เร่เข้ามา.......รู้จัก vertigo ตอนจบ

ในตอนที่แล้ว (ภาค1) ได้แนะนำเรื่องของ vertigo สาเหตุประการแรกที่เกิดจาก หูส่วนใน

โดยเฉพาะโรคตะกอนในหูชั้นใน  ในตอนนี้เรามารู้จัก สาเหตุจากน้ำในหูไม่เท่ากันดีกว่า

    2.  โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease อ่านเป็นภาษาไทยว่า โรคมินิแอร์ )
           เป็นโรคที่ไม่ทราบว่าเคยได้ยินมาก่อนหรือไม่  บางคนก็เข้าใจผิดคิดว่าเกิดจากมีน้ำเข้าไปในหูซึ่งในหูชั้นในของเราประกอบด้วยท่อครึ่งวงกลมเชื่อมต่อกับส่วนที่รับฟังรูปก้นหอยดังที่อธิบายมาในภาคแรกแล้ว   ในท่อดังกล่าวมีของเหลวบรรจุอยู่ภายในสาเหตุของโรคนี้จริงๆ แล้วยังไม่ทราบแน่ชัดสันนิษฐานว่าเกิดจากความดันของของเหลวดังกล่าวเพิ่มขึ้น เป็นครั้งคราว  (Endolymphatic hydrops) ทำให้สัญญาณจากหูทั้งสองข้างไม่เท่ากันจึงเมื่อมีความไม่สมดุลย์เกิดขึ้น  จึงทำให้มีอาการบ้านหมุน

 สงสัยไหมคะว่า  อาการแบบไหนถึงจะเป็นอาการจากน้ำในหูไม่เท่ากันและต่างจากภาวะตะกอนในหูอย่างไร? มาดูคำตอบกัน

          ถ้ามีตะกอนในหู อาการเริ่มต้นมักจะมีหูอื้อ  หรือ  มีเสียงวิ้งๆในหูนำมาก่อนอาจเป็น เป็นที่หูใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างพร้อมกัน   หลังอาการนำทางหูแล้ว ผู้ป่วยจึงมีอาการบ้านหมุน ซึ่งจะรุนแรงและนานเป็นชั่วโมงหรืออาจเป็นวันได้โดยต่างจากภาวะตะกอนในหูที่จะเป็นช่วงสั้นๆ คล้ายเดินอยู่บนเรือโคลงเคลงตลอดเวลาอาเจียน คลื่นไส้ หลังจากอาการดีขึ้น จะเพลียมากต้องนอนพักเป็นวัน

    ป้าแต๋งไม่ได้เป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน ชัวร์ ที่แน่ๆ ตอนนี้ยังเพลียมากค่ะ มากค่ะ 

         โรคตะกอนในหูนี้ พบได้น้อยกว่าสาเหตุแรก เพราะสาเหตุแรกอายุควรมากกว่า 40 ปี น้องดาวอยู่ไหนคะ น้องเป็นกลุ่มเสี่ยง ป้าแดง อ.เก็จถะวา ก็ ชัวร์ น้องขจิตคงยัง บรรดาหนูๆ เนปาลี  เปาลา คงอีกนาน แต่ถ้านอนน้อย และ เครียด ก็ไม่แน่

วินิจฉัยได้อย่างไร?
          ดูจากประวัติและอาการเป็นหลักค่ะ   ถ้าสงสัยมีภาวะอื่นร่วมด้วย หรือมีอาการทางระบบประสาท  ก็จำเป็นจะต้องตรวจเอกซเรย์สมองด้วย    ในรายที่เป็นมานานหรือมาตรวจขณะที่กำลังมีอาการ    การตรวจการได้ยินแบบละเอียด (Audiogram) หากพบว่ามีการได้ยินเสียงในความถี่ต่ำลดลงก็จะช่วยในการวินิจฉัยได้ง่ายขึ้น 

เราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรถ้ามีอาการ?
          ขณะมีอาการบ้านหมุนรุนแรง ควรนอนพักให้ศีรษะอยู่นิ่งๆ ให้นานที่สุดเพราะการขยับศีรษะจะทำให้อาการเป็นมากขึ้นได้การทานยาแก้อาเจียนหรือยาลดอาการเวียนศีรษะก็ช่วยได้มากเช่นกัน 

จะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่และต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
       ลักษณะของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จะเป็นๆหายๆบางราย 2-3 ปี มีอาการหรือบางคนเป็นเกือบทุกเดือนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความดันที่เพิ่มในท่อครึ่งวงกลม และปัจจัยกระตุ้นต่างๆที่น่าสนใจที่ป้าพบใน web คือ กรณีนี้ค่ะ 

กรณีคุณngern ** [email protected] ** 

 
โรคบ้านหมุน ที่ผมเป็น และ รู้จัก และ วิธีแก้ไข
   
ใครที่เคยเป็นโรคบ้านหมุนอาการคือ จะมีอาการ เวียน หัว คลื่นใส้ อาเจียรและรู้สึกว่ารอบๆข้างจะเกิดการหมุนไปหมด

ซึ่งเป็นอาการที่ทรมาณมากและไปหาหมดแล้วหาสาเหตุไม่เจอ ว่าเป็นอะไรกันแน่ได้แต่เอายามากินซึ่งก็ไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นเลย

ยังคงมีอาการอยู่เรื่อยๆขอให้มาอ่านเรื่องที่ผมจะเขียนนี้ เป็นเรื่องที่เกิดกับตัวผมเอง ท่านอาจจะพบวิธีการรักษา หรือ แก้ไขอาการ

ของโรคนี้...

