ผมมีความเชื่อผิด ๆ อยู่ประการหนึ่ง คือ คิดว่าการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน ประเภทความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์วินโดว์, การพิมพ์เอกสารด้วยไมโครซอฟท์เวิร์ด, การสร้างตารางคำนวณ Excel, การนำเสนอด้วย PowerPoint ตลอดจนการใช้อินเตอร์เน็ท ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ประเภทมือใหม่ คนทำงานที่ต้องการเสริมสร้างศักยภาพในตัวเอง เด็กและเยาวชน หรือแม้แต่กระทั่งผู้สูงอายุซึ่งมีเวลา มีความสนใจที่จะเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อติดตามข่าวสาร ติดต่อกับลูกหลานด้วยเครือข่ายอินเตอร์เน็ท

เรื่องเหล่านี้ผมเชื่ออย่างผิด ๆ ว่า เป็นอะไรที่แพร่หลายกันมากอยู่แล้ว ในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมก็เปิดสอนกันขึ้นมา หน่วยราชการที่มีภารกิจเกี่ยวกับการฝึกอบรมไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยสารพัดช่าง, วิทยาลัยการอาชีพ, ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานฯ ซึ่งผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นที่ปรึกษาและช่วยสร้างช่วยสอนในหลักสูตรใหม่ ๆ ก็เปิดฝึกอบรมกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. หลายแห่งก็มีโครงการเปิดฝึกอบรมให้บริการประชาชน

การเปิดสอนในรูปแบบของธุรกิจเอกชนซึ่งต้องมีการลงทุนโดยไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ ต้องเก็บค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าหน่วยงานภาครัฐเพื่อความอยู่รอด เป็นการทำธุรกิจที่ค่อนข้างเชย ล้าสมัย ไม่สมเหตุผลเมื่อวิเคราะห์ในเชิงต้นทุนและผลตอบแทน ธุรกิจฝึกอบรมของเอกชนจะดำเนินการไปได้ต้องมุ่งแสวงหาความแตกต่าง และเจาะกลุ่มเป้าหมายในตลาดเฉพาะทาง (Niche Market)

หลายปีที่ผ่านมาใน จ.ชุมพร เราจึงแทบจะไม่เห็นการเติบโตของธุรกิจฝึกอบรมคอมพิวเตอร์จากภาคเอกชน ในลักษณะที่เป็น ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) อย่างแท้จริง เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นวัยที่มุ่งแสวงหาความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ตอบสนองความต้องการของตนเองด้วยการเดินเข้าร้านเน็ท-ร้านเกมส์ ความกระหายสนใจใฝ่รู้ขาดการเติมเต็มด้วยแนวทางที่ถูกต้อง กลับกลายเป็นการสร้างความหมกมุ่นและแหล่งมั่วสุม นำไปสู่ปัญหาการเบี่ยงเบนทางพฤติกรรมและปัญหาสังคมรูปแบบต่าง ๆ

หน่วยงานของรัฐที่จัดการฝึกอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันไป บางหน่วยงานอยู่ไกลเกินไปไม่สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ ซ้ำร้ายค่าโสหุ้ยอันเนื่องมาจากการเดินทางก็แพงขึ้นเพราะการขึ้นราคาของน้ำมันเชื้อเพลิง บางหน่วยงานมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของงบประมาณสนับสนุนทำให้ภารกิจการฝึกอบรมที่จะต้องปรับเปลี่ยนไปตามมาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เกิดอาการตามไม่ทัน เพราะขาดแคลนงบประมาณในการอัพเกรด, การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า Run ได้เฉพาะโปรแกรมวินโดว์ 98 ที่ยังคงค้างเป็นครุภัณฑ์อยู่ในบัญชีพัสดุ จะนำมาใช้ฝึกอบรมก็กลายเป็นความหนักใจของครูผู้สอน เพราะต้องสอนไปแก้ปัญหาไปจนหมดเวลา

ผมมาตระหนักถึงความจริงเหล่านี้เมื่อได้รับฟังข้อคิดเห็นที่สะท้อนมาจากผู้ฟังรายการวิทยุ สร้างสังคมฐานความรู้ด้วย IT ที่ผมได้รับเชิญให้ไปร่วมรายการเป็นประจำ คุณพ่อของลูกสาวที่ส่งลูกเรียนหนังสือด้วยการขายผ้าในตลาดนำลูกมาพูดคุยให้ฟังว่า สภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนเป็นอย่างไร จากการสอบถามทำให้ผมเข้าใจว่า รู้แบบกลวง ๆ นั้นเป็นอย่างไร, คุณแม่ที่รีดผ้าไปฟังวิทยุไปก็หมายมั่นปั้นมือที่จะนำลูกมาเรียนคอมพิวเตอร์ในช่วงปิดเทอม โดยหวังว่าจะใช้การเรียนรู้ของลูกเป็นบททดสอบก่อนที่จะตัดสินใจมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่ข้าราชการในระดับปฏิบัติเมื่อทดลองให้ประยุกต์ใช้โปรแกรม Excel ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ก็เริ่มต้นไม่ถูกเพราะขาดพื้นฐานเรื่องการกำหนดค่าตัวแปร งานที่ทำอยู่เป็นประจำจึงใช้วิธีแจงนับและจดบันทึกลงในกระดาษ ฯลฯ

ในช่วงเดือนเมษาปีนี้ ผมจึงตัดสินใจเปิดสอนหลักสูตรขั้นพื้นฐานไมโครซอฟท์ Excel ช่วงวันที่ 1-12 เม.ย.49 และ PowerPoint ช่วงวันที่ 18-28 เม.ย.49 เพื่อ สร้างพื้นฐาน อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Fundamental ให้กับผู้เรียน ให้ รู้จริง-ใช้เป็น โดยผมจะสอนด้วยตัวเองเป็นหลัก ถือโอกาสให้ทีมงานได้ซึมซับเนื้อหา, วิธีการ, ลูกเล่น เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ On the job training

ท่านที่สนใจจะเข้ารับการฝึกอบรมก็ขอเชิญติดต่อที่ 077-506003, 507226 (ขอสายคุณสมศักดิ์) ได้โดยพลัน.