หากองค์คณะบุคคลสำคัญ ๆ ของเขตพื้นที่การศึกษา สามารถทำงานประสาน สอดรับกันได้เป็นอย่างดี น่าจะเกิดผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา อย่างแท้จริง

      ในปัจจุบัน องค์คณะบุคคลที่สำคัญ ๆ ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 185 เขตพื้นที่ ประกอบด้วย 3 คณะ คือ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา(กพท.)  มีหน้าที่หลักในการดูแล ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ในลักษณะทั่วไป(ตามประกาศกระทรวง เรื่อง การกระจายอำนาจ ให้ กพท.ให้ความเห็นชอบ ใน 4 เรื่อง ที่มีการกระจายอำนาจ คือ เรื่อง การบริหารวิชาการ  การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และ การบริหารทั่วไป)  คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา(กตปน.) มีหน้าที่หลักในการดูแลงานเชิงวิชาการ งานประกันคุณภาพการศึกษา  และ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.) มีหน้าที่หลักในการดูแลงานด้าน การบริหารงานบุคคล

โดยนัยดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่า กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลงานวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และการบริหารทั่วไป  ในขณะที่ ก.ต.ป.น. เน้นการดูแลงานด้านวิชาการ และ อ.ก.ค.ศ. ดูแลงานด้านการบริหารงานบุคคล  ปัญหาสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้การทำงานของ 3 องค์กร สามารถสอดรับ ประสานกันได้อย่างกลมกลืน

    ในการนี้ ผมเห็นว่า ในการทำงานในรอบปี กพท.จะต้องทำงานอย่างเป็นระบบ  มีวงจรการพัฒนางานที่ชัดเจน  คือ 1) มีการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาในการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (รวมปัญหา วิชาการ และปัญหาการบริหารงานบุคคล)  2) มีการกำหนดนโยบาย/ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในรอบปี (ครอบคลุมนโยบายด้านวิชาการ ที่ได้มาจาก กตปน. และ นโยบายด้านบุคคล ที่ได้มาจาก อ.ก.ค.ศ.)  3) มีการอนุมัติแผนการพัฒนางานประจำปี (ซึ่งแผนพัฒนาจะต้องครอบคลุมงานทุกด้าน)  4) มีการกำกำกับติดตามงาน (ทุกด้าน) และ  5) มีการสรุป ประเมินผลการดำเนินงานจัดการศึกษาในรอบปี (สรุป ประเมินผลครอบคลุมในทุกด้าน)

       หากทุกเขตพื้นที่การศึกษา มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ดังกล่าวข้างต้น ผมคิดว่า การทำงานของคณะกรรมการทั้งสามชุด จะสอดรับ หรือประสานกันได้เป็นอย่างดี จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนางานของเขตพื้นที่การศึกษา