นานมาแล้วเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของเด็กอัจฉริยะ ที่บอกว่างานยามว่างของรัฐมนตรีคือขุดดิน ถ้าเช่นนั้น งานยามว่างของครู (คิม)คือไม่สอน

         การถ่ายทอดภาษาเขียนเพื่อสื่อสารไปยังผู้อื่น เพื่อให้เกิดความรู้สึก ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเราเลยนะ  เพราะเราเป็นคนไม่มีจินตนาการ นอกจากเขียนเล่าไปแบบงู ๆ ปลา ๆ แต่เนื่องจากใน gotoknow นี้มีกัลยาณมิตร เข้ามาทักทาย ส่งเสริม สนับสนุน อันเป็นแรงใจ  ทำให้มีความมั่นใจที่จะเล่า จะเขียนบันทึก มีเพื่อนเยอะแยะมากมาย ทำให้ได้เรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ได้ทัศนคติ มีโลกทัศน์ มีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้น  และที่สำคัญมีสื่อ..มีเรื่องเล่าสำหรับเด็กนักเรียนหลายเรื่อง (ปกติเด็ก ๆ ชอบฟังมาก ๆ กับเรื่องเล่าที่นอกเหนือจากสาระการเรียนรู้เต็มๆ รูปแบบ) ถ้าเป็นเรื่องของเราก็ไม่พ้นเรื่องเด็ก ๆ การแก้ปัญหาผู้เรียน งานวิจัยน้อย ๆ คงน่าเบื่อนะคะ  เพราะเราไม่ใช่นักวิชาการมืออาชีพ เราเป็นเพียงครูที่ทำหน้าที่ครูคนหนึ่งเท่านั้น ..เออ..เราคงหมดน้ำยาแล้วสินะ  ที่จะหาเรื่องมาเล่าในบันทึกนี้

       เราเป็นตัวของตัวเอง เรามีอิสระทั้งทางความคิด และการกระทำ  เราไม่ใช่นักบริหารแต่เราสามารถบริหารตัวเราเองให้มีความพึงพอใจ กับสิ่งที่ทำ ไม่เบียดเบียนสิ่งใด ๆ ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ๆ ไม่ว่าทางกายหรือทางใจ ถ้าหากท่านใดเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อจิตใจโดยไม่เจตนาเราขออโหสิกรรมทุกเวลา 

      บางครั้งเราไม่เคยทราบว่าเวลานี้ วันนี้ เดือนนี้เป็นเวลาใด วันอะไร เดือนอะไร เราไม่ใช่คนบ้า แต่เราไม่สนใจต่างหาก  อย่างเช่นวันที่ผ่านมาประมาณ 1 สัปดาห์เรามีโอกาสไปเรียนรู้สิ่งเล็กน้อยเพิ่มพูนสติปัญญา เติมเต็มสมองที่ยังว่างอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะเราไม่ใช่คนประเภทน้ำชาล้นถ้วย  เราตั้งใจว่าจะไปปฏิบัติธรรมเพื่อชำระล้างกิเลสให้เบาบางลงบ้าง ที่วัดสักแห่ง  แต่ ผู้อำนวยการโทรมา "ให้ทำงาน...นะแล้วพบกันวันที่ 6 การประเมินโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบ" ความจริงต้องลงมือทำตั้งแต่เมื่อวานที่ ผอ.สั่ง  แต่เราเฉย ๆ ยังไม่อยากทำจะขออยู่โดยให้เวลาผ่านไป ไม่มีงานหลักทำสัก 2 วันถ้าจะดี รวมทั้งวันนี้อีกวัน  นอน  เน็ต  เปิดทีวี แต่ไม่ดู (ไม่เคยดู ดูไม่เป็น) นอกจากฟังข่าว ถ้าสนใจก็หันไปดู อ่านการ์ตูน (เป็นแฟนเอ๊าะ) เดินไปมารอบ ๆ บ้าน รดน้ำต้นไม้ (น่าจะจัดบ้านนะ/ไม่ทำดีกว่า/จ้างเขามาทำละกัน)  ตอนเย็นต้องไปออกกำลังกาย ถ้าวันไหนฝนตกจะหงุดหงิดนิด ๆ ที่ไม่ได้ไปออกกำลังกาย ขี่จักรยานเสือภูเขา อยากได้แทบขาดใจ (ตอนแรกตัดสินใจซื้อจักรยานธรรมดามาคันหนึ่ง เพื่อนบอกว่าขี่ไม่ถึง 3 บาท) ตอนนี้เสือภูเขาสบายมากเพราะขี่สบายกว่ากันนี่ 

        คนที่จ้างให้มาตัดเถาว์อัญชัน รอแล้วรออีกไม่มาสักที  ขี่จักรยานได้ ประมาณ 5 รอบหมู่บ้าน (ประมาณ 10 กิโลเมตร) มองเห็นเถาว์อัญชันปกคลุม ทึบแน่น ความจริงก็ดูสวยงามเพราะเป็นธรรมชาติแม้จะขาดการตกแต่งก็ตาม  แต่..วันหนึ่งได้อ่านจากบันทึกของอาจารย์ชยพร  แอคะรัจน์ว่า "การที่กล้วยไม้ไม่ออกดอกนั้นเพราะอากาศไม่โปร่ง" การตัดสินใจได้เริ่มขึ้น จอดเสือภูเขาไว้เป็นที่  (ภาพทั้งหลายแทนการบรรยาย)  และให้ย้อนคิดถึง  นานมาแล้วเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของเด็กอัจฉริยะ ที่บอกว่างานยามว่างของรัฐมนตรีคือขุดดิน  ถ้าเช่นนั้น งานยามว่างของครู (คิม)คือทำอะไรก็ได้ที่ใจอยากจะทำ

 

        ขอกราบขอพระคุณท่าน ผอ.ประจักษ์  คนหน้าตาดี  ท่านอาจารย์ ดร.ขจิต ฝอยทอง คนหน้าตาดีอีกคน (ดีคนละแบบ คนละมุม) ที่เอื้อเฟื้อและกรุณาให้โปรแกรมการตกแต่งภาพ และขอขอบพระคุณอาจารย์ รศ.ชยพร แอคะรัจน์  ที่ช่วยให้เกิดความคิดในการทำเรือนกล้วยไม้ให้ดูโปร่งตา อากาศถ่ายเท  และขอขอบพระคุณเพื่อนบ้านและลูกชายผู้อารีมาช่วยให้ลงจากกำแพงได้อย่างปลอดภัย...555