
ผู้เขียนมีประสบการณ์แนะนำนิสิตนักศึกษาท่านหนึ่ง(ขอไม่ระบุสถาบัน)ให้ออกกำลังกายบ้าง สมองจะทำงานได้ดีขึ้น ท่านผู้นี้เรียนเก่งมาก ได้เกรดเกิน 3
ท่านตอบกลับมาหน้าตาเฉยทันทีว่า เห็นพวกเล่นกีฬาไม่ฉลาด เรียนไม่ดีเลยสักคน แถมยังถามกลับมาว่า ผู้เขียนมีหลักฐานอะไร ถึงได้กล่าว(กับท่าน)ว่า ออกกำลังแล้วสมองดี
![]()
ตอนนั้นผู้เขียนจนตรอก จนปัญญา ไม่ทราบจะตอบโต้อะไรกับท่านนักปราชญ์น้อยได้อย่างไร
ทว่า... วันนี้มีข่าวดีครับ อาจารย์นายแพทย์โฮเวิร์ด เลอไวน์ อายุรแพทย์แห่งโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดกรุณาทบทวนผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลการออกกำลังกายต่อสมอง
![]()
ผลของการออกกำลังกายต่อสมรรถภาพของสมองในด้านการรับรู้ การคิด และการทรงจำมีอย่างนี้ครับ...
-
ออกแรงเท่าไร สมองดีขึ้น:
การออกกำลังกายแรงปานกลาง ไม่เกิน 75 % ของชีพจรสูงสุดตามช่วงอายุ หรือระดับที่ทำให้หายใจเร็วขึ้นเล็กน้อย และมีเหงื่อออกเล็กน้อย ทำให้สมรรถภาพสมองดีขึ้นชั่วคราว ส่วนการออกกำลังกายอย่างหนักทำให้สมรรถภาพสมองตกลงชั่วคราว
- สมองดีขึ้นด้านใด:
การออกกำลังกายแรงปานกลางทำให้การรับรู้ทางตา(ภาพ)ดีขึ้น การตอบสนองเร็วขึ้น ทักษะการเคลื่อนไหวดีขึ้น ทักษะในการจัดการดีขึ้น เช่น การวางแผน การประสานงาน ความจำ สิ่งรบกวนทางใจลดลงหรือสมาธิดีขึ้น ผลเหล่านี้มีเฉพาะช่วงเวลาที่ออกกำลังกาย (โปรดดูจากข้อ 3) -
สมองดีขึ้นนานเท่าไร:
หลังการออกกำลังกายแรงปานกลาง 20-40 นาที เลือดจะไปเลี้ยงสมองมากขึ้น การหลั่งสารสื่อประสาท (neurotransmitters) หรือการส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทจะดีขึ้น ทำให้สมรรถภาพของสมองจะดีขึ้น
ถ้าสังเกตจะเห็นว่า บางครั้งคิดอะไรไม่ออก เมื่อออกกำลังกายไปสักพักจะ "คิดออก" แต่ถ้าออกกำลังกายนานถึง 60 นาทีจะทำให้สมรรถภาพสมองตกลง เนื่องจากเกิดภาวะเหนื่อยล้า ยกเว้นคนที่แข็งแรงมากๆ อาจพบว่า สมรรถภาพสมองดีขึ้นได้นานกว่า 60 นาที
คนเราไม่ควรตัดสินใจอะไรในช่วงที่กำลังเหนื่อยล้า (fatigue) ควรรอให้อาการเหนื่อยล้าผ่านไป พักผ่อนให้เพียงพอเสียก่อน จึงจะตัดสินใจ
- แข็งแรงแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่:
ไม่มีหลักฐานว่า แข็งแรงแล้วฉลาดขึ้น แต่พบว่า คนที่แข็งแรงมีแรงจูงใจในชีวิตดีกว่า กินอาหารที่ดีกับสุขภาพมากกว่า และดูแลสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่แข็งแรง - ขาดน้ำ ฉลาดน้อยลง:
ภาวะขาดน้ำ (dehydration) ไม่ว่าจะเป็นผลจากการออกกำลังกาย หรือสาเหตุอื่น เช่น การดื่มน้ำน้อยเกิน การกินแอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์...)แล้วปัสสาวะมากขึ้น ทำให้ขาดน้ำ ฯลฯ ทำให้สมรรถภาพสมองตกลงทันที
