จุดเป็นหรือตายจะอยู่ที่การตีความว่า “สร้างและจัดการความรู้เพื่อใคร และโดยใคร” คำตอบของผมคือ ไม่ต่ำกว่า ๘๐% ต้องเพื่อชาวบ้าน และโดยชาวบ้าน นี่คือหัวใจ ของความสำเร็จ

KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 559-2. การสร้างและการจัดการความรู้ภูมิปัญญาไท และสุขภาพวิถีไท

 

เช้าวันที่ ๔ ก.ย. ๕๑ ผมจะต้องรีบบึ่งจากโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ (หลังกล่าวเปิดมหกรรมจัดการความรู้ โรคเบาหวาน ครั้งที่ ๒) ไปศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นวิทยากร อภิปรายแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องตามหัวข้อข้างบน    โดยคุณหมอสมศักดิ์ผู้เสนอจะนำเสนอตั้งแต่ ๙.๐๐ น.    กว่าผมจะไปถึงก็คงเกือบ ๑๐ น.   เพราะฉนั้นผู้เสนอก็เสนอไป ผู้อภิปรายก็อภิปรายไปโดยไม่ต้องฟังผู้เสนอ    และไม่ได้อ่านข้อเสนอมาก่อนด้วย    แปลกดีจริงๆ    ผู้จัดงานนี้คือกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

 

เอกสารที่ผมใช้ในการเตรียมตัวอภิปรายมี ๒ ชิ้น คือ

1.     การทบทวนสถานการณ์ การสร้างและจัดการความรู้เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท

2.     แผนยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท

 

เอกสารชุดหลัง ช่วยให้ผมรู้คำจำกัดความของ ภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ดังนี้

ภูมิปัญญาไท หมายถึง องค์ความรู้ เทคโนโลยี การปฏิบัติ (practice) และความหลากหลายทางชีวภาพ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งบริบทของการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์ทางเลือก

สุขภาพวิถีไท หมายถึง วิถีทางซึ่งเป็นไปเพื่อสุขภาพและปลดปล่อยผู้คนให้เป็นอิสระจากความเจ็บป่วย ความทุกข์ และความบีบคั้นทั้งปวง

 

ผู้จัดการประชุมต้องการให้ผมไปอภิปราย การสร้างและการจัดการความรู้ ใน ๒ เรื่องหลักนี้    ผมจึงเตรียมไปอภิปรายโดยอาศัยเอกสารเท่าที่มี  

เอกสารบอกว่า เป้าหมายหลักมี ๒ ประการ คือ ความเข้มแข็งของระบบสุขภาพของประเทศ  และการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ    ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง  

นอกจากนั้น ผมยังเห็นด้วยกับวิธีคิด เรื่อง ๕ ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน โดยมียุทธศาสตร์สร้างและจัดการความรู้เป็นแกนกลาง   อีก ๔ ยุทธศาสตร์ได้แก่  (๑) พัฒนาระบบสุขภาพ  (๒) พัฒนากำลังคน  (๓) คุ้มครองภูมิปัญญาไทย  (๔) พัฒนายาไทยและยาสมุนไพร  

Concept ดีแล้ว   ส่วนที่จะต้องเอาใจใส่ คือ implementation หรือภาคปฏิบัติ   ซึ่งจะต้องตีความหลักการสู่การปฏิบัติให้เหมาะสม  

 

จุดเป็นหรือตายจะอยู่ที่การตีความว่า สร้างและจัดการความรู้เพื่อใคร และโดยใคร    คำตอบของผมคือ ไม่ต่ำกว่า ๘๐% ต้องเพื่อชาวบ้าน และโดยชาวบ้าน   นี่คือหัวใจของความสำเร็จ

ถ้าตกลงกันได้อย่างนี้ ภาคปฏิบัติต้องเอาชาวบ้านเป็นฐาน   ทั้ง ๕ ยุทธศาสตร์ต้องไปบูรณาการที่ชาวบ้าน   บูรณาการอยู่กับชีวิตความเป็นอยู่ ชีวิตประจำวันของชาวบ้าน   มีชาวบ้านเป็น พระเอก นางเอก    ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพระเอก หรือผู้ช่วยนางเอก    หรือเรียกในภาษา KM ว่า คุณอำนวย    ถ้าจับหลักนี้ได้ โอกาสสำเร็จก็มีอยู่สูง    ถ้าคนของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แสดงผิดบท   เล่นเป็นพระเอกนางเอกเสียเอง ก็จะไม่มีวันสำเร็จ

จบแล้วครับ คำอภิปรายฉบับฟันธงของผม 

 

วิจารณ์ พานิช

๑ ก.ย. ๕๑

 

 

สุขภาพวิถีไท