การพัฒนาการเรียน

 

ชื่อเรื่อง               การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

(สุขศึกษา)  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนบ้านโพธิ์พัฒนา

ผู้ศึกษา                                  พณิตา    เงินทอง  

ตำแหน่ง                                               ครูวิทยฐานะชำนาญการโรงเรียนบ้านโพธิ์พัฒนา

สังกัด                                                   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร  เขต 1      ปีที่พิมพ์    2550

 

 

บทคัดย่อ

 

                   สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ  เพื่อการมีชีวิตที่มีความสุข โดยให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการ รวมทั้งคุณธรรม  จริยธรรม ค่านิยม  การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา(สุขศึกษา)  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านโพธิ์พัฒนา  โดยใช้กับนักเรียนจำนวน  26  คน  ปีการศึกษา  2550  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย  1) เอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ

พลศึกษา(สุขศึกษา)ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  จำนวน  2  หน่วยการเรียนรู้   2)  แบบประเมินความ

พึงพอใจ  จำนวน10  ข้อ       

3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้  จำนวน 2 ฉบับ  ฉบับละ 10  ข้อ  4)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 1 ฉบับ  จำนวน 40 ข้อ

 

                                                ผลการศึกษาปรากฏดังนี้

                         1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา(สุขศึกษา)สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3ที่ผู้วิจัยพัฒนา  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  83.07/86.92  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่กำหนดไว้  

                         2.  ประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา(สุขศึกษา)สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3   ที่ผู้วิจัยพัฒนา มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ   .5584   แสดงว่านักเรียนมีความรู้หลังจากการเรียนเพิ่มขึ้น  ร้อยละ  55.84

                         3.  นักเรียนที่เรียนตามเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3   ที่ผู้วิจัย พัฒนา  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05         

                         4.  นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้ตามเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระ

การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา(สุขศึกษา) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3   ที่ผู้วิจัยพัฒนา

มีความพึงพอใจในการเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก

                      จากการศึกษาครั้งนี้ทำให้ได้เอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้

สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3โรงเรียนบ้านโพธิ์พัฒนา

ที่ผ่านการทดลองใช้ตามระบบมาตรฐานแล้ว  พบว่าเป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่ม

สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3   ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนให้บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาได้ดี