ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเห็น นับเป็นบุญตาจริงๆ             ครูพรรณาอยู่ที่โรงเรียนบางลี่วิทยามา ๒๒ ปีเข้านี่แล้ว  และได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักครูของโรงเรียนเป็นเวลา ๑๗ ปีไม่เคยเห็นรังนกกระจาบเลย...และตลอดที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยเห็นรังของมันบนต้นไม้....เคยเห็นแต่ฝูงนกกระจาบเป็นจำนวนนับพัน หมื่น แสนตัว  เวลาที่รถไฟวิ่งผ่านบึงบอระเพ็ด......

วันนี้หลังจบค่ายสัมนาเยาวชนครั้งที่ ๖ฯ แล้วเดินเล่นที่ขอบสระน้ำของโรงเรียน เงยหน้าขึ้นมองไปบนต้นนนทรีที่กลางสนามของขอบสระ...รู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่าจะมีเพียงแค่รังเดียว......คิดในใจว่ามิน่าเมื่อหลายวันก่อนเห็นบินเล่นในนาข้าวอยู่ฝูงหนึ่งประมาณสัก ๒๐ ตัว

สิบกว่าปีก็จะเห็นแต่เจ้านกกาน้ำเพื่อนยากมากางปีกตากแดดตากลมอยู่ที่นี่เป็นประจำ

แต่เมื่อเดินไปได้สักหน่อยหนึ่งก็ให้ตื่นตาตื่นใจ

อะโหอุแม่เจ้า! รังนกหลายสิบรังห้อยโหนโยนตัวอยู่บนต้นฉำฉาข้างส้วมนักเรียนชาย

กดๆๆๆๆ กดปุ่มถ่ายภาพเดิมซ้ำๆๆ  ให้หนำใจ

แต่ละรังเล่นห้อยโหนโยนตัวแกว่งไกวไปตามแรงลมอย่างสนุกสนาน

 หลายคนอาจรู้สึกเฉยๆ ....ครูพรรณาตั้งข้อสังเกตว่าเพราะชาวนาลดการใช้สารเคมีเพื่อฆ่าแมลง..นกจึงกลับมา...ทั้งๆ ที่บริเวณที่นกทำรังเป็นบริเวณที่มีเสียงดังและนักเรียนพลุกพล่านมาก...ห้องส้วมนักเรียนชายตั้งอยู่ใกล้อาคารวิทยาศาสตร์  สนามบาสฯ สนามฟุตซอล โรงอาหารและอาคาร ๑  ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการใช้งานของพื้นที่ตลอดทั้งวันจนกว่าจะมืดค่ำ

 

          มีข้อสงสัยจากประสบการณ์เกี่ยวกับซากนกกระจาบครูพรรณาเคยและยังคงสงสัยว่านกกระจาบมีวิธีจิกกินข้าวอย่างไรเพราะตั้งแต่ในปาก ลำคอ และกระเพาะอาหารของมันจึงไม่มีเศษของเปลือกเมล็ดข้าว  ....พบเพียงข้าวสารที่ยังเป็นน้ำนม(สีเขียวอ่อนๆ) ไม่เคยพบข้าวสารสีขาวเหมือนที่เราหุงกินกันเลย.....และมักจะพบในเวลาใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว.....หลายคนให้ข้อสังเกตว่ามันมีกระเพาะหินย่อยอาหารเหมือนกับไก่แต่ในกระเพาะของไก่ก็มีเศษของเปลือกข้าว...เหตุไฉนในปาก ในหลอดอาหาร และกระเพาะของนกกระจาบไม่มีเปลือกของเมล็ดข้าว??????