วันศุกร์นี้พ่อกับแม่เดินทางกลับบ้านที่อุดร แม่บอกว่าไม่กล้บไม่ได้ เพราะต้องกลับไปทำข้าวประดับดิน และบุญข้าวสาก ซึ่งยึดถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อๆกันมา แม่บอกแม่จะไปคนเดียว รีบไปแล้วเสร็จพิธีก็จะรีบกลับมาขอนแก่น ให้พ่อรออยู่ขอนแก่น ไม่อยากให้เดินทาง พ่อช่วงนี้มีเหนือย ขาบวม จึงไม่อยากให้เดินทางไปไหนไกล ๆ หมอ เหตุผลเท่านี้ไม่สามารถหยุดความต้องการของพ่อได้ พยายามทำให้ลูกเห็นว่ายังไหว ๆ พ่อไปได้ ท้ายสุด ลูก ๆ ก็ยอม แม่จึงพาพ่อกลับไปด้วย น้องสาวจึงส่งพ่อแม่ส่งขึ้นรถไฟกลับบ้านแล้วเมื่อเช้านี้เองค่ะ
กลับบ้านก็ดีค่ะเหมือนกันค่ะ ท่านจะได้พักผ่อนบ้าง เพราะโดยปกติพ่อแม่ไม่ค่อยอยู่เฉย ๆ ชอบทำนั่นทำนี่ดูแลเรื่องนั้นเรื่องนี้ในบ้าน ขนาดผู้เขียนยังรู้สึกเหนือย ครั่นเนื้อครั่นตัว วันนี้ลาพักร้อนมาได้พักนอนทั้งวัน
พ่อแม่กลับบ้านครั้งนี้ ท่านทั้งสองคงได้พักผ่อนตามอัธยาศัย ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้าน และได้ทำบุญข้าวประดับดิน ตามที่ตั้งใจไว้ ผู้เขียนคิดอย่างนั้น จึงขออนุโมทนาสาธุกับพ่อแม่ด้วยค่ะ
ส่วนการทำบุญข้าวประดับดิน และบุญข้าวสาก สมัยเด็ก ๆ แม่ก็พาทำทุกปี พวกเราคนทำงาน รวมผู้เขียนด้วยค่ะ ยอมรับว่าห่างบ้านและประเพณีเหล่านี้มานาน ชักจะลืมเลือนว่า คืออะไรอย่างไร เลยสืบค้นแหล่งข้อมูลมาฝากให้ผู้สนใจติดตามอ่านด้วยค่ะ
ทำบุญข้าวประดับดิน
การทำบุญข้าวประดับดิน เป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง นิยมทำกันในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้า หรือที่เรียกว่า บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต (ชาวอีสานบางถิ่นเรียก เผต) หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดิน ได้แก่ ข้าวและอาหารคาวหวาน พร้อมหมากพลู บุหรี่ที่ห่อด้วยใบตอง กล้วย นำไปวางไว้ตามใต้ต้นไม้ แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ตามบริเวณกำแพงวัดบ้าง (คนอีสานโบราณเรียกกำแพงวัดว่า ต้ายวัด) หรือวางไว้ตามพื้นดิน เรียกว่า "ห่อข้าวน้อย" พร้อมกับเชิญวิญญาณของญาติมิตร นำภัตตาหารไปถวายแด่พระภิกษุ สามเณร แล้วอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย โดยหยาดน้ำ (กรวดน้ำ) ไปให้ด้วย
การทำบุญข้าวประดับดินก็เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่ตายไปแล้ว ชาวอีสานถือเป็นประเพณีที่จะต้องทำกันทุกๆ ปีมิได้ขาด โดยได้กำหนดเอาวันแรม 15 คำ เดือนเก้า เป็นเกณฑ์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "บุญเดือนเก้าดับ" บางท้องถิ่นอาจจะเรียกว่า "บุญเดือนเก้าลับ" ก็มี ...
ฮีตที่ ๙ บุญข้าวประดับดินหรือบุญเดือนเก้า นักปราชญ์อีสานโบราณได้กล่าวไว้เป็นบทผญา โดยได้พรรณนาถึงความอุดมสมบูรณ์และประเพณีการทำบุญในเดือนนี้ว่า...
เดือนแปดคล้อยเห็นลมทั่งใบเสียว
เหลียวเห็นหมู่ปลาขาวแล่นมาโฮมต้อน
กบเพิ่นนอนคอยท่าฝนมาสิได้ม่วน
ชวนกันลงเล่นน้ำโห่ฮ้องซั่วแซว
เดือนเก้ามาฮอดแล้วบ้านป่าขาดอน
เห็นแต่นกเขางอยคอนส่งเสียงหาซู้
เถิงระดูเดือนเก้าอีสานเฮาทุกท้องถิ่น
คงสิเคยได้ยินบุญประดับดินกินก้อนทานทอดน้อมถวาย
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.isangate.com/local/kao_pradab_din.html
http://www.lib.ubu.ac.th/html/report/ubontraditional/kawpradabdin-9.htm
ทำบุญข้าวสาก
บุญเดือนสิบ บุญข้าวสาก หมายถึงบุญที่ให้พระเณรทั้งวัด จับสลากเพื่อจะรับปัจจัยไทยทาน ตลอดจนสำรับกับข้าว ที่ญาติโยมนำมาถวายและบุญนี้จะทำกันในวันเพ็ญเดือนสิบ จึงเรียกชื่ออีกอย่างว่า "บุญเดือนสิบ"
ที่เรียกว่า บุญข้าวสากก็เนื่องมาจาก ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนต่างก็นำสำรับอาหารคาว-หวาน ไปถวายพระสงฆ์นั่นเอง เพื่อให้ชาวบ้านถวายสำรับได้ทั่วถึง และไม่เจาะจงพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใด จึงมีการจับสลากโดยการเขียนชื่อผู้ที่จะถวายสำรับลงในบาตร แล้วให้พระภิกษุแต่ละรูปจับสลากชื่อของชาวบ้านที่ต้องการถวายสำรับ
พระภิกษุรูปใดจับสลากได้ชื่อใคร ผู้นั้นก็นำสำรับกับข้าวของตนไปถวายพระภิกษุรูปนั้น ในเรื่องนี้มีตำนานเล่าสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ
มูลเหตุที่ทำ
|
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.lib.ubu.ac.th/html/report/ubontraditional/bunkawsag-10.htm
ดีจังเลยครับ ได้ทราบเรื่องแถบอีสานเพิ่ม ขอไปทานข้าวก่อน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทำบุญข้าวประดับดิน...ชื่อเพราะและมีความหมายดีค่ะ
ระลึกถึงพี่ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ไก่
ตามมาดูประเพณีอิสานค่ะ
แวะมาดูครับ
พี่ไก่สบายดีไหมครับ
คิดถึงๆๆ
สวัสดีค่ะน้องหน่อย อภิญญา
สวัสดีค่ะ น้อง ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
สวัสดีค่ะ อ.ไก่
เจริญพร โยมไก่...กัญญา
บุญข้าวสาก เหมือนบุญเดือนสิบ ของทางใต้
ซึ่งจะทำในวันแรม 1 ค่ำและแรม 15 ค่ำ เดือนสิบทุกปี
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้าพระปลัด
มาชวนไป ลับสมองเล่น ฝึกแก้ปัญหา
คลิกที่นี่ เลยครับผม