ฉะนั้นเรามาแสดงบทบาทต่าง ๆ เหล่านั้นอย่าง "รู้ตัว" กันดีกว่าครับ.

          มนุษย์เราเกิดมาแล้วก็มีบทบาทต่าง ๆ ให้ต้องเล่น ให้ต้องแสดงอยู่ตลอดเวลา และในบางครั้งคนเราก็ต้องแสดงหลาย ๆ บทบาทในเวลาเดียวกัน และก็มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเป็นบทบาทในการทำงานที่หลาย ๆ คนจำต้องเล่น แม้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจเล่นก็ตาม บทบาทนั้นคือบทบาทความเป็น "หัวหน้า" ครับ...

         สำหรับงานของผม ผมเป็นหัวหน้าระดับต้นครับ ซึ่งต้องดูแลน้อง ๆ จำนวนหนึ่ง และผมก็มีหัวหน้าซึ่งคอยกำกับดูแลผมอีกทีหนึ่งครับ สำหรับบทบาทความเป็นหัวหน้าของผม ผมค่อนข้างเป็นหัวหน้าที่สบาย ๆ ไม่ค่อยซีเรียสกับลูกน้องเท่าไหร่นัก ถ้าจะจัดเป็นเป็นลักษณะของภาวะผู้นำน่าจะจัดอยู่ในกลุ่ม ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership) ครับ...         

         หลาย ๆ ครั้งที่ลูกน้องทำงานผิดพลาด ผมก็มักจะรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้ว่าอะไร ทำงานผิดพลาดแล้วก็แก้ไขมันใหม่ได้ หรืออาจจะเป็นด้วยลักษณะนิสัยส่วนตัวของผมด้วยก็ได้ครับ หัวหน้าของผมก็เลยบอกผมว่า แม้ว่าเราจะเป็นคนใจเย็นไม่ค่อยโกรธอะไรใคร หรือเราจะสามารถควบคุมอารมณ์ของเราได้ก็ตาม บางครั้งเราก็ควรจะแสดงอาการโกรธบ้างเพื่อให้ลูกน้องรู้สึกผิด แม้อาจจะต้องแกล้งโกรธก็ตาม...

         ผมฟังแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ ครับ จะว่าเห็นด้วยก็ไม่ใช่ จะว่าไม่เห็นด้วยก็ไม่เชิง แค่รู้สึกแปลกใจกับคำเตือนของหัวหน้าผมครับ ผมว่าคนเราทำงานด้วยกันจริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง แสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเราน่าจะดีกว่าต้องแกล้งแสดงนะครับ ยิ่งความรู้สึก "โกรธ" ผมว่ายิ่งไม่ควรแกล้งแสดงใหญ่เลย ทำงานร่วมกันเหมือนพี่เหมือนน้องน่าจะมีความสุขกว่ากันนะครับ...

                                   

          ...หลาย ๆ คนแกล้งแสดงบทบาท แกล้งแสดงความรู้สึกของตัวเองบ่อย ๆ จนบางครั้งอาจจะสับสนจนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือความรู้สึกของตัวเองจริง ๆ และอันไหนคือความรู้สึกที่ตัวเองแกล้งแสดง...

         ...เมื่อในชีวิตคนเราต้องแสดงบทบาทต่าง ๆ มากมาย ฉะนั้นเรามาแสดงบทบาทต่าง ๆ เหล่านั้นอย่าง "รู้ตัว" กันดีกว่าครับ...