การใฝ่รู้ และ การปรับเปลี่ยนกรอบความคิด ทำให้เกิดปัญญา
ความรู้ส่วนภูมิภาคมีมาเกือบ 50 ปีแล้ว ผมชื่นชมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตลอดและมีโอกาสมาร่วมหลายครั้ง ในวันนี้ ได้มาพบพนักงานจากส่วนกลาง รุ่นที่ 2 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสมาประสานความรู้ให้ท่านผนึกกำลังกันในการทำ Workshop แล้วนำไปแก้ปัญหา เสนอความคิดใหม่ๆ ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นในองค์กร กฟภ.
KM การเรียนรู้ LO องค์กรแห่งการเรียนรู้ LC วัฒนธรรมการเรียนรู้
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคือองค์กรที่พัฒนาประเทศตัวจริง
- อยากให้ กฟภ.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ วัดผลได้
ผมหวังว่าลูกศิษย์ทั้งหมดในกฟภ. จะเข้ามาร่วม Share ความรู้นะครับขอบคุณครับ
จีระหงส์ลดารมภ์
KM ทำไมต้องทำ km การบริหารจัดการความรู้องค์กร LO
หรือ LC วัฒนธรรมการเรียนรู้
สรุป workshop
ช่วงเช้า
1. ให้คำจำกัดความของ LO ที่เหมาะสมกับ กฟภ.
2. อุปสรรค ที่ต้องเอาชนะ ในการทำให้ กฟภ. เป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้
กลุ่ม 2.1
คำจำกัดความของ LO คือ องค์กรที่มีทรัพยากรบุคคล ที่มีความรู้ คุณธรรม และนำมาแบ่งปันกัน เพื่อให้องค์กรพัฒนาอย่างยั่งยืน
อุปสรรค 1. ขาดการรับฟังความคิดเห็น
2. ไม่มีการใฝ่รู้
3. ขาดการเรียนรู้ และ นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
กลุ่ม 1.2
LO เป็นองค์กรที่ทำให้บุคคลได้คิดได้ทำ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเปลี่ยนแปลง
อุปสรรค
1. กฟภ. ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
2. มัวคำนึงถึงผลประโยชน์ของตน
กลุ่ม 3.1
LO คือ องค์กรที่มีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรเดินหน้าไปด้วยกัน มีการประสานงานกัน เป็นองค์กรที่มีความสุข
อุปสรรค
1. ผู้บริหารไม่เปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานระดับล่าง , ผู้บริหารปิดกั้นข่าวสาร
2. พนักงานขาดการประสานงานกันในการทำงาน
กลุ่ม 1.1
LO คือ องค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนา ปรับปรุง ศักยภาพ ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม
อุปสรรค คือ ระบบการแชร์ความรู้กันอย่างจริงจัง ไม่เน้นเฉพาะความรู้ที่เป็น Top Management ต้องเน้น ความรู้ระดับรากหญ้าด้วย เช่น ความรู้เฉพาะทางด้านช่าง แต่องค์กรมักปิดกั้นว่า ต้องมีแต่ความรู้ระดับบน เราต้องเปิดกว้าง ยอมรับความเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ให้กฟภ.อยู่กับที่ ในขณะที่องค์กรอื่นกำลังเดินหน้า
กลุ่ม 6.2
LO คือ ต้องรู้จักตนเอง รู้ศักยภาพของตนเอง ว่ามีความสามารถแค่ไหน
ต้องรู้จักเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมาจากหลากหลายที่ มีความรู้ มีพื้นฐานต่างกัน
ต้องรู้จักองค์กร กฟภ. ต้องรู้ว่า องค์กรนี้ทำอะไร ขายอะไร มีเป้าหมายอะไร
ต้องนำความรู้ทั้งหมดมาผสมผสานกัน ปรับปรุง ทั้งตนเองและเพื่อนร่วมงาน ให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
อุปสรรค
1. ที่มาของบุคลากร มีความแตกต่างกันเรื่องของ พื้นฐาน ความรู้ ชีวิต สังคม
2. ทัศนคติของผู้บริหาร ต้องมีธรรมาภิบาล และโปร่งใส ตรวจสอบได้
3. ศึกษาคู่แข่ง ว่ามีใครบ้าง กี่ราย
กลุ่ม 5.2
LO คือ 1. สร้างความรู้สึกให้บุคลากรรักองค์กร
2. ให้บุคลากรรักการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร
3. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นที่มาจากหลากหลายสายงาน ซึ่งเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง
อุปสรรค
1. บุคลากรอาจไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และไม่ยอมรับความคิดเห็น ของผุ้อื่น
2. มองเห็นประโยชน์ขององค์กรน้อยเกินไป ควรรู้จักพอเพียง และมองเห็นประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก
3. ขาดความรัก ความสามัคคี ระหว่างหน่วยงาน
กลุ่ม 4.1
LO คือ การพัฒนาและปลูกฝังให้พนักงานมีความรู้ใหม่ๆ ทั้งเกี่ยวกับงานหลักขององค์กร หรือปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อองค์กร โดยให้พนักงานรู้จักวิธีคิดอย่างเป็นระบบ สามารถเชื่อมโยงความคิดกับความรู้ได้ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่จะได้รับต่อองค์กรด้วย
อุปสรรค
ควรจะกำหนดนโยบาย และ เป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน ปลูกฝังความคิดและสร้างทัศนคติที่ดีของพนักงานที่มีต่อองค์กร ควรให้ผู้บริหารเปิดกว้าง รับฟังปัญหาต่างๆ และช่วยกันคิดแก้ไข โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วม ให้มีการเรียนรู้ และฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ
ช่วงบ่าย
เมื่อฟังเทป ดร.จีระกับผวก. เรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ และ ดร.จีระ กับคุณศุภชัย เรื่องนวัตกรรม แล้ว ได้ข้อคิดอย่างไรบ้าง
กลุ่ม 4.1
1. ถ้ามีโอกาส ได้รับการอบรม ควรจะเสมอภาคทุกระดับ เราต้องรักษาตนเอง และองค์กร ไว้ให้ได้ ต้องมองถึงอนาคตว่า จะหาพนักงานรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาทดแทนพนักงานรุ่นเก่าๆ ได้อย่างไร โดยเราควรจะดูจากสภาพภายใน อาจจะดูจากลูกจ้างประจำก่อน ให้โอกาสก่อน เพื่อเป็นการผูกมัดจิตใจของลูกจ้างให้รักองค์กร
2. ต้องดูแล ลูกจ้าง และพนักงาน ต้องรักษาองค์กร รักษาบุคลากร โดยส่งเสริมพนักงานที่มีคุณภาพ เช่น ในส่วน Technician ควรผลักดันขึ้นมาเป็นพนักงานประจำ บุคลากรทุกคนเป็นฟันเฟือง ซึ่งขับเคลื่อนองค์กร จึงต้องรักษาไว้ ควรมีการวิเคราะห์ขวัญ และกำลังใจของลูกจ้าง
สรุปบทสนทนาระหว่าง ดร.จีระ และ ผู้ว่าการฯ
กฟภ. เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีวิธีการที่จะให้ความรู้ และปลุกจิตสำนึกพนักงานให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ความสามารถ ที่จะให้บริการแก่ลูกค้า ให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด บุคลากรของ กฟภ. ทุกตำแหน่ง ทุกระดับ มีความสำคัญทั้งสิ้น กฟภ.จะดำเนินการให้มีการส่งเสริมให้ได้รับความรู้ เพื่อที่จะได้ นำไปใช้ให้เกิดความเจริญก้าวหน้าขององค์กรต่อไป
สรุปบทสนทนาระหว่าง ดร.จีระ และ คุณศุภชัย
นวัตกรรมคือการคิดทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประสานผลสำเร็จแล้ว จะต้องนำไปเผยแพร่หรือไปใช้กับสังคมให้เกิดประโยชน์ กับส่วนรวม ในบางครั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คิดขึ้นมาแล้วอาจไม่ประสบความสำเร็จในเชิงปฏิบัติก็ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ล้าหลัง และเพื่อความอยู่รอดขององค์กร จะต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และนำมาใช้อยู่เสมอ
กลุ่ม 4.2
1. กฟภ. มุ่งมั่น ในการพัฒนาบุคลากร โดยให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สร้างจิตสำนึกให้บริการที่ดีที่สุดกับ ประชาชน ดังนั้น พนักงานและผู้บริหาร ต้องมีจิตสำนึกทุกคน ว่าจะอยู่คู่กับสังคมไทย
