ไข้สูง ผื่นแดง ปวดตามข้อ

 

 

 


chikungunya_1s.jpg    สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ยามนี้ นอกจากจะต้องระวังตัวจากความ

รุนแรงรายวันกันแล้ว ยังต้องดูแลตัวเอง

ให้ปลอดภัยจากโรค “ชิคุนกุนยา”

โรคติดต่อจากยุงลายที่กำลังระบาดหนัก

ในมาเลเซีย และเริ่มแพร่เข้ามาใน

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเมื่อไม่กี่วันมานี้ ม.ล.นพ.สมชาย จักรพันธุ์

อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ

ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อติดตามความคืบหน้า

การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยา หลังพบว่ามีชาวบ้าน

ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ จ.นราธิวาสและปัตตานี ป่วยด้วยโรคนี้แล้ว

จำนวน 170 คน

    ทั้งนี้ จุดหนึ่งที่คณะของอธิบดีกรมควบคุมโรคเดินทางไป คือ

สถานีอนามัยตำบลละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เนื่องจากพบผู้ป่วยมากที่สุด

ถึง 99 ราย ม.ล.นพ.สมชายได้ทำพิธีปล่อยแถวอาสาสมัครสาธารณสุข

ประจำหมู่บ้านทั้งชายและหญิงรวม 100 คน เพื่อนำสารเคมีไปฉีดทำลาย

ยุงตามบ้านเรือนประชาชนรวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจถึง

วิธีการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพื่อมิให้โรคชิคุนกุนยาแพร่ระบาด

เป็นวงกว้าง “สถาบันอิศรา”ขอความรู้จาก นพ.ยอร์น

จิระนครนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี

ถึงที่มาของโรคระบาดอันน่าตระหนกนี้ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด

ซึ่งแม้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยถึงตาย แต่ก็อันตรายไม่น้อยเหมือนกัน

yonls.jpg    นพ.ยอร์น กล่าวว่า โรคชิคุนกุนยาเป็นโรคติดต่อที่มี

“ยุงลาย” เป็นพาหะนำโรคคล้ายกับโรคไข้เลือดออก

โดยชื่อชิคุนกุนยาเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คล้ายๆ

กับเชื้อไวรัสเดงกี ต่างกันตรงที่อาการจะรุนแรงไม่มาก

และไม่มีอาการช็อคเหมือนกับไข้เลือดออก

    ทั้งนี้ เชื้อไวรัสชิคุนกุนยาจะมีระยะฟักตัวประมาณ

2-3 วัน หมายถึงว่าถ้าเราได้รับเชื้อ 2-3 วัน

ถึงจะเกิดอาการของโรคขึ้นมา

  "ผมยืนยันได้ว่าโรคชิคุนกุนยาไม่ได้มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตแน่นอน

และตลอดหลายสิบปีที่ปรากฏโรคนี้ขึ้น

ก็ไม่เคยพบผู้ป่วยเสียชีวิตเลยแม้แต่รายเดียว"

     สำหรับอาการที่สำคัญของโรค นพ.ยอร์น บอกว่า จะมีไข้สูง ผื่นแดง

ปวดตามข้อ อย่างไรก็ตาม โรคนี้เมื่อใครเป็นแล้ว

ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทาน ไม่เป็นซ้ำอีก

ต่างจากโรคไข้เลือดออกที่เป็นแล้วอาจเป็นซ้ำได้

    “โรคชิคุนกุนยาส่วนใหญ่จะเป็นในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

ฉะนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออาการปวดข้อในผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยหลายคนมีอาการปวดข้อนานมาก แม้สุดท้ายจะหายไปเอง

แต่ก็มีโอกาสปวดขึ้นมาอีก คล้ายๆ เป็นโรคเรื้อรัง”

    ในประเด็นที่เกี่ยวกับอันตรายของโรค นพ.ยอร์น ย้ำว่า

ไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

โดยได้อธิบายถึงข้อมูลทางการแพทย์เพื่อยืนยันในประเด็นนี้

    “ไข้เลือดออกอย่างที่เราทราบกันคือ จะมีการรั่วของพลาสมา

(เม็ดเลือดแดง) ตามเส้นเลือด ทำให้เกิดอาการช็อคได้

และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต แต่โรคชิคุนกุนยาจะไม่มีอาการช็อค

จึงสบายใจได้ว่าโรคนี้ทำให้เสียชีวิตได้น้อยมาก

เนื่องจากไม่มีอาการช็อคแทรกซ้อน

แต่ก็ต้องระวังเป็นพิเศษในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ได้แก่

โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ และอัมพาต เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้”