     
ตอนที่ผมเป็นโรคนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ ปี 2542 อาการเริ่มต้นคือจะมีเสียงดังในหูข้างเดียว ซึ่งแค่ก่อให้เกิดความรำคาญ
เท่านั้นก็ไม่ได้ไปหาหมอเพื่อตรวจเรื่องนี้  อาการต่อมาก็คือเมื่อเริ่มหูอื้อก็จะมีอาการเวียนหัว คลื่นใส้ นั่งไม่ได้เลยถ้านั่งจะอาเจียนทันทีแต่ก็ยังไม่หนักถึงขนาดบ้านหมุน ต้องไปนอนโรงพยาบาล 2 วันหมอก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับหูชั้นใน อาจเกิดจากเนื้องอกที่
ปมประสาทหูก็ไปสแกนคอมพิวเตอร์เพื่อหาสาเหตุ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใดหมอก็ได้แต่ให้ยามากิน ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร
มากนัก เพราะก็ยังมีเสียงดังในหูและยังมีอาการเวียนหัวอยู่  
   
สาเหตุของอาการที่ผมเป็นและค้นพบโดยบังเอิญ
       
ผมมีงานอดิเรกเป็นพวก อิเล็คทรอนิคส์สมัครเล่นชอบทำพวกแผ่นวงจรพิมพ์ที่ใช้งานในงานอิเล็ทรอนิคส์ วิธีทำต้องใช้สารเคมี
แบบเป็น สเปรย์ในการเคลือบทำมานาน 4-5 ปีซึ่งทำให้เกิดการสะสมมาจนถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหวจึงเกิดอาการตามที่เล่ามาข้างต้น ซึ่งผมได้พบว่าจะมีอาการ หูอื้อ และ เวียนหัวทุกครั้งที่ใช้สเปรย์ตัวนี้ และเมื่อผมเลิกทำพวกแผ่นวงจรพิมพ์เอง อาการเสียงในหูก็เริ่มดีขึ้น และไม่มีอาการเวียนหัวอีกเลย  แนะนำท่านที่เป็นอาการใกล้เคียงผมดูว่าอาจจะแพ้สารเคมีบางตัวครับ
       
ต่อมาประมาณปี 2546 ผมย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด ภายใน 2  ปีแรกก็ยังไม่มีอาการอะไร พอมาประมาณกลางปี 2549 ก็เริ่มมี
อาการเสียงดังในหูข้างเดียวอีก พร้อมกับมีอาการ เวียนหัว ระบบการทรงตัวแย่ลงเวลาเดินจะเซไปมา และมีอาการหนักมากกว่าเป็นครั้งแรกเพราะเป็นถึงขนาดบ้านหมุนไปหมด และเป็นบ่อยมาก เดือนหนึ่ง เป็น 7-8 ครั้งและบางครั้งจะเป็นหนักถึงขนาดว่านั่งอยู่นี่หัวทิ่มลงพื้นเลยต้องเกาะโต๊ะขึ้นมาและบ้านก็หมุนไปหมดทำให้ไม่กล้าไปนอกบ้านคนเดียว รถก็ไม่กล้าขับ ไปหาหมอทางหูก็วินิจฉัยแบบเดียวกับที่เป็นครั้งแรก ไปสแกนคอมพิวเตอร์อีกครั้งก็ไม่พบอะไรจนหมอบอกว่าไม่รู้จะรักษาอย่างไรแล้ว
ผมเองก็ต้องทรมาณกับอาการนี้มาอีกหลายเดือน

   
สาเหตุของอาการที่ผมเป็นและค้นพบโดยบังเอิญอีกครั้ง

   
ต่อมาผมได้สังเกตุพบว่า เมื่อผมกินเนื้อหมูที่ซื้อในหมู่บ้านผมเมื่อไรจะเกิดอาการตามที่เล่าไว้ข้างบนเลย จึงทำให้ผมลองตั้ง
สมมติฐาณว่าอาจจะเกิดจากสารเคมีบางตัวในเนื้อหมูที่ผมกิน สะสมมาเป็นเวลา 2 ปีกว่าๆหรือไม่ผมจึงได้หยุดซื้อหมูในหมู่บ้านกิน ไปซื้อหมูอนามัยของ ซีพี มากินแทนและลดปริมาณการกินเนื้อหมูลง ไปกิน ไก่และ ปลา แทน  ปรากฏว่าอาการดีขึ้นมากผมหยุดกินหมูในหมู่บ้านมาตั้งแต่ วันที่ 1 ธค. 2549 จนกระทั่งมาถึงวันที่มาเขียนเรื่องนี้ ( 1 กพ. 2550 ) ก็ยังไม่เคยเกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน หรืออาเจียนอีกเลย และเสียงที่ดังในหูก็หายไปสามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม ไปนอกบ้านคนเดียวได้
สามารถขับรถได้เอง  
แนะนำให้ท่านที่เป็นอาการใกล้เคียงผมให้สังเกตุเรื่องอาหารการกินครับว่าตัวใดมีผลกับตัวเราเองบ้าง
   
สำหรับท่านที่เป็นแล้วไปหาหมอและหมอหาสาเหตุของอาการพบก็ยินดีด้วยครับ   แต่.....

   
สำหรับท่านที่ไปหาหมอแล้วไม่พบสาเหตุของโรคนี้ ให้ลองใช้ข้อแนะนำของผมด้านบนครับ

    **  
ซึ่งเรื่องแบบนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการสังเกตุดูว่าอะไรที่เป็นสาเหตุของอาการที่คุณเป็น อย่าท้อถอยครับ **

   
ขอให้ทุกท่านที่เป็นโรคนี้ จงโชคดี และ หายจากอาการที่เป็นครับ

   เป็นไงคะประสบการณ์ของคุณngern

เอ้านึกว่าจะจบในภาค 2 มันยาวค่ะ ติดตาม ภาค 3 จบแน่ๆค่ะไม่หลอก