ผมได้มีโอกาสเดินทางกลับมายังกลันตันอีกครั้งหนึ่งแล้วครับ เป็นครั้งที่สามแล้วครับ รอบนี้แตกต่างจากรอบที่ผ่านๆ มาครับ เนื่องจากครั้งนี้ผมไม่มีผู้เชี่ยวชาญมาเลเซียติดรถมาด้วย ผมละไม่แน่ใจตัวเองละครับว่า จะเดินทางถึงเป้าหมายหรือเปล่าและเพื่อความปลอดภัยก็ชวนเพื่อนซี้มาเป็นเพื่อนครับ หวังไว้ว่าถ้าเป็นเรื่องภาษามลายู ก็คงมีสักคนที่ช่วยจัดการให้ได้ แต่ปรากฏก่อนถึงวันเดินทางและก่อนออกเดินทาง เพื่อนผมย้ำกับผมว่า อย่าหวังพึ่งเขาเกี่ยวกับภาษามลายูนะ แล้วความจริงก็ปรากฏว่า เพื่อนผมมันไม่ยอมให้ผมพึ่งจริงๆ เลย

รอบนี้ผมมาทางตาบา ตากใบครับ หลังจากนำรถข้ามฝั่งคลองมาอยู่บนดินแดนมาเลเซีย ผมก็ต้องใช้ทักษะอันน้อยนิดของผมทางด้านภาษามลายูทันทีครับ เนื่องจากผมจะต้องขอใบ icp จากเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ความจริงผมก็ไม่รู้ว่าใบอนุญาตนี้เรียกว่าอะไรครับ ดีที่ตั้งคำถามให้กับตัวเองก่อนข้ามฝั่งมา เลยถามกับคนขายประกันรถทางฝั่งไทยมาก่อน ว่าไอ้ใบอย่างว่านั้นมันมีขื่อฉันใด

ออ. การรอเรือข้ามฝากใช้เวลาไปอย่างปล่อยประโยชน์เกือบสองชั่วโมงครับ ถ้าเปรียบกับการไปทางสุไหงโกลก ผมว่าใช้เวลาพอๆ กัน เพียงแต่ประหยัดน้ำมันกว่าเท่านั้นเองครับ (และที่สำคัญผมคิดว่าผมจำเส้นทางนี้ได้มากกว่าทางสุไหงโกลก)

งงอยู่นานครับ เมื่อคนรับจ้างเขียนคำร้องขอใบไลเซ้น ผมไม่รู้จักครับ งงอยู่พักหนึ่ง คิดได้ว่า น่าจะเป็นใบขับขี่ แต่ระหว่างล้วงไปหยิบใบขับขี่ คนรับจ้างเขียนก็แปลเป็นไทยให้เสียเลย (แหม่ นึกออกแล้วจึงจะแปลให้)

ผมขับรถออกจากด่านตรวจ ผ่านสองด่าน โดนตำรวจถามว่า อะไรอยู่หลังรถทั้งสองครั้งเลยครับ ผมตอบว่า ไม่มีอะไร แต่ผมก็ไม่ได้เปิดให้ตำรวจดู พยักหน้าแล้วขับต่อเลย การมารอบที่แล้วได้รู้อย่างหนึ่งครับคือ ตำรวจจะไม่เปิดกระโปรงหลังรถของเรา แต่หาตำรวจต้องการดูจริงๆ เราต้องลงไปเปิดให้เองครับ ดังนั้นรอบนี้เมื่อตำรวจไม่เรียกให้ลงไปเปิด ผมก็ขับต่อเลย

ผมเดาว่า ที่ตำรวจถามอย่างนั้นเนื่องจากเพื่อนผมแขวนเสื้อผ้าไว้ที่เบาะหลังกระมังครับ เขาเลยสงสัยว่า กระโปรงหลังคงเต็มไปด้วยของ

ทุกครั้งที่หัวหน้าทีมวิจัยอย่าง อ.อับดุรรอห์มาน ขับ จะไม่เคยโดนตำรวจเรียกเลยครับ แล้วท่านก็ย้ำผมว่า ทุกครั้งที่เจอตำรวจให้ทำอย่างท่านคือ ให้สลามก่อน จะไม่โดนตรวจ ปรากฏผมทำแล้วยังโดนเลย ฮาฮา

ผมเข้าเขตมาเลเซียประมาณบ่ายสามของวันเสาร์ครับ เดิมตั้งใจว่าจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลเลย แต่เกิดไม่แน่ใจเกี่ยวกับที่พัก เนื่องจากมาสองสามครั้ง จำไม่ได้ว่ามีโรงแรมอยู่ตรงไหนว่า เลยไปหาที่พักก่อนดีกว่า ซึ่งก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมงครับ กว่าจะลงตัว เนื่องจากทีแรกหาอาคารที่มีป้ายว่า hotel  ปรากฏเวลาเข้าไปสอบถามราคาแล้วต้องหงายหลังกลับครับ (แพงมาก) สุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ถ้าโฮเต็ลมันแพงมากก็เปลี่ยนเป็นหา inn แทนแล้วกัน ซึ่งได้ผลครับ ได้ที่พักราคาพอประมาณกับกำลังของเรา แล้วเวลามันก็ล่วงเลยไปเยอะครับ คิดว่าจะลงพื้นที่วันนี้คงเสี่ยงเกินไป และผมมารู้ภายหลังว่า วันนี้มีงานสำคัญในพื้นที่ที่ผมอยากเห็นมาก แต่แล้วผมก็พลาดอีกตามเคย รอบที่แล้ว พลาดงานสงการต์ครับ รอบนี้พลาดงานทอดกฐิน ความจริงงานกฐินไม่ใช่เป้าหมายที่ผมจะศึกษาครับ ตามแผนวิจัยคืองานลอยกระทงครับ แต่เวลาที่ทางสกว.ให้ไม่เอื้อที่จะรอจนถึงงานลอยกระทง แล้วงานทอดกฐินกลับเป็นงานที่มีลักษณะของการใช้พื้นที่สาธารณะ อย่างที่ผู้ให้งบอยากให้ทำการศึกษา แต่ผมก็ช้าไปก้าวหนึ่ง

ผมพยายามหาเส้นทางในเมือง เพื่อพาเพื่อนผมไปเที่ยวในจุดสนใจต่างๆ ภายในเมืองหลวงของรัฐกลันตัน อย่างเมืองที่เรียกว่า โกตาบารู แต่แล้วผมก็ต้องยอมแพ้ครับ ผมหาจุดสำคัญๆ ไม่เจอเลย ไม่อยากเชื่อว่า เมืองมันจะใหญ่จนผมหาอะไรไม่เจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารมามะห์ ที่ผมเคยหน้าแตกมาแล้วครั้งหนึ่ง

เอาเป็นว่า คืนแรกผมหาที่นอนเจอแล้วครับ ขอเล่าต่อในโอกาสต่อไปครับ เพราะขอพักเอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนนะครับ