มิใช่เลิกเชื่อแล้วว่า ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ขณะเดียวกันก็คิดหาเหตุผล เพราะเหตุใด? คงต้องมีหลายอย่างประกอบกันกระมัง ในการจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ

"ร้อยคำพูดไม่เท่าหนึ่งการกระทำ" ใครก็ว่าอาชีพครูต้องเป็นแบบอย่างให้ศิษย์ได้ บางครั้งอธิบายจนเหนื่อยล้าด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นครูหรือศิษย์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ ไม่เข้าใจ เพราะอะไร? หลายคนบอกพฤติกรรมครูขัดแย้งกับคำพูด ศิษย์ดูการกระทำของครูมากกว่าคำอธิบาย ถึงแม้ว่าจะย้ำแล้วย้ำอีกก็ตาม

ตัวอย่างซึ่งมักได้ยินประจำ ขณะครูพร่ำบอกศิษย์ว่า สูบบุหรี่ไม่ดี ดื่มสุราไม่ดี แต่ครูก็ยังสูบ ยังดื่ม ให้นักเรียนเห็นอยู่เนืองๆ ถ้าเป็นอย่างนี้อย่าหวังเลยว่าศิษย์จะเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์อาจจะสูบบุหรี่ ดื่มสุราเอาอย่างครูเลยเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่รู้อย่างครูนั่นแหละว่าไม่ดี

เมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้ว หรือ แม้แต่วันนี้ ปัญหาซึ่งพบด้วยตนเองอย่างหนึ่ง นักเรียนมาเข้าเรียนช้า(สาย)เป็นเพราะอาคารเรียนวิทยาศาสตร์ที่ใช้สอน เป็นคนละอาคารกับอาคารซึ่งใช้เป็นห้องเรียนประจำของนักเรียน นักเรียนจึงต้องเดินมาเรียน ตามจริงใช้เวลาเดินสัก 5 นาที 10 นาที ก็น่าจะพอแล้วกับระยะห่างระหว่างอาคาร แต่ไม่อย่างนั้น นักเรียนบางคนนอกจากห้องน้ำแล้ว ก็ยังต้องแวะโน่นแวะนี่อีก บางครั้งปาเข้าไปร่วม 20 นาที ปัญหาซึ่งตามมาก็คือ เวลาเรียนน้อยลง รวมหลายๆครั้งเข้าต่อภาคเรียน ก็น่าจะหลายชั่วโมงเหมือนกัน

จึงคิดวิธีแก้และทดลองทำเมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้วอย่างว่า ด้วยความเชื่ออย่างใครๆเขา ต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง ปณิธานไว้ว่า แม้จะติดธุระอื่นๆหรืองานใดๆ ต้องวางมือก่อน ต้องมาให้ถึงห้องเรียนก่อนนักเรียนทุกครั้ง ต้องมารอนักเรียน ให้นักเรียนเห็นว่าครูกำลังรอเธออยู่ โดยจะไม่ใช้วิธีต่อว่า ไม่บ่น แม้แต่คำเดียว

ทำอย่างนี้อยู่เป็นปีๆ อย่านึกว่าสำเร็จนะ เพราะผิดถนัดทีเดียว นักเรียนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย บางคนเผยความในใจให้ฟังว่า "รู้สึกเกรงใจอาจารย์บ้างเหมือนกัน" แต่ในภาพรวมก็ยังมาช้าเหมือนเดิมอยู่ดี

มิใช่เลิกเชื่อแล้วว่า ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ขณะเดียวกันก็คิดหาเหตุผล เพราะเหตุใด? คงต้องมีหลายอย่างประกอบกันกระมัง ในการจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ

"แบบอย่างจากครูเป็นอย่างหนึ่งแน่ๆ" พยายามย้ำความเชื่อตัวเอง