    "จริงๆ แล้วโรคชิคุนกุนยาเกิดขึ้นในประเทศไทยพร้อมๆ

กับโรคไข้เลือดออกเมื่อราว 50 ปีมาแล้ว คือประมาณปี พ.ศ.2501

จากการตรวจพบว่าไวรัสชิคุนกุนยาเป็นพวกเดียวกันกับเชื้อไข้เลือดออก

เพียงแต่เป็นคนละตระกูลกันเท่านั้น โรคชิคุนกุนยานี้ความจริงมีมาเรื่อยๆ

แต่เนื่องจากมันไม่รุนแรง ผู้คนจึงไม่ค่อยได้สนใจ

มารอบนี้เจอการระบาดหนักที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส

มีผู้ป่วยอยู่กระจุกเดียวกันเยอะ ทำให้เราเห็นการระบาดอย่างชัดเจน

และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรานิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ ต้องหาแนวทางป้องกันขึ้นมา"

     สำหรับสถานการณ์ระบาดใน จ.ปัตตานี นั้น น.พ.ยอร์น

ซึ่งเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า

ตอนนี้จำนวนผู้ป่วยในปัตตานีที่สามารถตรวจพบได้ อยู่ที่ ต.ไม้แก่น

อ.ไม้แก่นที่เดียว จำนวน 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ อายุประมาณ

30-40 ปี พบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ก.ย.

และรายสุดท้ายที่เริ่มป่วยคือเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ตอนนี้เท่าที่ตรวจดู

ผู้ป่วยเริ่มลดลงและผู้ป่วยหลายคนเริ่มหายเป็นปกติแล้ว

    อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดการระบาดของโรค

และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนขึ้นมา

ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องเร่งออกมาตรการป้องกัน ซึ่ง นพ.ยอร์น

บอกว่า มาตรการส่วนใหญ่ไม่ต่างจากการป้องกันโรคไข้เลือดออก กล่าวคือ

    1.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด

และพยายามไม่ให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

2.ป้องกันโรคด้วยการเน้นควบคุมแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย

การพ่นหมอกควันสารเคมีป้องกันยุงลาย และ

3.ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน

     "จริงๆ มาตรการของเราจะเน้นทุกพื้นที่

แต่ตอนนี้เราจะเน้นหนักในเขตรอยต่อกับ จ.นราธิวาสก่อน ได้แก่ อ.ไม้แก่น

อ.สายบุรี อ.กะพ้อ โดยเฉพาะ อ.ไม้แก่น

ซึ่งเป็นแหล่งที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในจังหวัดขณะนี้”

    “สำหรับการป้องกันในระยะต่อไป เราได้ซักซ้อมวิธีการต่างๆ

ให้กับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัย รวมถึงพยาบาลค้นหาผู้ป่วย

หากพบว่ามีไข้สูง ผื่นขึ้น และมีอาการปวดข้อ

ก็ให้นึกถึงโรคชิคุนกุนยาไว้ก่อน โดยรีบมาเจาะเลือดยืนยัน

เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป”

    "ในเบื้องต้นประชาชนสามารถป้องกันโรคชิคุนกุนยาได้เอง

โดยพยายามไม่ให้ถูกยุงลายกัด

เวลานอนไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือกลางคืนควรจะกางมุ้ง

และกำจัดลูกน้ำยุงลายตามแหล่งน้ำขังทั้งภายในบ้านและรอบๆ

บริเวณบ้านทุกจุด ทุกวัน เหมือนกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกนั่นเอง”

เปิดเอกสารกรมควบคุมโรค-ทำความรู้จักโรคชิคุนกุนยา

    วามรู้เกี่ยวกับโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

    ลักษณะโรค

   โรคชิคุนกุนยาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค

มีอาการคล้ายไข้เดงกี

แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด

จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก

    สาเหตุ   

              เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) ซึ่งเป็น

RNA Virus จัดอยู่ใน genus alphavirus และ family Togaviridae

มียุงลาย Aedes aegypti, Ae. albopictus เป็นพาหะนำโรค

    วิธีการติดต่อ       

              ติดต่อกันได้โดยมียุงลาย Aedes aegypti

เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ 

เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง

ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุง

และเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย

เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด

ทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้

    ระยะฟักตัว

              โดยทั่วไปประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน

    ระยะติดต่อ       

              ระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 วัน

เป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก


อาการและอาการแสดง

    ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน

มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายและอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง

(conjunctival injection) แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว

ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่

    ในผู้ใหญ่อาการที่เด่นชัดคืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้

ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า

อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ

อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ แต่อาการจะหายภายใน

1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3

สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี

ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก

    โรคนี้จะพบมากในฤดูฝนเมื่อประชากรยุงเพิ่มขึ้นและมีการติดเชื้อ

ในยุงลายมากขึ้น พบโรคนี้ได้ในทุกกลุ่มอายุ

ซึ่งต่างจากไข้เลือดออกและหัดเยอรมันที่ส่วนมากพบในผู้อายุน้อยกว่า 

     15 ปีในประเทศไทยพบมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยา 6 ครั้ง ในปี

2531 ที่จ.สุรินทร์  ปี 2534 ที่ จ.ขอนแก่นและปราจีนบุรี  และในปี 2536

มีการระบาด 3 ครั้งที่ จ.เลย นครศรีธรรมราช และหนองคาย

ที่มา ไทยรัฐ ค่ะ