ไปทำงานบางกอก ต้องมีวิชา มีแรงงานอย่างเดียวอี้โถกหลอก

   ย้อนรอยถอยหลังแห่งเดือนตุลาคม 2516   หลายคนมีความหลังกับเดือนตุลา คนเดือนตุลา มีการรำลึกถึงทุกปี  เพื่อนๆผู้เขียน  ที่มุ่งหน้าหางานทำที่บางกอก  กลับบ้านมาทำบุญ   เดือนสิบ  บ้างก็ได้ดีมีงานทำดูสดใสรุ่งเรือง 

บางคนตกงานก็ดูซบเซาโรยราแต่ทุกคนก็กลับมาหน้าตาดูดีกว่าคนอยู่กับบ้าน

    เพื่อนๆนัดพบปะพูดคุยชักชวนให้ผู้เขียนเข้าบางกอกไปแสวงโชคด้วยกัน   เล่าบรรยากาศเมืองหลวง เล่าเรื่องการเรียกร้องประธิปไตย ทุกคนมีภูมิรู้ผู้เขียนชื่นชม  ใจคล้อยตาม  แต่ไม่รับคำชวน  บอกขอไปปรึกษายายก่อน  นอนนึกตรึกตรองหนึ่งคืน  ตัดสินใจขออนุญาติยายเข้าบางกอกตามเพื่อนชวน

   ยายไม่ห้าม  แต่บอกว่าไปทำงานบางกอกต้องมีวิด*ชาถ้ามีแต่แรงงานอย่างเดียวอี้โถกหลอก* ยายบอกไปก้าไป*แต่ฟังนิทานเตือนใจสักเรื่อง  "ยายเริ่มเล่านิทานด้วยท่วงทำนองช้าๆ จ้องตาผู้เขียนตลอด  นิทานของยาย     ยายเป็นหมอตำแย*"เมื่อกาบ้านนอกไปหากินที่บางกอก"

   มีกาสองตัวบินมาพักเหนื่อยที่ต้นไม้ริมคลอง  กาทั้งสองได้สนหนา* กัน   กาตัวดำมาจากบ้านนอกจะบินไปหากินบางกอก  กาตัวขาวมาจากบางกอกบินมาหากินบ้านนอก    กาทั้งสอง กานา กับกากรุง

ตกลงเป็นเกลอ*กันชันชี*กันว่าถ้าไครสามารถบินไปจิกปลาแห้งที่ตากอยู่ที่หัวเรือคนหาปลาได้   กานั้นชนะต้องยอมตามความคิดของกานั้น กานา อาสาก่อนใช้ความแข็งแรงมีพละกำลังด้วยความไวบินไปจิกปลาแห้ง ถูกคนหาปลาตีกลับมา  เพราะคนหาปลาระวังอยู่แล้ว   ถึงรอบกากรุง  กากรุงมีปัญญา  มีวิดชา บินวนเวียนรอบๆคนหาปลา  พอเผลอ กากรุงก็จิกหมวกคนหาปลา  หลน*น้ำแล้วบินไปจิกปลาแห้งมาแบ่งกันกิน

   ดังนั้นทั้งกานาและกากรุงก็มุ่งหน้ามาหากินที่บ้านอก  ผู้เขียนฟังนิทานยายได้ข้อคิดไปตอบเพื่อนๆ

 "ตามบายต๊ะเพื่อนเหอยายไม่ให้ไป"

เชิงอรรถ

วิดชา   = วิชา แต่ยายพูดว่าวิดชา

ไปก้าไป= จะไปก้ไป ไม่ห้ามแต่ไม่อยากให้ไป

สนหนา= สนทนา  พูดคุย

เกลอ  =  เพื่อน คำว่าเกลอมีความหมายมากกว่าเพื่อน

ชันชี =  ตกลง  สัญญา.

หลน  =   ตก  พลัด

ตามบายต๊ะเพื่อนเหอ  =ตามสบายเถอะพวก

หมอตำแย  =  แม่ทาน    โต๊ะบีแด  โต๊ะบีดัน