2. ในตอนนี้ กำลังพัฒนาระบบ software สำเร็จรูปที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนได้มากขึ้น
กลุ่ม 6.2
เป้าหมายของ ผู้ว่าการฯ คือการให้บริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
บุคลากรคือ ทรัพยากร ที่มีผลต่อความสำเร็จ LO นอกจากจะรู้แล้ว ยังต้องนำความรู้มาทำให้เกิดผลโดยจัดอบรมให้เกิดความรู้
บางส่วนก็เกิดผลแล้ว เช่น นวัตกรรม ICT เกิดจากการที่พนักงานได้ใช้ความรู้และประสบการณ์มาทำ
อาจารย์เสริมว่า
ผู้ว่าการฯ เน้นการเรียนรู้ เพื่อตอบสนองต่อลูกค้า ดังนั้นถ้ามีการเรียนรู้ที่ดี หาทางทำอะไรใหม่ๆ นวัตกรรมก็จะเกิดขึ้น
กลุ่ม ....
1. กฟภ. พยายามผลักดัน องค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยผลักดันบุคลากร พนักงานส่วนใหญ่กระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้อยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ พนักงานไม่มีโอกาส ปัจจุบัน ผู้ว่าการฯ ได้เปิดโอกาสให้มีการอบรม เพื่อพัฒนาองค์กร ต่อไป ให้เป็นองค์กรที่ยั่งยืนในอนาคต
อาจารย์เสริมว่า
พนักงานทุกคนต้องใฝ่รู้ คิดใหม่ ทำใหม่ ให้เกิดสิ่งใหม่ Turn Idea to Action
2. กฟภ. มีการพัฒนานวัตกรรม อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีนวัตกรรมออกมามากมาย มีการแสดงงานนวัตกรรมเป็นประจำทุกปี
กลุ่ม 5.1
1. สร้างจิตสำนึกสร้างมูลค่าเพื่อเพิ่มอาสทางธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟ ได้ขอใช้ไฟทางอินเตอร์เน็ต การชำระค่าไฟฟ้า ตามจุดบริการและธนาคารต่างๆ , การแจ้งกระแสไฟฟ้าขัดข้องทางอินเตอร์เน็ต
2. ควรหาวิธีทางนวัตกรรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและชื่อเสียง ลดต้นทุน ทำให้ลูกค้าความพอใจสูงสุด
อาจารย์เสริมว่า
ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มในองค์กรแห่งการเรียนรู้
ความคิดต่างๆ เกิดขึ้นทุกวัน จุดไหนก็ตามในองค์กร กฟภ. ถ้าเจ้านายสกัดกั้น ไม่ให้คนออกความเห็น ความคิดก็จะไม่เกิด ดังนั้น ต้องมีการปรับตัวทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง เจ้านายและลูกน้อง ต้องมีการกระตุ้นให้ตื่นตัว
1. การบรรยายดี มีความรู้
2. กระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมการสัมนามีความกระตือรือล้น ในการพัฒนาตนเอง
สิ่งที่ได้รับจากการสัมนา
1. ทำให้รู้ว่า องค์กรกำลังพัฒนา LOA
2. การที่จะพัฒนาไปถึง นวัตกรรมขององค์กร ต้องมาจาก KM--> LC-->LO ก่อน
นายสมลักษณ์ ทักษ์ธนาคม
ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวการสอนของ ศ.ดร.จีระ เป็นแนวการสอนที่แปลกจากผู้สอนคนอื่นๆ คือ ท่านสอนให้ผู้ฟังได้มีการใช้ความคิดรวมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการคิดสิ่งแปลกใหม่ กระตุ้นให้ผู้ฟังความกระตือรือล้น ในการที่จะพัฒนาตนเอง ให้นำประโยชน์ให้เกิดกับองค์กรมากที่สุด จุดประกายแนวคิดในการทำงาน
นายคธาภันต์ บุณโยดม
ผมมีความประทับใจในการบรรยายของท่าน ศ.ดร.จีระ ที่มีความเป็นกันเองในการพูด การสร้างบรรยากาศภายในห้องเรียน ความชัดเจนของคำพูด , การลำดับแนวทางการเรียนที่มีความชัดเจน รวบรัด ไม่ยืดยาด จนทำให้ผู้รับฟังเบื่อ และไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการเรียน หัวข้อของแนวคิด และตัวอย่างที่ได้รับฟังการบรรยายที่ให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ เช่น การรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ โดยกระตุ้นด้วยวิธีการผลักดันความคิดที่ดีต่อองค์กร และผลักดันให้ดำรงตำแหน่งในหน้าที่การงาน เพื่อนำไปสู่การบริการที่ประทับใจ ของลูกค้า ตามนโยบายขององค์กร
