แผนการจัดการความรู้ในปี 2549   ได้ขยายขอบเขตกว้างออกไป มีเป้าหมายนำแนวปฏิบัติเรื่องการจัดการความรู้สู่คณะ หน่วยงาน ให้ได้มากที่สุด  ล่าสุดได้นำเข้าหารือในที่ประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยในที่ประชุมคณบดี ประเด็นการ Deploy สู่คณะ หน่วยงาน  เราตกลงให้ หน่วยงานกำหนด CKO ระดับคณะ หน่วยงาน ประมาณว่า "CKO ยกมือขึ้น" และถ้ามีความสนใจ มากกว่าการยกมือขึ้นเป็น CKO ก็เชิญชวนให้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายฯของมหาวิทยาลัย (แบบสมัครใจ) เราช่วยสนับสนุนในหลายรูปแบบ เช่น วิทยากร ให้การปรึกษา จัดกรรมการฯ ไปร่วมเป็นเกียรติในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเขา จัดคุณอำนวยให้ในการจัดกระบวนการต่างๆ ตามคำขอ ในขณะที่คณะกรรมการกลางจัดกิจกรรมต่างๆ ในภาพกลาง และดูแลสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินการของคณะ หน่วยงานในรูปแบบเครือข่าย ทำหน้าที่ให้การปรึกษา เปิด "คลินิค CoP"  ส่งเสริมชุมชนแนวปฏิบัติให้เกิดขึ้นทั่วไปในองค์กร ในระยะแรกผมไม่หวังอะไรมากไปกว่าการส่งเสริมให้กลุ่มคนเหล่านี้ออกจากที่ตั้งของตัวเอง มาแลกเปลี่ยนเปิดโลกทัศน์แลกเปลี่ยนวิธีการทำงาน ระหว่างกัน เขาจะเห็นและได้ยินมุมมองของคนอื่นบ้าง  พร้อมๆ กันก็บริหารให้มีการเวทีนำเสนอในระดับมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น เป็นตัวอย่างกัน  ที่ยากกว่านั้นแต่เรากำลังพยายามคือพัฒนาระบบสืบค้นความรู้ในมหาวิทยาลัยที่กระจัดกระจายอยู่ให้สืบค้นได้ง่าย เพื่อเป็นขุมคลังความรู้ของเราและ อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในตอนที่ 1 ว่า เมื่อผมเริ่มควานหาคณะทำงานเรื่องนี้ผมไม่รู้ว่าผมจะค้นหาคนของเราที่มีความรู้ทางด้านนี้ในสถาบันของผมได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากเราพัฒนาฐานข้อมูล พัฒนาการสืบค้น คุณวุฒิ สาขาที่เชี่ยวชาญของเราให้ดี ก็จะตอบปัญหาเหล่านั้นได้ในทันที โดยผ่านระบบที่เราออกแบบไว้ (ซึ่งเรากำลังพัฒนาอยู่ในระบบ MIS DSS) ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญของการทำความเข้าใจฝึกทักษะให้คนของเราคุ้นเคยเครื่องมือที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดูแล ช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีแนวว่าจะสอดคล้องตามทิศทางของเราเป็นพิเศษ เช่นมหาวิทยาลัยออกประกาศส่งเสริม ชุมชนแนวปฏิบัติ กลุ่มคนหรือชุมชนใดที่รับเกณฑ์ได้ตามประกาศของเราก็มาคุยกัน เรื่องการสนับสนุนต่างๆ หลายๆ รูปแบบที่เราพยายามทำ.