คำด่า "ดอกทอง" ..ผมว่าต้องมีที่มา
ผมเคยสอนนักเรียนเรื่องโวหารหรือภาพพจน์ประเภทที่ เรียกว่า สัญลักษณ์ โดยหนังสือวรรณลักษณ์วิจารณ์เล่ม ๒ ของกระทรวงศึกษาธิการอธิบายว่า สัญลักษณ์ คือการใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณสมบัติหรือภาวะบางประการร่วมกัน เช่นใช้ดอกไม้ แทน ผู้หญิง เพราะมีคุณสมบัติร่วมกันคือ ความสวยงาม ความบอบบาง ใช้ราชสีห์ แทน ผู้มีอำนาจ(เช่นแสน ราชสีห์ ในเรื่องคมแฝก มีอำนาจมากในภาคอีสาน) เพราะมีคุณสมบัติร่วมกันคือ ความน่าเกรงขาม
พอสอนเด็กมาถึงตรงนี้ทำให้ผมฉุกคิดถึงเรื่องที่ผมเคยได้ยินมา...ไม่ทราบเหมือนกันว่าอ่านมาหรือฟังใครมา..จำแหล่งที่มาไม่ได้จริงๆ..หรือผมจะปะติดปะต่อขึ้นเอง..ก็ไม่ทราบ..ยังงงๆกับข้อมูลอยู่
จากโวหารหรือภาพพจน์สัญลักษณ์ดอกไม้ ใช้แทนผู้หญิงนี่เอง ผมก็นึกไปถึงผู้หญิงในสถาบันต่างๆเช่นนิสิตสาวจากจุฬา เราก็เรียกกันว่า แม่ดอกจามจุรี เพราะดอกจามจุรีเป็นต้นไม้ประจำสถาบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้นหนึ่ง นิสิตสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็อาจถูกเรียกว่าแม่ดอกนนทรี ในขณะที่นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อาจถูกเรียกว่า แม่ดอกเฟื่องฟ้า เพราะต้นไม้เหล่านี้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของสถาบันนั้นๆ
ณ กาลครั้งโน้นมีสถาบันเก่าแก่แต่ไม่ใช่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เป็นสถาบันที่ให้บริการทางเพศแก่ชาย เรียกกันว่าสำนักนางโลม หรือถ้าพูดในทางดูหมิ่นก็เรียกว่า ซ่องโสเภณี สำนักนางโลมแห่งนั้นมีต้นไม้ประจำสำนักคือต้นทองกวาว ที่มีดอกสีแสดสวยงาม หญิงนางโลม ถูกเรียกจากชายหนุ่มด้วยความชื่นชมว่า แม่ดอกทองกวาว ตามสัญลักษณ์ดอกไม้ต้นไม้นั้น
แต่ในกาลต่อมาผมสันนิษฐานว่า ภรรยาของชายหนุ่ม หรือคนที่เคียดแค้น นางโลมเหล่านั้นว่าสามีหรือคนรักของตนมาหลงเสน่ห์นางโลมจนละทิ้งบ้านเรือนหรือหน้าที่ไป จึงด่าว่านางโลมเหล่านั้น จากแม่ดอกทองกวาว จึงกลายมาเป็น นางดอกทองกวาว หนักเข้าก็เป็น อีดอกทองกวาว ไปๆด้วยความไม่ชอบพูดอะไรยาวๆของคนไทย ก็จึงเหลือ แต่ ดอกทอง ที่ไม่มี กวาวและที่ผมเคยได้ยินเดี๋ยวนี้เหลือ ดอก คำเดียวก็มี
ในที่สุดคำด่านี้จึงถูกนำมาใช้กับผู้หญิงทั่วๆไป...โดยผู้ด่าเปรียบผู้ถูกด่า ..เป็นหญิงโสเภณีนั่นเอง...ระวังนะครับ..คำด่าดอกทองนี้...ตามกฎหมายแล้วค่าปรับแพง...และอาจติดคุกด้วย..เวลาโมโหใคร..โปรดเลือกสรรคำด่า..ที่เหมาะสมและเสียหายน้อยที่สุด...โปรดด่าอย่างมีวิจารณญาณ..นะครับ
ขอบคุณ ครูโย่ง เรื่องความรู้ ไวจริงๆ
ขอบคุณ อ.ขจิต ดอกกะทือก็เป็นคำด่าผู้หญิงเหมือนกัน อาจเป็นได้ว่า ดอกกะทือ ออกดอกอยู่ต่ำๆใกล้พื้นดิน เหมือนผุดมาจากดินจึงถูกเหยียบหยาม อย่างไรก็ตามดอกกะทือก็มีกลิ่นหอมและเป็นสมุนไพรด้วย....ใครว่าดอกกะทืออย่างไรก็ช่างแต่ผมเชิดชูในคุณค่าครับ
โอ้ ผมได้เปิดหูเปิดตากับคำด่า ดอก"""ทองก็วันนี้เอง ขอบพระคุณครับ
ดอกฟ้า ก็ไพเราะ ดอกคิน ก็เปรียบดังผู้ชายที่หมายปองดอกฟ้า ดอกแก้ว งดงามน่าหลงใหล
ดอกเบี้ย เก็บได้เยอะๆก็ดี สวัสดีครับ
มาชวนไปฟังผลิตผล ครูพิสูจน์ครับ
http://gotoknow.org/blog/yong2551/206134
ขอบคุณ คนพลัดถิ่น ได้อีกหลายดอกเลยครับ
ขอบคุณครูโย่ง พ่อเพลงคนใหม่บังเกิดแล้วที่โรงเรียนพรพระร่วงประสิทธิ์ ตั้งคณะเมื่อไรบอก ครูพิสูจน์ น้องจิจะไปขยายเครือข่าย
ขอบคุณกับเรื่องราว ดอกทอง...
แต่วันนี้ เอาดอกไม้มาฝากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
:) ดอกไม้ที่หน้าธนาคาร ที่บ้าน และที่โรงเรียนค่ะ :)
อ่านไป ยิ้มไปครับ คุณครู
ขอบคุณ คุณเกษตร ครับ บางคนไม่รู้ที่มาพอคนว่าดอกทอง ก็บอกว่าดี รวยดี แต่ถ้าฟ้องร้องกัน คนที่ด่าติดคุกเชียวนะครับ
ขอบคุณ น้องเอก ยามบ้านเมืองเครียดๆมายิ้มกันบ้างดีกว่า
อาจารย์พิสูจน์ คำว่ากล่าวผู้ชายมีบ้างไหม ผมแค่อยากรู้น่ะครับ..อย่าคิดอะไรมากน่ะครับ..
ที่มาของดอก...ป็นอย่างนี้นี้เอง
มาชม คุณพิสูจน์
ผมเคยหลุดปากออกไปนะคำที่ว่า...ในห้องเรียน...แบบไม่เจตนา กับลูกศิษย์เธอชื่อ
ดอกเบญจมาศ ผลหัวเราะลั่นห้องเลย
ขอบคุณ คุณเอกราช มีคำด่าผู้ชายที่พอด่าแล้ว..ผู้หญิงกลับเจ็บปวด..ร้องเรียนกัน..คือคำว่า " หน้าตัวเมีย " ผู้ชายก็โกรธผู้หญิงก็รับไม่ได้..ว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามเพศหญิง..ฉะนั้นใครจะด่าคำนี้โปรดระวังครับ
ขอบคุณ คุณพลอย มากครับที่แวะมาเยี่ยมเยือนกัน
ขอบคุณ ท่านดร.อุทัย ทั้งครูทั้งศิษย์ อารมณ์ดีทั้งวันเลยใช่ไหมครับวันนั้น