ผมเพิ่งเข้าใจเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 51 ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล ว่่างาน CSR ขององค์กรไม่ใช่มีพลังเพียงแค่เงิน แต่จริงๆ แล้วมีพลังเป็นองค์สาม คือ

  1. การจัดการ
  2. การชี้ทิศทางการทำงานที่ก่อคุณค่าต่อสังคม
  3. เงิน

งาน CSR ส่วนใหญ่ได้แค่พลังเงิน แต่ของ SCB มีพลังของการจัดการ โดย มูลนิธิ ที่มีคุณเปาเป็นผู้จัดการ และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือพลังปัญญา จากคณะกรรมการ CSR (ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับคณะกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล) ในการช่วยชี้ทิศทางการทำงาน

Corporate ที่รับผิดชอบต่อสังคม ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม น่าจะใช้พลังหลายพลังเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ไม่เพียงใช้พลังเงิน

ที่จริงพลังที่มีคุณค่าสูงสุดขององค์กร คือพลังปัญญา ผมประทับใจมากที่คณะกรรมการ CSR ของ SCB เอาจริงเอาจังมาก และเนื่องจากคณะกรรมการมีคนอย่าง ดร. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน, ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย, คุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์, คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร และผม เรามีปัญญาที่มาจากประสบการณ์ที่จะช่วยแนะนำชี้ทิศทางของโครงการ ให้ได้ผลในมิติที่ลึก เชื่อมโยง และก่อผลยั่งยืน และเมื่อผนวกกับพลังของการจัดการที่คุณปิยาภรณ์ ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ดำเนินการ คุณค่าของ CSR ของ SCB ก็มีพลังครบไตรพลัง

วิจารณ์ พานิช

๒๕ ก.ย. ๕๑