การพัฒนาโรงพยาบาลคุณภาพด้วยความรัก

รางวัลของการทำงานที่เห็นผลทันทีเมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ..... เป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถึงแม้ฝนจะตก น้ำจะท่วม ก็จะไป ค่ะ ยกเว้นสนามบินถูกปิด อิอิ

        วันที่ 26 กันยายน 2551 ทีมงานของสถาบันฯ ได้ร่วมสร้างกระบวนการเรียนรู้การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ในโครงการ “การพัฒนาโรงพยาบาลคุณภาพด้วยความรัก” ให้กับแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ ฝ่ายบริหาร และบุคลากรสาธารณสุขจากโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดชัยภูมิ ณ ศูนย์สัมนาไร่ใบเตย ค่ะ จังหวัดนี้มีรพ.ที่ชื่อรพ.เพราะๆ หลายรพ.เลยค่ะ เช่นเทพสถิตย์ ภักดีชุมพล บำเหน็จณรงค์รวมทั้งสิ้นประมาณ 100 คนค่ะ  วันที่ไปถึงน้ำลดลงจนแห้งแล้ว แต่ยังมองเห็นคราบน้ำท่วมติดอยู่ตามผนังของตึก.... ตอนแรกตั้งใจว่าหากน้ำยังท่วมอยู่จะไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านตอนน้ำท่วมด้วยคน แต่ก็ไม่ได้รับประสบการณ์นั้นค่ะ ... งานนี้ลืมเอากล้องถ่ายรูปติดมาด้วย เลยไม่มีรูปให้ดู ต้องรอรูปจากพี่สสจ. ส่งมาให้ค่ะ แงๆๆๆ เศร้าๆๆ ....        

เริ่มจาก..การสร้างบรรยากาศของความรัก ความไว้วางใจ เอื้ออาทร ความสุข จากการได้รับฟังเรื่องราวดีๆ จากแพทย์ พยาบาล พ่อบ้าน โดยใช้วงสนทนา world café มีบางท่านบอกว่า เป็นบรรยากาศที่ทำให้จิตใจอ่อนโยนลงค่ะ ...เราพบว่ามีเรื่องเล่าการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจอยู่มากมายค่ะ เป็นที่ปลาบปลื้มทั้งคนเล่าและคนฟัง..  

เริ่มกระบวนการตามแนวทางของ U theory สุดท้ายที่อยากเห็นคือการอินเข้ากับเรื่องราวดีๆสิ่งดีๆ งามๆ จากบรรยากาศที่อบอุ่น อ่อนโยน จนระลึกถึงเรื่องราวดีๆของตนเองขึ้นมาได้และอยากกลับไปทำความดี โดยเริ่มปรับปรุงที่ตนเองก่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการคิดของผู้เข้าอบรม เราใช้คำถามว่า “ ขอให้ทุกท่านได้ ใคร่ครวญและ ทบทวน ว่า คุณ คือใคร และทำหน้าที่อะไร ?? โดยให้ผู้เข้าอบรม เขียนบันทึกความรู้สึกขณะนั้นลงบนกระดาษ .... เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าประทับใจ ซึ้งใจ มากๆ ของทีมเราค่ะ ลองอ่านดูนะคะ  

 

 

คุณหมอท่านหนึ่ง เขียนว่า.....

เราคือ  คุณหมอใจดี มีความคาดหวัง และอุดมการณ์ที่จะสร้างสรรค์งาน พัฒนาคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์  ที่มีความทุกข์ จากวัฏจักร เกิด แก่ เจ็บ โดยนำพาปรัชญา ของพระบิดามาใช้ยึดถือ เป็นแนวปฏิบัติ    จงถือ ประโยชน์ ส่วนตนเป็นกิจที่สอง .....” มันทำให้ข้าพเจ้าสำนึกอยู่ทุกขณะ ทำงานด้วยความทุ่มเท ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา ยิ่งทำ ก็ยิ่งได้เรียนรู้ ได้ค้นพบ ได้ฝึกฝน ประสบการณ์ใหม่ๆ โลกทัศน์ใหม่ๆ ทุกสิ่งคือสิ่งสวยงาม ทำตามใจฝัน ทำสิ่งที่เราพอใจ มีความสุข  ไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น  ทำเพื่อสังคม มีเป้าหมาย จุดมุ่งหมายของชีวิต  รู้จักผ่อนปรน  ยืดหยุ่น  เรียนรู้อย่างรู้เท่าทัน ไม่ยึดติดกับยศ  ลาภ สักการะ