นายชูชาติ ชัยภาณุเกียรติ์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านการกระตุ้นผู้เข้ารับการอบรมให้มีความเชื่อในสิ่งท่พูดได้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดความอยากรู้อยากทราบเกี่ยวกับองค์กรแห่งการเรียนรู้
ท่าน ศ.ดร.จีระ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ LO เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ไม่มีความรู้ในด้านนี้ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า ความรู้ในวันนี้ จะพยายามนำไปใช้พัฒนาพนักงานภายในหน่วยงานต่อไป แต่ในประเด็นที่ท่านใช้คำภาษาอังกฤษ ขอให้ท่านกำกับคำแปลภาษาไทยให้ด้วย เนื่องจากการทำงานของหน่วยงานข้าพเจ้า ไม่ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยนัก ความรู้ความเข้าใจที่ข้าพเจ้าได้ จะได้เป็นความหมายที่ถูกต้องกับความหมายของท่าน ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
สิ่งที่ได้จาก ดร.จีระ คือ ความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญของการสร้างความตระหนัก องค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) ประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำ LO มาใช้ และเมื่อฟังถึงการดำเนินชีวิตของ ดร.จีระ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ตนเองจะต้องพัฒนา และเปลี่ยนความคิดในหลายๆเรื่อง เช่น หลักแนวคิด ความกระตือรือล้น ในการพัฒนาความรู้ในทุกๆ เรื่อง ไม่แค่เพียงเรื่องงานที่ต้องทำประจำทุกวัน แต่จะต้องครอบคลุมในทุกๆเรื่อง ให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่อให้ตนเองไม่ล้าสมัย มีความรู้ทันต่อเหตุการณ์ตลอดเวลา
ฐิติพันธ์ โกสิยรัตน์
1. ได้รู้จัก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ว่ามีบุคลิกภาพอย่างไร
2. ได้ทราบว่า LO นั้นมีความหมายที่กว้างมาก ตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจ คำว่า LO นั้นหมายถึง การเรียนรู้ที่มาจากการหาความรู้ในหลายรูปแบบ รวมทั้งฟังความคิดเห็น ของผู้อื่นที่มีความแตกต่างที่ทันสมัย สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ มีความคิดสร้างสรร มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง และมีคุณธรรมจริยธรรม
3. ได้ทราบว่า ผู้ว่าการฯ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับพนักงานมาก
4. ได้รู้จัก พนักงาน กฟภ.ด้วยกันมากขึ้น
5. ได้รู้ความหมายของคำว่า "นวัตกรรม"
สุจิรา ชื่นโกมล
องค์กรแห่งการเรียนรู้ ทำให้รู้จริง ต้องคิดร่วมกัน พัฒนาต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบ ใช้ปฏิบัติงาน ติดตามประเมินผล เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมาย :- 1.1 ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด
1.2 พัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ
1.3 นวตกรรม
