวันหนึ่งในเดือนเมษายน ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗

ในวัดป่าบ้านโคก สานคาม วานรนิวาสสกลนคร

แหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการป่าผักหวานป่า ที่ใช้มีวัดเป็นองค์ประกอบ จัดการกันได้อย่างเยี่ยมยอดบริเวณวัดมีพื้นที่ประมานพันกว่าไร่ เป็นป่าโคก ที่มีผักหวานป่าชนิดผักหวานโคกยอดสีทอง ขึ้นแซมกับต้นไม้อื่นอยู่เต็มพื้นที่ พี่น้องมีการจัดการ การแบ่งปันกันมาเก็บยอดผักหวาน พร้อมทั้งแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งถวายเข้าวัด น่าชื่นชมกระบวนการจัดการของพี่น้อง

ผมมีโอกาสติดตามอ้ายน้องจากศูนย์อินแปงนำพาพี่น้องจากดงหลวง และจากกุดบากมาพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรกร ป่าหัวไร่ปลายนา พบกันแล้ว ปล่อยให้พ่อๆท่านพูดคุยกันเอง แลกเปลี่ยนกันเอง ให้น้องๆสร้างกระบวนการการเรียนรู้

 

ผมปลีกตัวจากวงเสวนาเรื่องผักหวานป่า ด้วยถูกดึงดูดด้วยความวิเวก จากต้นไม้พุ่มไม้หนาทึบรอบๆศาลา มีเส้นทางเดินสายน้อย ปัดกวาดอย่างสะอาดเอี่ยม ทอดนำเข้าดงไม้ เชิญชวนให้เดินเข้าไปยิ่งนัก

เกือบสุดทางเดิน ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ที่มีใบไม้แห้งหล่นทับถมจนเต็มพื้น ผมเห็นตอไม้ผุที่มีเห็ดสีขาวขึ้นโดยรอบ มีเถาวัลย์ทอดพาด และมีขอนไม้ขนาดย่อมประดับด้วยเห็ดดอกโตสีเหลืองอ่อนวางก่ายอยู่ จัดตำแหน่งขอนไม้เล็กน้อย แล้วบรรจงถ่ายรูป ได้มาอย่างที่เห็น ถือเป็นรูปถ่ายที่ผมบันทึกภาพในขณะที่จิตโปร่งที่สุด จิตนิ่งที่สุด

หากได้อยู่ใกล้ชิด...กับธรรม(ชาติ)

อยู่กับตัวเองอย่างรู้จักตัวตน

มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ  มีสิ่งอันควรสักการะให้ยึดมั่น

ชีวิตนี้...ก็น่าอยู่ขึ้นอย่างมาก

 

สุนทรียสนทนา ระหว่างพี่น้องผู้มีใจชื่นชอบ และมีความมุ่งมั่นเรื่องผักหวานป่าครั้งนั้น ได้ผลดีอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ด้วยพี่น้องมาด้วยความเต็มใจ มีความเป็นมิตรสหาย บรรยากาศร่มรื่นของวัดช่วยสร้างสมาธิ มีตัวอย่างให้ฝึกปฏิบัติ ได้เห็นของจริง

 

การที่หัวหน้า เป ลี่ ยน สะพายย่ามนั่งกะบะหลังรถเบียดกับพี่น้องไปร่วมกินร่วมนอนกับพ่อๆสองวันสองคืนในทริปนั้น ผมซื้อใจพี่น้องได้หมดทั้งใจ

นำมาถ่ายทอดเป็นบันทึกไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาครับ