การผลิตรายการโทรทัศน์

สวัสดีจ้าน้องสาว

สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแล้ว

พร้อมจะเล่าสู่การฟังเรื่องเบื้องหลังการทำงานของการร้อยรวงดวงใจ ประจำปี 2551

แล้วค่ะ

 

4 เดือนก่อน เคยแวะเข้ามาป้วนเปี้ยนแถว G2K

เพื่อหาเรื่อง "เริ่มต้นทำรายการทีวีอย่างไร" แต่หาไม่เจอ

คงหาไม่เก่งแล้วก็คุยไม่เก่งด้วย

ทำ web blog มาหลายเดือนอยู่

มีเพื่อนแค่ 5 คน เอง ไม่นับน้องดาวคนบ้านเดียวกัน

เข้าเรื่องกันเลยค่ะ

 

          ถ้าท่าน หรือองค์กรของท่านต้องการผลิตรายการโทรทัศน์ เนื่องในวันพิเศษ เช่น ครบรอบวันสถาปนา วันเกิดสถาบัน หรือ โอกาสพิเศษเพื่อระดมทุนต่างๆนานา เริ่มต้นได้ง่ายๆด้วยบันได 3 ขั้น ดังนี้ค่ะ (เล่ากันแบบลูกทุ่งคนจริงใจเลยนะคะ)

  1. เขียนโครงการ ต้องมีโครงการและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน อันจะเป็นที่มาของงบประมาณการผลิตรายการ (แต่ขอโทษค่ะ งานที่ผ่านไปครั้งนี้ ไม่มีโครงการนำมาก่อนค่ะ พอหัวเรือใหญ่สั่งลุย พวกเราก็ลุยกันไปถึดๆเลยค่ะมาหน้าแตกกันก็ตงที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขอดูโครงการ พวกเราก็บอกตามตรงไม่มี มีในอ่องออกับหัวใจนี่ เข้าตาจนดิฉันเลยถือวิสาสะเขียนหลักการและเหตุผลเอง แล้วสำเนาแจกทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องว่า กรุณาให้ข่าวตรงกันตามนี้นะคะ โชคดีที่มีการบริหารงบประมาณอย่างดีเยี่ยมโดยมืออาชีพเลยรอดตัว)
  2. หาคนทำงาน แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา หน่วยราชการไงคะ เราจึงมีคณะอนุกรรมการ หลายกลุ่มมาก ได้แก่ ฝ่ายระดมทุน ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายผลิตรายการ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ วันไหนประชุมใหญ่ก็มีเก้าอี้ไม่พอนั่งล่ะคะ ดิฉันอยู่ฝ่ายพันธมิตร เอ๊ยผลิตรายการค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องเล่าต่อจากนี้อาจมีสัดส่วนของการผลิตเสียเป็นส่วนใหญ่
  3. ระดมสมองหารูปแบบรายการ หาช่องทางนำเสนอ(สถานีโทรทัศน์) จะผลิตเองหรือหาผู้ช่วยผลิตรายการ หากผลิตเองก็จะประหยัดงบประมาณ แต่ถ้าให้บริษัทเอกชนเข้ามารับผลิตรายการให้ ก็ว่ากันไปตามเนื้องาน

 

          สำหรับที่ผ่านมาหลายๆปีพวกเราทำงานกับสื่อในส่วนภูมิภาคค่ะ ซึ่งก็ใช้ได้ระดับหนึ่ง การดำเนินการผลิตรายการทุกส่วน ทุกชิ้น ทุกตอน ลงมือกันเอง ตั้งแต่เขียนเรื่อง เขียนบท เล่นละคร ตัดต่อ จนถึงวันออกอากาศ ก็นั่งลุยกันกับ ผู้กำกับและเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ พวกเราเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาช้านาน มาปีนี้เราเกิดมีความคิดว่าถ้า สถาบันภูมิภาคอย่างเราเข้าไปจัดรายการในกรุงเทพฯล่ะ จะเป็นอย่างไร อาจจะทำให้การระดมทุนเพื่อจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้สัมฤทฺธิผลกว่าที่เคยก็เป็นได้

 

          จึงเป็นที่มาของการ โก กทม. ในปีนี้

          การเลือกบริษัทเข้ามารับผลิตรายการ ดูผลงานได้จากรายการที่ออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ ในปัจจุบันค่ะ บริษัทจะเข้ามารับ concept  จากเรา แล้วกลับมาขายงานหลาย Campaign พอใจส่วนไหนก็ซื้อค่ะ แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา สรุปว่าเราตกลงสำหรับงานครั้งนี้ด้วย campaign เต็มรูปแบบ ประกอบด้วย ชิ้นงานก้อนใหญ่ๆ 6 ก้อนคือ

  • ละครผ้าห่ม ข้ามดอย
  • สารคดีพระกรุณาธิคุณ สู่ตำนานสวนดอก
  • Scoop เฉียดตาย
  • MV. นักศึกษา 3 เรื่อง
  • การดำเนินการวันออกอากาศ
  • การประชาสัมพันธ์

         สำหรับค่าใช้จ่ายก็หลายตัวสุดหลัก นักแก

 