        ความสุขของชีวิต คือการได้อยู่ในสังคม ที่มีแต่กัลยาณมิตร  มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี  ข้าพเจ้าจึงพยายาม ทำตนไม่ให้เป็น     บ่อนทำลาย หรือ “ตัวเสียบรรยากาศ  รัก และพยายาม เข้าใจ ผู้ที่ได้พบเห็น  ยิ้มให้กับทุกสถานการณ์  ปรับตัว เรียนรู้  ยอมรับกับมัน  เชื่อแน่ว่า เราจะดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุข  จาก  นพ. นิกร  รวิวรรณ  แพทย์ รพ.เกษตรสมบูรณ์

 

พยาบาลท่านหนึ่ง ...

เราคือ มนุษย์ ที่มีจิตใจสูง คนหนึ่ง  เกิดมาเป็นมนุษย์ได้ครั้งหนึ่ง ก็จะต้องทำหน้าที่ ของมนุษย์ใจดี จิตใจงดงาม  เท่าที่ตัวเองจะทำได้ งานของเราคือ พยาบาล  พยาบาลมนุษย์ ประชาชน  คนทั่วไป ไม่เลือกเชื้อชาติ  ชนชั้นวรรณะ ศาสนา  เราต้องทำหน้าที่ของมนุษย์ที่ดี จนกว่าเราจะทำหน้าที่นั้นไม่ได้  จนกว่าเราจะกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสงบสุข สงบใจ สงบกาย การเป็นมนุษย์ต้องมีจิตอาสา  การอาสา คือการให้ การช่วยเหลือ การเป็นธุระให้ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีค่าตอบแทน  ไม่หวังสิ่งใดใด  สุขใจทั้งผู้ให้  และอาจสุขใจทั้งผู้รับ แต่ที่สำคัญคือ ใจอาสา เท่านั้นเป็นพอ การให้ อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน  เป็นบุญเป็นอนุโมทนาบุญ เราจะมีความปิติ ในการให้อย่างที่สุด  นั้นคือ ความสุขที่หาจากไหนไม่ได้  เพราะฉะนั้น หน้าที่ที่ดีที่สุด คือ ทำความดี

....อันว่าสุขใดใดในภิภพ

จะเทียมเทียบความสงบก็หาไม่

หนึ่งนาทีที่พานพบสงบใจ

จักสัมผัสโลกใหม่ในใจตน…..

 จาก...นางงามพิศ  ปัทมสุวรรณ  พยาบาลวิชาชีพ รพ.บ้านเขว้า

 

พ่อบ้านคนหนึ่ง....

 

ข้าพเจ้าทำหน้าที่ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป รพ.หนองบัวแดง  เรียกย่อๆ ว่า “พ่อบ้าน  เป็นคนคอยบริการสนับสนุน ทุกคนที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล  เป็นทั้งผู้บริหาร ลูกน้อง คนงาน  ทำงานวันละ 8-12 ชั่วโมง  มาทำงานแต่เช้า  มาเปิดประตูห้องทำงาน  พนักงานมาทำความสะอาด ทุกวัน  จะได้สวัสดีกับคนทำความสะอาดทุกวัน.......ตอนเย็นก็กลับบ้าน หลังลูกน้อง  กลับประมาณ 19-20 นาฬิกา ....  ก่อนกลับบ้าน ต้องเดินสำรวจหน้าต่าง  ประตูตามห้องต่างๆ ไฟฟ้า  น้ำประปา ว่าห้องอื่นๆ เขาปิดกันหมดหรือยัง......

มีบางวันที่กลับบ้านแต่วัน ประมาณ  18.00 น. ก็แต่งตัวออกมาวิ่งรอบๆ รพ. (เพราะบ้านพักอยู่ใน รพ.)  การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง  ถ้าร่างกายแข็งแรง จิตใจก็สมบูรณ์  ตื่นเช้ามาก็พร้อมที่จะทำงานอย่างสดชื่นมีความสุขกลับจากที่ทำงาน ถึงบ้านก็ดูแลต้นไม้...กวาดใบไม้.... ตัดหญ้า ตัดที่บ้านตัวเองยังไม่พอ.....เลยไปตัดที่บ้านคนอื่น กวาดเศษใบไม้ ใบหญ้า ให้เขา  เพราะเราคิดว่า ทุกบ้าน ในโรงพยาบาล เป็นบ้านของเรา....เรารัก อยากให้สะอาด  น่าอยู่ ....มีความสุขมากที่ได้ทำให้คนอื่น ... งานบริการบุคลากร ในโรงพยาบาล  เราทำทุกวัน....ทำให้ทุกคน ที่ขอความช่วยเหลือ......ทุกคนในโรงพยาบาลรู้จักเราดีทุกคน  ......และเราก็ภูมิใจ  พี่ทุกคนรัก

 

จิราภรณ์  สังข์สูงเนิน  รพ.หนองบัวแดง

 

ทันตแพทย์ท่านหนึ่ง

 เราเป็นทันตแพทย์ มีหน้าที่รักษาผู้ป่วย ที่มีปัญหาของช่องปาก  ซึ่งจะต้องมองผู้ป่วยแบบองค์รวม ทั้งจิตวิญญาณขของผู้ป่วยด้วย ไม่ใช่เฉพาะการส่งเสริม  ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู  โดยการให้หลักของการพูดที่ดี  การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ  ทำให้มนุษย์เราเข้าใจกันได้  ถ้าเราคิดดี พูดดี  ทำดี  เราก็จะได้สิ่งดีดี กลับมา  ถ้าเราพูดดี ทำดีกับผู้ป่วย  เราก็จะได้ใจเขา  เขาก็จะพูดดี  ทำดีกับเราด้วย ยกตัวอย่างเช่น  มีผู้ป่วยชาย อายุ 70 ปี  ต้องการใส่ฟันปลอม เพราะไม่มีฟันในช่องปาก เคี้ยวอาหาร  เราปฏิบัติต่อผู้ป่วย เสมือนว่า ท่านเป็นปู่  เป็นตาของเรา  พูดกับท่านเป็นกันเอง  เวลานัดท่านมารักษา  ทุกครั้งท่านจะมีของมาฝากเสมอ  เช่น ผลไม้  อาหาร  และที่ประทับใจที่สุดคือ  ท่านยื่นเงินให้ 100 บาท  แล้วบอกเราว่า เอาไปซื้อไอติมกินกันนะ  ที่ประทับใจ เพราะเราเข้าใจว่าท่านคงเห็นเราเป็นลูกหลานคนนึง  ที่อยากให้ลูกหลานได้มีเงินกินขนม   ขอบคุณค่ะ

 

เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ท่านหนึ่ง

         ข้าพเจ้า มีหน้าที่ให้บริการเอกซเรย์แก่ผู้ป่วย  ตามที่แพทย์สั่ง  แต่สิ่งที่ได้จากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามหน้าที่ ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น  การให้บริการด้วยความที่เห็นผู้รับบริการที่เป็นตัว คน  ทั้งคน  ไม่ใช่เพียงแค่ อาการเจ็บป่วยที่เราเห็น ที่เขามาหาเราเท่านั้น  มากกว่านั้นคืออะไร ..... ในตัวตนของผู้รับบริการ เกิดคำถามมากมาย  สิ่งที่เราจะสามารถช่วยเข้าได้คืออะไร.... การให้บริการด้วย หัวใจ เห็นคุณค่าใน คน ทุกคน  ถึงแม้บทบาทหน้าที่เราจะเป็นเพียงแค่ถ่ายเอกซเรย์ แต่เราจะทำ ให้ได้เอกซเรย์ที่ดี  เพื่อให้เขาได้รับในสิ่งที่ดี และถูกต้อง  เป็นประโยชน์กับตัวเขา  หรือเราเพียงแค่หยุด เพื่อที่จะฟังในสิ่งที่เขาอยากพูดให้ฟัง  ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเลยกับงานเอกซเรย์ ก็ตาม ไม่คิดแต่ว่า อย่าพูดมากเลย เดี๋ยวไม่ทันหมอ  เดี๋ยวจะเที่ยงก่อน........

 

..................สัญญา กันไว้ ว่า อีกสองเดือน ...จะไปอีกครั้งค่ะ .... ชาวชัยภูมิ

ซึ้งแล้วน้ำใจสาวชัยภูมิ.....แล้วก็.......ร้องไม่ได้ คริคริ