ได้รับความรู้เกี่ยวกับ LO เพิ่มขึ้นมาก และยังได้รับทราบนโยบายของผู้บริหารสูงสุด ขององค์กร ว่าให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกคน ให้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เน้นระดับใดระดับหนึ่ง แต่มองโดยรวมขององค์กร ทำให้ทราบว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร ในฐานะที่เป็นผู้บริหารระดับต้นนั้น จะได้นำแนวความคิดนี้ ไปใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยส่งเสริมให้ทุกคนมีการอบรม หลักสูตรต่างๆ เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์กับองค์กรให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จะได้มีการรับฟังปัญหา และศึกษาถึงผลกระทบที่จะได้รับต่อองค์กร และสังคมภายนอกต่อไปด้วย
นางจิรัฎฐ์กา ตันเรืองศรี
อาจารย์ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ผ่านมาไม่เคยรู้จัก และเรียนรู้ผลงานของท่านอาจารย์ เมื่อได้เข้ารับการสัมนาโครงการ สร้างความตระหนักองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LOA) ในครั้งนี้ทำให้ได้พบบุคคล ที่จะเป็น Icon ของตนเอง นับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ในส่วนของตนเองก็ใฝ่เรียนรู้เพิ่มเติมในด้านต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาการปฏิบัติงานอยู่เสมอ ในที่ทำงานก็เคยนำเสนอ นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กรบางเรื่อง ก็ได้รับการยอมรับและใช้งานเป็นประโยชน์ ภายในองค์กรอยู่ แต่บางเรื่องก็ยังไม่ได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ แต่ก็ไม่ทราบเหตุผลที่ผู้บริหารไม่นำไปใช้ในองค์กร
หลังจากการฝึกอบรมก็จะไปศึกษาผลงานของอาจารย์ เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงานและในชีวิตประจำวัน
การทำงานที่เป็นกิจวัตร แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของหน้าที่การงาน ทำให้เกิดความเคยชินและละเลยการหาความรู้ที่นอกเหนือจากหน้าที่การงาน
จากการสัมนา ในวันนี้ คล้ายกับการจุดประกายให้เราได้ฉุกคิด และระลึกได้ว่า เราควรเงยหน้า จากกิจวัตรประจำวัน มองคนรอบข้าง มองหน่วยงานข้างเคียง มององค์กร มองโลก ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกเวลาว่ามีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ถึงเวลาที่เราต้องเปิดใจ เปิดรับ ความรู้ใหม่ ๆ และความเปลี่ยนแปลงเพื่อนำความรู้เหล่านั้น มาประยุกต์ใช้พัฒนางาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้สามารถมีศักยภาพ แข่งขันในตลาดสากล เพราะวันนั้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะต้องก้าวเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศและเมื่อเราเข้มแข็งยั่งยืน เราจะก้าวไปสู่องค์กรชั้นนำของโลก
ดิฉันจึงขอขอบพระคุณอาจารย์ที่มาจุดประกาย และกระตุ้นให้พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตระหนักถึง "การเรียนรู้" ที่เราจำเป็นต้องมีตลอดชีวิต
เมธินี สุดหล้า
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามก็ประทับใจใน "แบรนด์" เป็นอย่างมาก ดิฉันเกิดมาก็ได้ยิน นามสกุล "หงส์ลดารมภ์" แล้ว ดิฉัน ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านมาตั้งนานแต่ไม่เคยเห็นตัวจริง ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ท่านเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ มีการถ่ายทอดได้ดี และเป็นคนเก่ง คนหนึ่งในประเทศไทย เพราะท่านมีดีกรีเป็น ศ.ดร. ซึ่งในประเทศไทยคนเราจะมียศ มีตำแหน่ง นำหน้าชื่อเยอะๆ นั้นไม่ใช่สิ่งง่าย ซึ่งนับว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่เป็นสมองของประเทศชาติ และเป็นผู้ผลักดันและกระตุ้นให้ "คน" ได้รับการพัฒนา เพราะท่านเล็งเห็นว่า "คน" เป็นทรัพยากร การบริหารงานนี่ยิ่งใหญ่ในองค์กร และท่านเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนรุ่นหลัง ถ้าท่านเป็นต้นไม้ท่านก็เปรียบเสมือนรากแก้วของต้นไม้ ดังนั้น ดิฉันขอตั้งฉายาให้ท่านเป็น "วีรบุรุษแห่งโลกของการเรียนรู้"
