KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 588-2. การจัดการความรู้ด้านการศึกษา

 

สกว. นัดประชุมคณะกรรมการชี้ทิศทางของ โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้ในวันที่ ๕ พ.ย. ๕๑   โดยส่งเอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์มาให้ล่วงหน้าเป็นเดือน    ผมจึงได้มีโอกาสอ่านรายงานนี้และถามตัวเองว่า KM ด้านการศึกษาเพื่ออะไร

คำตอบของผม (ไม่ทราบว่าผิดหรือถูก) คือ    เพื่อนักเรียน    ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า  ตามรายงานนี้    โครงการดำเนินการนำร่องใน ๗๘ โรงเรียน และ ๑๗ สพท.    หลัง ๒ ปี ๓ เดือน   เกิดผลคือ KM ขยายเข้าไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในเขตพื้นที่การศึกษา ๑๗ เขต จำนวน ๑,๖๘๗ โรงเรียน  

ผมพยายามอ่านรายงานเพื่อค้นหาผลของโครงการต่อนักเรียน   พบรายงานดังนี้

ประสิทธิภาพของโรงเรียนเป้าหมายในการจัดการความรู้ให้กับนักเรียน พบว่า มีการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนใน 9 เรื่อง ดังนี้ การแก้ปัญหาเร่งด่วนด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียน  การวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของครูเฉพาะด้าน การพัฒนาสมรรถนะของครูด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  การพัฒนางานตามทิศทางของสถานศึกษา  การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้  การพัฒนาการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  การพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ และการพัฒนางานชุมชนสัมพันธ์

ผลที่เกิดจากการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน พบว่า ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนได้แก่ นักเรียนที่มีปัญหาได้รับความช่วยเหลือ นักเรียนมีช่องทางการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และนักเรียนได้รับการยกย่องชื่นชม  ผลที่เกิดขึ้นกับครู ได้แก่  ครูทุกกลุ่มมีสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน  ครูกับนักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์  ครูในโรงเรียนเป้าหมายหลายแห่งมีการวิจัยในชั้นเรียน  และมีการนำแบบปฏิบัติที่ดีของครูมาต่อยอดให้ครูคนอื่นๆ ใช้งาน  สำหรับผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ได้แก่ เกิดนวัตกรรมการจัดการความรู้ และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากการจัดการความรู้  ส่วนผลที่เกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ของโรงเรียนและชุมชน ได้แก่ การมีกิจกรรมการกีฬา การร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อม และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาจัดการเรียนรู้ของนักเรียน 

จึงขอเสนอต่อ สกว.   สกศ.  และทีมงานของโครงการ    ว่าน่าจะหา Best Practice การใช้ KM ในโรงเรียนที่ก่อผลดีต่อนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม    ให้ครูเจ้าของเรื่อง  และนักเรียนที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง เป็นผู้เล่าเรื่อง    จัดพิมพ์เผยแพร่ และนำขึ้นเว็บไซต์ และ/หรือ บล็อก

ผมขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวในภาพรวมของโครงการ    ว่าที่ผ่านมาเราอาจเน้นที่ การจัดการความรู้ มากไป    เน้นที่ตัวนักเรียนน้อยไป   ที่จริงการจัดการความรู้ในโรงเรียนมีเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน    การวัดผลของการจัดการความรู้จึงควรวัดที่ผู้รับผล คือนักเรียน เป็นหลัก

ผมอยากให้มีการรวบรวมข้อมูลและสรุปว่า    การใช้ KM แบบไหน ที่เกิดผลต่อนักเรียนมากอย่างน่าพอใจ    การใช้ KM แบบไหน ไม่ค่อยมีผลดีต่อนักเรียน

ผมเพิ่งมานึกออกทีหลัง หลังจากโครงการ EdKM ดำเนินการไปแล้ว    ว่า KM ด้านการศึกษาต้องมีจุดศูนย์กลางของเป้าหมายอยู่ที่การเรียนรู้ของนักเรียน    หรือเป็น KM ครูเพื่อศิษย์ นั่นเอง     และเครือข่าย EdKM ควรพิจารณาใช้เครื่องมือ ตารางแห่งอิสรภาพ

 

วิจารณ์ พานิช

๑๐ ต.ค. ๕๑