          ตอนแรกก็คิดเอาเองตื้นๆ ค่ะว่าดีจังเลย เหมือนซื้อ Package งานแต่งงานไงคะ ได้ถ่ายรูป ได้อัลบั้ม ได้ของชำร่วย ได้บัตรเชิญ ได้ชุดแต่งงาน เดี๋ยวพอถึงวันออกอากาศ เราก็แค่แต่งชุดแต่งงานไปสถานีโทรทัศน์ ก็จบแล้ว สบายๆอย่างเบิร์ดๆ

 

          แต่ที่ไหนได้คะ พอลงรายละเอียดปุ๊บ มาค่ะฝ่ายวิชาการคุณหมอ คุณพยาบาลมาระดมสมองคุ้ยๆหาเรื่องราวประทับใจ เรื่องโน้น เรื่องนี้ ประทับใจฉัน ไม่ประทับใจจ๊อด บ้างล่ะ หลายวันผ่านไป หลายสัปดาห์ผ่านมา ก็สรุปว่าได้เรื่องราวมาหนึ่งเรื่อง เป็นเรื่องของปลาปิ้ง กับผ้าห่ม คนเขียนบทก็เก่งเหลือเกิน จับเอาเรื่องราวมาข้ามดอยจนประทับใจคนดูได้ทั่วบ้านทั่วเมือง ได้เรื่องแล้วยังไม่จบค่ะเพราะจะต้องต่อด้วยขั้นตอนอื่นๆอีกมากมาย คือ

  • Sources ข้อมูลดิบที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง ทั้ง text  และภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว มีเท่าไรโกยมากองให้หมด
  • location อย่างน้อย 2-3 รอบ เพื่อให้ได้สถานที่ๆที่ใช่ (แล้ว1เรื่องที่ผ่านสายตาท่านผู้ชมไปแล้วนั้น แม้จะเป็นภายในโรงพยาบาล แต่ก็หลาย Location จนมึนไปเหมือนกัน
  • casting หาตัวละครหลัก และสมทบ
  • Production ยกกองมาถ่ายทำ

  • Solve Problem on location การแก้ปัญหาหน้างาน

แล้วมันไม่ใช่กองเดียวไงคะ

           อีก 3 ข้อที่เหลือคือ สารคดี กับ Scoop เฉียดตาย กับ MV.ก็ทำงานกันละเอียดเช่นเดียวกับกองละคร มากันเลยเป็นแถวๆ S L C P S (นี่ทฤษฎีใหม่ของดิฉันเลยค่ะ ผ่าน 5 ขั้นตอนนี้ได้จบหลักสูตรเรียนลัด  ดูเผินๆ คล้าย คำว่า หลับนะคะ)

 

          ส่วนขั้นตอนสุดท้าย ที่ในตำราเรียกว่า Post Production นั้น บริษัทนำกลับไปทำเองที่กรุงเทพฯ ค่ะ หลังจากทุกกองกลับไปแล้ว ชาวสวนดอกก็แต่งตัวรอ เข้าพิธีแต่งงานค่ะ

ไม่ง่ายค่ะ ไม่ง่าย เดี๋ยวค่อยขยายต่อนะคะ

 

          พวกเราทำงานกันอยู่ในสถาบันทางการแพทย์ สำหรับหน่วยงานของดิฉันแม้จะใกล้เคียงกับงานภาคบันเทิงแต่ก็เหมือนอยู่คนละค่าย ของเขามีดารา แต่ของเรามี หัวใจ ตับ ไต แลมดลูก ให้ถ่ายทำ พอมีงานแปลกๆมาทุกคนก็สนุกสนานกับการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกวัน ยิ่งในสัปดาห์ที่กองละครยกกองขึ้นมาถ่ายทำแล้วล่ะก็ ที่โรงพยาบาลเรียกได้ว่าคนไข้ลืมป่วยกันไปหลายคน ขนาดหมอเรียกไปตรวจยังไม่ยอมขอดูดาราก่อน เอ้าดูไปดูมา นี่ก็หมอสวนดอก พยาบาลสวนดอกของเฮานี่ วันนี้อะหยังมาหล่อ มางาม ร่วมกันทำบุญเข้าฉากเล่นละครกันตั้งแต่พนักงานทำความสะอาด จนถึงระดับผ.อ.โรงพยาบาลทีเดียวนะคะ แบบนี้ไม่เรียกว่าสวนดอกร้อยดวงใจได้อย่างไรเนาะ

 

          พยายามเขียนให้เป็นวิชาการอยู่เหมือนกัน เพราะที่เปิดกระดานที่ G2K ไม่ได้สักทีก็เพราะ ไอ้ความเป็นนักวิชาการ ขาดๆเกินๆ ของดิฉันนี่ล่ะค่ะ อภัยให้ด้วยนะคะ

 

(ไม่เป็นไรจ้าพี่สาว ยืมกระดานดาวใช้ไปก่อนก็ได้ ยอมกอดคอกัน...ดัง ค่ะ ^^)

ตอนหน้าลงลึกเรื่องม่วนๆ กันนะคะ ถ้ายังไม่เบื่อเสียก่อน

ตอน 2 พี่ปิ๊กเวียงเล่าเบื้องหลังผ้าห่มข้ามดอย (2): ปั ญ ห า ป ร ะ ด า มี (อัพเดท 31 ตุลาคม 2551)

ตอน 3 haPpy  ดีพร้อม

 

เอาล่ะ...มาลงชื่อช่วยกันกดดันพี่ปิ๊กเวียงกันค่ะ