ต้นเดือนนี้ (ต.ค.๕๑) ผมไปประชุมประจำปีของเครือข่ายการศึกษาผู้ใหญ่ที่อเมริกา
ปีนี้มหาวิทยาลัยเซาท์อลาบาม่าเป็นเจ้าภาพ ระหว่างเดินทางกลับต้องมารอเปลี่ยนเครื่องบิน
ที่สนามบินอินเชิน (incheon) กรุงโซล เกาหลี ต้องคอยอยู่ในสนามบินถึง ๔ ชั่วโมง
ก็เลยเดินสำรวจสนามบินไปเรื่อยๆ สังเกตเห็นมีห้องหนึ่งดูไม่เหมือนร้านค้า
ป้ายหน้าร้านเขียนว่า Traditional Korean Cultural Experience Zone
รู้สึกน่าสนใจ เลยเดินเข้าไปดู มีสาวน้อยคนหนึ่งในชุดประจำชาติ(แบบแดจังกึม)
มายิ้มทักทายต้อนรับพร้อมแนะนำกิจกรรมในร้าน พร้อมถามว่าสนใจทดลอง
ประดิษฐถาดใส่ของตามแบบศิลปะดั้งเดิมของเกาหลี่ไหม ผมตอบตกลง
ก็เลยได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง โดยเธอเตรียมวัสดุอุปกรณ์เป็นเซ็ทไว้แล้วพร้อมสอนวิธีทำ
ซึ่งสิ่งที่ต้องทำส่วนใหญ่ก็คือการทากาวและติดลงให้ถูกที่ถูกทาง เมื่อทำเสร็จแล้ว
ผมให้เธอตรวจ ซึ่งมีความไม่เรียบร้อยอยู่นิดหน่อย เธอก็แก้ให้
ร้านของ Korea Cultural Heritage Foundation ในท่าอากาศยาน Incheon
Kim Jung Hyun สอนวิธีทำถาดตามแบบ Hanji Craft แก่ผู้โดยสารรอขึ้นเครื่อง
ผมก็ไปฝึกกับเขาด้วย (ขอให้ Kim Jung Hyun ถ่ายภาพนี้ให้)
Hanji Craft ฝีมือผม มีลายเซ็นครูคิม(ด้านซ้าย) และชื่อผม(ด้านขวา)เป็นภาษาเกาหลีด้วย
ผมถามว่าถ้าคะแนนเต็ม ๑๐ ดูจากผลงานแล้วให้ผมเท่าไร ห้ามตอบแบบเอาใจนะ
เธอหยิบถาดที่ผมทำขึ้นมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่าให้ ๙ คะแนน
สิ่งที่ผู้มาเยือนร้านนี้ประดิษฐ์ขึ้นด้วยมือของตัวเอง เขายกให้เลยฟรีๆ ไม่ต้องซื้อ
โดยมอบถุงผ้าให้ใบหนึ่งสำหรับใส่หิ้วกลับบ้านด้วย ถือว่าได้ของที่ระลึกฟรีจากเกาหลี
ด้วยฝีมือตัวเอง
ผมเห็นป้ายชื่อที่เธอที่คอเป็นภาษาเกาหลี เลยถามว่าเธอชื่ออะไร ผมอ่านไม่ออก
เธอบอกว่าชื่อ คิมจุงฮุน
ผมเลยขอให้คุณครูช่วยเซ็นชื่อไว้ให้ด้วย (ดูในภาพ)
เมื่อเธอเขียนชื่อเธอทั้งภาษาเกาหลีและอังกฤษแล้ว เธอถามว่าผมชื่ออะไร
แล้วเธอก็เขียนชื่อผมเป็นภาษาเกาหลี พร้อมลงวันที่และชื่อสนามบินด้วย (ดูรูป)
ผมขออนุญาตถามเรื่องงานสักหน่อยได้ไหม เธอบอกว่าได้ (ดูรูป)
ผมเห็นความคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติในการทำงาน
อดถามตามแบบคนทำงานการศึกษาผู้ใหญ่ไม่ได้ว่า
คุณคิมเรียนอะไรมาจึงมาทำงานแนะนำศิลปะเกาหลีอยู่ในสนามบิน
เธอตอบว่าเรียนจบเอกสาขาภาษาจีน แต่ก็พูดภาษาอังกฤษได้ดี
มาสมัครทำงานกับมูลนิธิมรดกวัฒนธรรมเกาหลี (Korea Cultural Heritage Foundation)
เขารับไว้(คงเพราะมีอุปนิสัยต้อนรับผู้มาเยือนดี)และสอนงานให้
ถาดที่ผมฝึกทำนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานหัตถกรรมเก่าแก่ของเกาหลีที่เรียกว่า Hanji Craft
ซึ่งเป็นงานประดิษฐ์เครื่องใช้นานาชนิดเช่น กล่อง ถาด ที่เก็บของ หน้ากาก ของขวัญแต่งงาน
และเครื่องใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา โดยใช้กระดาษที่ทำจากเยื่อไม้มัลเบอรี่
นำมาย้อมสี มี ๕ สี คือ แดง ฟ้า เหลือง ดำ และขาว
เมื่อออกจากร้านนั้นมาผมคิดว่า หากสนามยินสุวรรณภูมิบ้านเราคิดอะไรแบบนี้บ้างก็คงจะดี
นอกจากช่วยให้ผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่องได้ผ่อนคลายแล้ว
ยังให้เขาได้มีโอกาสสังสรรค์กับเจ้าของประเทศ ถามไถ่ชีวิตความเป็นอยู่ สถานการณ์บ้านเมือง
และได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของเราด้วย
ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านระหว่างเมืองที่แท้จริงคือความสัมพันธ์ระหว่าง
ประชาชนกับประชาชนเป็นสำคัญ ดูอย่างความตึงเครียดที่ชายแดนอินเดียกับปากีสถาน
ที่รัฐบาลอินเดียกับรัฐบาลปากีสถานทำท่าจะทำสงครามกัน แต่ทำไม่ได้เพราะ
ประชาชนทั้งสองฝั่งมีความสมานฉันท์พร้อมใจกันบอกรัฐบาลทั้งสองประเทศว่า
พวกเขาไม่ต้องการสงคราม โดยผู้นำฝ่ายประชาชนของทั้งสองฝั่งซึ่งมีอาชีพแพทย์
ได้รับรางวัลแม็กไซไซคู่กันเมื่อ ๓ - ๔ ก่อน
:)
เห็นด้วยคะเป็นกิจกรรมที่น่ารักดี: ได้ผ่อนคลายและได้สัมผัสความอ่อนโยนของศิลปวัฒนธรรมไปด้วย
อ่านtripที่พี่เชษฐเขียนเล่าทีไร รู้สึกมีความสุข สนุก เหมือนได้ไปด้วยทุกที
รักษาสุขภาพนะคะ (เห็นบอกว่าไปรถจักรยานหกล้มที่ US)
ขอบคุณสำหรับความห่วงใย
แผลที่เข่าแห้งดีแล้ว
แต่อาการปวดภายในเข่าและน่องยังมีอยู่
ทำให้ยังเดินไม่ค่อยถนัด
อยากถามเล่นๆ ว่า
ขณะ จรดภู่กัน อยู่นั้น ขณะนั้นเลยจริงๆ
รู้สึกอย่างไร หรือ คิดอะไร? (ขณะสร้างสรรค์งานศิลปะ)คะ
"อยากถามเล่นๆ ว่า
ขณะ จรดภู่กัน อยู่นั้น ขณะนั้นเลยจริงๆ
รู้สึกอย่างไร หรือ คิดอะไร? (ขณะสร้างสรรค์งานศิลปะ)คะ"
ตอบ - รู้สึกอย่างไร?
รู้สึกนิ่ง สงบ focus สมาธิ จดจ่อกับปัจุบันขณะ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า peace (หลาย keyword จัง) สรุปคือรู้สึกตัวเองนิ่งสงบ
ตอบ - คิดอะไร?
จำไม่ได้ทั้งหมดว่าคิดอะไรบ้างขณะนั้น เท่าที่จำได้มี
๑.ทำเองใช้เองนี่ดีนะ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องพึ่งระบบอุตสาหกรรมที่ผ
ลิตแบบ mass product
๒.ของทำเองมีคุณค่าสูง ทำเสร็จแล้วอยากเก็บไว้เป็น collection (เกิดโมหะ-โลภะ)
๓.สนามบินบ้านเราน่าจะจัดให้มีกิจกรรมแบบนี้ เพื่อให้โอกาสคนต่างชาติได้มีโอกาสสังสรรค์กับคนไทยในเรื่องอื่นๆ (ผ่านศิลปวัฒนธรรม) ไม่ใช่แค่ "ประตู 23 ไปทางนี้หรือเปล่าครับ?" "ใช่ค่ะ"
จะเห็นได้ว่ามีความคิดผุดขึ้นมาในหัวตลอดเวลา ก็พยายามฝึกให้ไม่ฟุ้งซ่านอยู่ครับ
:)