การดื่มน้ำมีส่วนช่วยให้สมรรถภาพสมองที่ตกลงจากการขาดน้ำดีขึ้นได้เร็ว จึงควรดื่มน้ำให้มากพอทั้งวัน และไม่ควรดื่มเหล้า - เครื่องดื่มบำรุงกำลัง จำเป็นหรือไม่:
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง หรือน้ำตาลหลังการออกกำลังกายคราวละ 20-60 นาทีแต่ถ้าออกกำลังกายนานเกิน 60 นาที การดื่มน้ำละลายน้ำตาลเจือจางอาจจะช่วยให้สมรรถนะของการออกกำลังกายดีขึ้นได้ -
ผลระยะยาว
การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอมีส่วนช่วยลดความเสื่อมของสมรรถภาพสมองจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือทำให้สมองอ่อนกว่าวัย และทำให้สมองฝ่อช้าลง
![]()
ผลนี้จะดีที่สุดถ้ารู้จักติดต่อกับสังคมตามสมควร ควรเลือกคบกับคนดี และคบหาสมาคมกับสังคมที่มีเมตตากรุณาต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน หมั่นทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมเท่าที่จะทำได้
สรุปคือ แรงดี(ออกกำลัง)วันนี้ เพื่อสมองดีวันหน้าครับ...
หมายเหตุ:
ชีพจรสูงสุด:
ชีพจรสูงสุด (maximal heart rate) สำหรับคนที่ไม่เป็นโรคหัวใจ และไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจมีค่าเท่ากับ 220 ลบด้วยอายุ เช่น คนที่อายุ 20 ปีมีค่าเท่ากับ 220-20 เท่ากับ 200 ครั้งต่อนาที คนที่อายุ 40 ปีเท่ากับ 220-40 เท่ากับ 180 ครั้งต่อนาที ฯลฯ
คำแนะนำทั่วไปคือ อย่าออกกำลังกายจนชีพจรเร็วถึงระดับชีพจรสูงสุด เพราะเสี่ยงอันตรายเกินไป
ช่วงชีพจรออกกำลังกาย:
ช่วงชีพจรออกกำลังกาย (exercise heart rate) สำหรับคนที่ไม่เป็นโรคหัวใจ และไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจมีค่าประมาณ 60-75 % ของชีพจรสูงสุด เช่น คนที่อายุ 20 ปีมีชีพจรสูงสุด 200 ครั้งต่อนาที นำมาคูณด้วย 60 หารด้วย 100 จะได้ 120 ครั้งต่อนาทีเป็นชีพจรขั้นต่ำ นำมาคูณด้วย 75 หารด้วย 100 จะได้ 150 ครั้งต่อนาทีเป็นชีพจรขั้นสูง จะได้ช่วงชีพจรออกกำลังกายเท่ากับ 120-150 ครั้งต่อนาที ควรเริ่มจากน้อย และค่อยๆ เพิ่มช้าๆ
อย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการออกำลังกายเพื่อสุขภาพคือ ความปลอดภัย ไม่ใช่การทำลายสถิติ
สรุป:
-
น้ำดี สมองดี:
ดื่มน้ำให้พอ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ -
แรงดีวันนี้ สมองดีวันหน้า:
ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้สมองอ่อนกว่าวัย หรือฝ่อช้าลง
แหล่งข้อมูล:
- ขอขอบคุณ > Howard LeWine. Exercise and your mental performance > [ Click ] > http://www.intelihealth.com/IH/ihtIH/EMIHC267/35320/35322/455875.html?d=dmtHMSContent > March 24, 2006.
- ขอขอบคุณ > Everyday Survival: No Fad, Just Fact. In: StrokeAssociation.org: A division of American Heart Association. Stroke Connection. March/April 2006. P. 30-31.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๙
เปรียบเทียบในสภาวะแวดล้อมและตัวแปรต่างๆ ที่ใกล้เคียงกันแล้ว คนออกกำลังกายเป็นประจำ จะหลั่งสารอดินาริน ทำให้เป็นคนที่มีความสุข เมื่อคนที่มีความสุข มักจะเป็นคนที่อะไรก็มักจะมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเรียนหนังสือ หรือ การใช้สมองด้วยคะ
ดิฉันยืนยันที่อาจารย์เขียนอีกอย่างคะ คือ เวลาคิดอะไรไม่ออก หรือเวลาเครียดๆ ซึ่งมักจะทำให้ดิฉันหายใจไม่ค่อยสะดวก ดิฉันจะไปออกกำลังกายแบบ Strength training ด้วยเครื่องออกกำลังกายที่มีอยู่ในบ้าน เช่น ยกกำลังแขนด้วย dumbbell, ออกกำลังหน้าท้องด้วย ab-swing เป็นต้นคะ สัก 10-15 นาที แล้วก็จะรู้สืกสมองมัน spark คะ :)
ปล. ชอบอ่านและรู้สึกขอบคุณบันทึกความรู้ของอาจารย์หมอมากคะ บางเรื่องที่ดิฉันสนใจอยู่ ดิฉันก็รู้สึกอยากเขียนประสบการณ์ต่อยอด อาจถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่ทราบนะคะ แต่อย่างไรก็ ดิฉันเป็นคน experiment เองคะ รู้ผลเอง :)
(1). การออกกำลังตอนเช้ามีข้อดีที่อากาศเย็นกว่า ทำให้ออกกำลังได้นาน และแรงขึ้น เช่น วิ่งได้เร็วขึ้น เหนื่อยช้ากว่า ฯลฯ
(2). มีการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายตอนเย็นช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วนได้ดีกว่าตอนเช้า
ขอขอบคุณ และขอให้อาจารย์ขจิต ตลอดจนท่านผู้อ่าน ท่านผู้แสดงข้อคิดเห็นทุกท่านมีสุขภาพดี มีแรงดี น้ำดี และสมองดี จะได้ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมได้มากหน่อย และนานหน่อยครับ...
ขอบคุณคุณหมอมากครับ สำหรับคอมเมนต์
positive reinforcement ที่เป็นกำลังใจในการทำ blog ต่อ
และแนวคิดที่แฝงความนัย ของ optimistic
ทำให้ผู้อ่านคอมเมนต์ สามารถอ่านไปและยิ้มไปได้ครับ
:-)
และขอขอบคุณอาจารย์สุวรรณา...
(1). วันไหนกินมาก อย่าเพิ่งติเตียนตัวเอง...
ให้เดินเพิ่ม 10-30 นาทีในวันนั้น
และเดินวันละ 10 นาทีเพิ่มอีก 3-7 วัน
(2). วันไหนไม่ได้ออกกำลัง อย่าเพิ่งตกใจ...
วันต่อไปเดินชดเชยเพิ่มขึ้น 10 นาที x 3 วัน
(3). สัปดาห์ไหนออกกำลังน้อย อย่าเพิ่งท้อแท้...
ให้หาวันสุดสัปดาห์ เดินเพิ่ม 10-30 นาที เช้า-เย็น
(4). วันไหนเพลีย ไม่สบาย ให้เดินช้าๆ หายใจช้าๆ
แทนเดินเร็ว
ขอบพระคุณมากครับ ข้อมูลมีประโยชน์มาก อ.หมอวัลลภ ไม่ได้นำเฉพาะข้อมูลและประสบการณ์ดีๆมาฝากพวกเรานะครับ สังเกตเห็นได้ไม่ยากว่าท่านพกพาความปรารถนาดีที่มีอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจมาด้วยเสมอ มันเล็ดลอดออกมาทางตัวหนังสือน่ะครับ หรือใครว่าไม่จริง