น.ส.ปัทมาวรรณ ศักดิ์ภิรมย์
หัวหน้าแผนกบริการยานพาหนะ
กองบริการ ฝ่ายธุรการ
ส่งที่ได้รับในการสันากับ ศ.ดร.จีระ
1. ได้รับความรู้ซึ่งเป็นประโยชน์ในการที่จะนำไปใช้ในงานที่ทำอยู่
2. ได้รับรู้วิธีการดำเนินงาน และวิธีปฏิบัติเพื่อพัฒนาองค์กร
3. ได้รับแรงกระตุ้นและแรงจูงใจในการใฝ่หาความรู้และการเรียนรู้
4. ทำให้เพิ่มความรักองค์กร และเห็นคุณค่าขององค์กร
5. จะนำความรู้และสิ่งที่ได้รับจากการสัมนาครั้งนี้ ไปปรับปรุง และพัฒนาใช้ในการปฏิบัติงานขององค์กรให้ได้ดีที่สุด
นายสุรพล การญจนะภาชนะ
หลังจากได้ฟังท่านพูดแล้วสามารถตระหนักได้อย่างชัดเจน ซึ่งทางผู้บริหารเองคงต้องมีการเตรียมช่องทาง โครงสร้างของสายการเรียนรู้ ของพนักงานที่เกิดขึ้น ให้สามารถสื่อถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้ง่าย ชัดเจน มีการนำไปต่อยอดได้
สิ่งที่ฟังมาตั้งแต่เช้า จนถึงเย็น ได้อะไรจากที่ อาจารย์พูด หัวข้อ ความตระหนักองค์กรแห่งการเรียนรู้
ผมมีแนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ Life Long Learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนางานต้องพัฒนาคนก่อน ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์พูด ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น (มีความตระหนักมากขึ้น) ตัวอย่าง สมัยผมเรียน ปริญญาตรี อาจารย์ผู้สอนเคยพูดหัวข้อเรื่องความพร้อมเรื่องเดียว ใช้เวลาอธิบาย ถึง 12 ชม. ทำให้นักศึกษาและตัวผมด้วย เห็นภาพ และเข้าใจความหมายได้ลึกซึ้งขึ้น เหมือนกับที่ อาจารย์มาบรรยายเรื่องความตระหนักองค์กรแห่งการเรียนรู้
เรื่องการเรียนรู้ ตลอดชีวิต สมัยผมเคยเรียน การพัฒนาองค์กรมีความเข้าใจว่า องค์กรจะพัฒนาได้ ต้องพัฒนาคนก่อน
ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมเคยจัดตั้งคณะทำงาน 6-7 คนที่เป็นวิศวกร วิธีการก็คือ ตั้งคณะทำงาน กำหนดหัวข้อที่น่าสนใจ ศึกษา สรุป ติดบอร์ด ภายนอกและภายในห้องน้ำที่หน้าโถฉี่ ระดับสายตา และเปลี่ยนหัวข้อที่สรุป ทุกๆ 7 วัน
ผลสรุปได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นอย่างดี ตอนแรกๆ ก็มีการต่อต้าน แต่ทำไปเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่เริ่มเห็นด้วยเพราะ เรื่องที่ติดประกาศเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ และเป็นประโยชน์ และต่อมาสุภาพสตรีสนใจที่จะให้ติดบอร์ดในห้องน้ำผู้หญิงด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตัวกระผมมีการย้ายหน่วยงานใหม่ โครงการที่ทำอยู่ก็ยุติไป
ปัญหาอุปสรรคการจัดทำ
1. ผู้บริหารระดับกองไม่เห็นด้วย
2. ผู้บริหารเห็นด้วย แต่ไม่ลงมาช่วยระดับล่าง (คุณอยากทำก็ทำไป)
อุบลศักดิ์ จันทร์บัว
LO ความร่วมมือกันของพนักงานในองค์กร ที่จะพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพื่อนำองค์กรไปสู่องค์กรชั้นนำ ที่มีมาตรฐานสากลและมีความยั่งยืน
อุปสรรค
1. พนักงานไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
2. บางหน่วยงานของกฟภ.ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมมือแสดงความคิดเห็นในการทำงาน
3. องค์กรควรให้พนักงาน มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน อย่าให้ความสำคัญของพนักงานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง