ผมได้อ่านบันทึก พบกันทุกวันอังคาร ของท่านเลขาธิการ สพฐ.  คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา วันอังคารที่ 7 ตุลาคมพ.ศ. 2551 เห็นเรื่องหนึ่งน่าสนใจมาก  จึงขออนุญาตตัดตอนนำมาแบ่งปันกันต่อครับ
       เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไปร่วมเป็นองค์ปาฐกให้กับ การประชุมเตรียมการจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการศึกษาผู้ใหญ่ ครั้งที่ 6 ของ UNESCO (6th International Conference on Adult Education. CONFINTEA VI) ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2551 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยท่านเล่าไว้ว่า
       
...หลังจากเตรียมการมานานหลายเดือนว่าจะไปดูงานมัธยมศึกษา ซึ่งได้รับการยกย่องว่า จัดได้ก้าวหน้ามาก แต่เอาเข้าจริงก็ต้องใช้วิธีการเดียวกับที่ไปจังหวัดตราด คือ เดินทางไปพูดและกลับ (ในทันที) ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมง ในเกาหลี เพื่อให้ทันการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญ

            ดิฉันเคยเป็นประธานสถาบันการศึกษาของ UNESCO ที่กรุง Hamburg ประเทศเยอรมันที่จัดการประชุมนานาชาติครั้งที่ 5 เมื่อปี 2540 จึงได้รับเชิญให้ไปพูดประเภท เหลียวหลังแลหน้า สำหรับครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ในปี 2552

           ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งคือ การศึกษาตลอดชีวิตของเกาหลี ที่ได้รับคำยกย่องว่าก้าวหน้ามากที่สุด เพราะมีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาตลอดชีวิต 6 ปีมาแล้ว และเพิ่งปรับให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยสนับสนุนให้ทั้งหน่วยงานของรัฐ ไม่เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการ ยังให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาแรงงานให้มีความสามารถและสร้างสรรค์ เพื่อการแข่งขัน สร้างสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และวางกลไกเพื่อจัดการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะขยายวงเงินงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ เพื่อการศึกษาตลอดชีวิต 9 เท่า จากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 21 ภายในปี 2552 โดยมีตัวเลขเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่าปัจจุบันประเทศออสเตรเลีย ลงทุนเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต ร้อยละ 11 และสิงคโปร์ ร้อยละ  27.5

รูปแบบในการจัดการศึกษามีหลากหลาย เช่น

            จัดการศึกษาสำหรับผู้อยู่นอกโรงเรียน โดยใช้โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงงานเป็นฐาน มีหลักสูตรที่น่าสนใจและสามารถเทียบโอนไปสู่ประกาศนียบัตรและปริญญาได้ เช่น การซ่อมเครื่องยนต์ เสริมสวย ดูแลสัตว์ รปภ. โรงงานที่เปิดสอนจนถึงระดับปริญญา ได้แก่ โรงงานในเครือ Samsung หรือการใช้โรงเรียนเป็นฐานในการจัดการศึกษาชุมชน ซึ่งมีทั้งการศึกษาสำหรับผู้ปกครอง และผุ้ใหญ่ในชุมชน และการศึกษาหลังเวลาเรียนสำหรับนักเรียนโดยถือเป็นบริการที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองไม่ต้องพาลูกไปเรียนเสริมที่ไหน มีทั้งการสอนดนตรี กีฬา และงานฝีมือ เป็นต้น

            อีกโครงการที่น่าสนใจ คือการส่งเสริมให้มีเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต: Lifelong Learning City Project เพื่อส่งเสริมให้ประชากรได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสร้างบรรยากาศที่จะเรียนรู้ร่วมกัน มี 234 เมือง ที่เข้าโครงการนี้ โดยมีโครงการดีเด่นที่ได้รับเงินสนับสนุนถึง 76 แห่ง

            เมืองหนึ่งที่ได้รับการยกตัวอย่างว่าเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาตลอดชีวิต และการพัฒนาชุมชน ชื่อ Haeundae – gu Bansong district โดยมีกลุ่มรักเมือง Bansong เป็นแกนนำส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชน จากนั้นได้ร่วมกันลงทุนจัดตั้งร้านเพื่อแบ่งปันความสุข “Store for Sharing Happiness” โดยนำเงินที่ได้มาเป็นทุนการศึกษาและจัดตั้งห้องสมุดประเทศ

            อีกเมืองที่ได้รับคำชื่นชม ชื่อ Chilgok Countyได้อาศัยวิทยาลัยเกษตรกรรมสำหรับสตรี เป็นวิทยาลัยชุมชนเปิดชั้นเรียน ให้ผู้เรียนได้สะสมหน่วยกิตเพื่อนำไปสู่ปริญญาถึง 12 หลักสูตร

            เกาหลี ยังมีกฎหมาย ชื่อว่า School Facility Project Promotion Lawเพื่อกำหนดให้มีการนำอาคารสถานที่ของโรเรียนที่มีนักเรียนน้อยลงไปใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน และโรงเรียนอื่นๆ โดยมีทั้งสระว่ายน้ำ โรงยิม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และที่จอดรถใต้ดิน ขณะเดียวกันก็มีกระบวนการฟื้นฟูโรงเรียนขนาดเล็กที่รัฐบาลมีนโยบายให้ยุบ แต่ผู้ปกครองรวมกลุ่มกัน วางแนวทางพัฒนาจัดหลักสูตรที่หลากหลาย และวางระบบบริหารจัดการที่จะช่วยให้ใช้ทรัพยาอย่างจำกัด

            ทั้งหมดที่เล่ามา หากสนใจอาจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซด์ของสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตhttp://www.nile.or.kr  

         

            นอกจากนี้ ได้ทราบเพิ่มเติมจาก ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ.ซึ่งไปดูงานที่ Gyeongi English Village : GEV (ในจังหวัด Gyeongi ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของสาธารณรัฐเกาหลีที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต) ว่าหน่วยงานดังกล่าวได้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหร้บเด็กถึงวัยรุ่น โดยสร้างอาคารสถานที่ที่จำลองสภาพและสร้างบรรยากาศของเมืองในประเทศตะวันตก การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการใช้ภาษาอังกฤษ ผ่านสถานการณ์จำลองของการดำเนินชีวิตจริง เช่น ธนาคาร โรงภาพยนต์ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ เป็นต้น ในสาธารณรัฐเกาหลีมีหมู่บ้านภาษาอังกฤษ มากมายหลายแห่ง โดยส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยองค์กรท้องถิ่น และเปิดให้บริการสำหรับประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก และประชาชนผู้สนใจทั่วไป…”