กะทิและพระจันทร์

            ก็คงเป็นอีกวันหนึ่งที่รู้สึกมีความสุข สุขจนต้องลุกขึ้นมานั่งจิ้มพิมพ์สำนวนอยู่ในตอนนี้ เรื่องของเรื่องมันก็อยู่ที่ว่าได้อ่านหนังสือที่รักจบลงไปอีกเล่มหนึ่ง

            ตลอดเดือนที่ผ่านมาผมมีเรื่องราวที่กำลังติดตามอย่างเรื่อยเอื่อย (เอ๊ะ อย่างไรกัน ? ) มันเริ่มตั้งแต่ผมได้ซื้อหนังสือเรื่อง บันทึกสู่แผ่นฟิล์ม ความสุขของกะทิ ความจริงก็เดินดูและตัดสินใจอยู่หลายรอบแล้ว ว่าจะซื้อดีหรือไม่ดี แต่ก็เจอเล่มอื่นที่น่าสนใจกว่าอยู่ร่ำไป แต่วันนั้นก็คิดและตัดสินใจอย่างได้อย่างแน่แท้ จึงควักบัตรรูดปรื๊ดได้มาครอบครองเสียที แต่อ่านได้วันเดียวก็จบเล่มจนน่าเสียดายลึกๆว่า อุตส่าห์ซื้อมาในราคา 130 บาท ทำไมมันอ่านได้ไม่กี่ชั่วโมงเองวะ แต่ก็รู้สึกดีนะครับ ก็เล่นเขียนซะจนวางไม่ลงเสียอย่างนี้ อ่านไปเล่นกับลูกไป ตอบคำถามของลูกบ้าง ต้องซื้อขนมที่คุณจ้ามาเสนอขายบ้าง เดี๋ยวก็ต้องไปส่งที่แป้งที่บ้านเพื่อนบ้าง เอาเป็นว่า ตั้งแต่บ่ายสองโมงยันห้าทุ่มก็จบถึงปกหลังสุด

            ปัญหามันก็อยู่ที่ว่า ถึงตอนนี้อยากรำลึกความหลัง อ่าน ความสุขของกะทิ และ ตามหาพระจันทร์ อีกครั้ง หลังจากที่หาซื้อมาอ่านตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งคว้ารางวัลมาหมาดๆ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ รื้อตู้ดูก็แล้ว ควานหาเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งหด เพราะหาไม่เจอ โวยใส่จิ๋มเสียเป็นการใหญ่ ว่าทำไมไม่ช่วยกันหา จนคุณเธอคงรำคาญเดินมาในห้องสมุด (หรือห้องขยะของผมก็ไม่ทราบได้) เปิดตู้ด้วยความชำนาญ แล้วก็หยิบหนังสือมาให้ทั้ง 2 เล่มอย่างง่ายดาย ฮ่า ฮ่า อย่างนี้ไงเล่าที่เขาบอกว่า ขาดเธอไม่ได้ คำตำหนิถูกส่งมาทางสายตาค้อนขวับหนึ่ง ผมก็ได้แต่ขอบคุณเมียอย่างอ่อยๆ

            แต่การอ่านกะทิรอบสองนี้ผมไม่อยากอ่านคนเดียว พี่แป้งโตพอที่จะได้อ่านนิยายได้แล้วสินะ แต่ตัวอักษรล้วนๆแบบนี้คงไม่สามารถเรียกความสนใจจากเธอได้แน่ๆ คืนนั้นผมจึงเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกสาวคนโตฟังอีกรอบหนึ่ง หลังจากที่ไม่ได้อ่านให้เธอฟังตั้งแต่เธออ่านหนังสือได้เองแล้ว

            พี่แป้งหนุนแขนขวา คุณจ้าหนุนแขนซ้าย มันคือความฝันของผมตั้งแต่รู้ว่าลูกคนที่สองที่อยู่ในท้องเป็นลูกสาวนั่นแหละ และช่วงนี้คุณจ้าก็เริ่มมีสมาธิมากพอที่จะนอนฟังพ่ออ่านหนังสือยาวๆได้แล้ว

            และผมก็เริ่มอ่าน ความสุขของกะทิ

            พี่แป้งตั้งใจฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ถามพ่อเธอบ้างยามที่มีภาษาที่สวยเกินไปจนกว่าที่เด็กอายุเกือบแปดขวบจะเข้าใจ แต่ลูกสาวคนนี้ก็รับรู้ได้ว่า ภาษาในหนังสือมีความสละสลวยงดงามกว่าหนังสือเด็กๆที่เธอเคยอ่านมา มันจึงทำให้เธอยอมถ่างตาอยู่นานเพื่อฟังพ่ออ่านผ่านไปทีละตอน ทีละตอน คุณจ้านั้นท่าจะมีแต่ท่าสวย เพราะเลียนแบบการฟังนิทานของพี่สาว จนหลับคาจั๊กกะแร้พ่อไปในคืนแรก

            เรื่องราวก็ผ่านมาเรื่อยๆ อ่านช้าๆ ชัดๆ เพราะอยากให้ลูกได้ฟังอย่างไม่ตกหล่นในรสวรรณกรรม จนถึงวันที่กะทิได้มาพบแม่ที่แท้จริงที่บ้านพักริมหาดหัวหิน กระทั่งเธอได้กอดแม่ ได้รู้เรื่องราวของแม่ทีละน้อย และถึงวาระสุดท้ายที่ ณภัทร แม่ของ ณกมล หรือหนูทิ ตายไป นั่นแหละผมจึงได้หันไปมองลูกสาวที่หนุนแขนขวาอยู่ ก็พบว่าน้ำตาเธอไหล

            พี่แป้ง เมื่อรู้ว่าพ่อหันมาดู ก็ทำท่าหาวๆๆเสียหลายรอบ แล้วยิ้มๆ บอกผมมาว่า หาวหรอกพ่อ ฮ่า ฮ่า ผมรู้สึกดีและชอบใจ ที่อ่านไปแล้วลูกรู้สึกไปตามที่บทนิยายเขียนไป นั่นหมายความว่าเธอฟังเข้าใจ เธอมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร และเธอรับสารที่ผู้เขียนสื่อสารมาให้ ในคืนนั้นผมจึงมีความรู้สึกเป็นสุขกับน้ำตาของลูก

            เราเริ่มอ่านเล่มที่สองต่อมา ตามหาพระจันทร์ 

            แต่ก็ยังไม่จบหรอกนะครับ เพราะวันนี้ผมต้องเดินทางมากรุงเทพเสียก่อน เมื่อตอนกลางวันได้เปิดหนังสือ บันทึกสู่แผ่นฟิล์ม ความสุขของกะทิ ให้ลูกดูคร่าวๆ ให้ดูว่าใครแสดงเป็นอะไร เพื่อเป็นการปูอารมณ์เธอไว้แต่เนิ่นๆ เพราะรู้ดีว่า มันลงโรงเมื่อไหร่ จะต้องพาเธอไปดูให้ได้

            ผมอ่านเล่มที่สองจบในเครื่องบิน จบเป็นครั้งที่สองด้วยความรู้สึกอิ่ม อิ่มจนล้น จนต้องมานั่งบันทึกบอกความรู้สึกเป็นสุขในค่ำคืนดึกดื่นเช่นนี้ อยากให้ลองไปหามาอ่านดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า ทำไมผมจึงรู้สึกมีความสุขจนต้องมาแบ่งปันกัน